<?xml version='1.0' encoding='UTF-8'?><?xml-stylesheet href="http://www.blogger.com/styles/atom.css" type="text/css"?><feed xmlns='http://www.w3.org/2005/Atom' xmlns:openSearch='http://a9.com/-/spec/opensearchrss/1.0/' xmlns:georss='http://www.georss.org/georss' xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'><id>tag:blogger.com,1999:blog-6419216617469968010</id><updated>2011-12-01T23:12:27.185-08:00</updated><category term='ความรู้ทั่วไป'/><category term='เรื่องต้องรู้'/><category term='หนังสือน่าอ่าน'/><category term='Illness'/><category term='วิทยาการเด่น'/><category term='สมุนไพร น่ารู้'/><category term='เรื่องจริงเตือนภัย'/><category term='Healthy'/><category term='Food &apos;n&apos; Healthey'/><category term='จิตวิทยา'/><category term='Sex ใครคิดว่าไม่สำคัญ'/><category term='Beauty'/><category term='ความรู้เรื่องยา'/><title type='text'>ความไม่มีโรค เป็นลาภอันประเสริฐ</title><subtitle type='html'></subtitle><link rel='http://schemas.google.com/g/2005#feed' type='application/atom+xml' href='http://health1081009.blogspot.com/feeds/posts/default'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6419216617469968010/posts/default?max-results=100'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://health1081009.blogspot.com/'/><link rel='hub' href='http://pubsubhubbub.appspot.com/'/><link rel='next' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6419216617469968010/posts/default?start-index=101&amp;max-results=100'/><author><name>WebMaster.</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><generator version='7.00' uri='http://www.blogger.com'>Blogger</generator><openSearch:totalResults>161</openSearch:totalResults><openSearch:startIndex>1</openSearch:startIndex><openSearch:itemsPerPage>100</openSearch:itemsPerPage><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6419216617469968010.post-5756065761049967506</id><published>2011-06-08T10:13:00.001-07:00</published><updated>2011-06-08T10:13:53.008-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='Illness'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ความรู้ทั่วไป'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='เรื่องจริงเตือนภัย'/><title type='text'>เชื้อ "อีโคไล" คืออะไร</title><content type='html'>&lt;div xmlns='http://www.w3.org/1999/xhtml'&gt;&lt;div align='justify'&gt;&lt;font color='#006600'&gt;&lt;b&gt;ทำความรู้จัก "อีโคไล"&lt;/b&gt;&lt;/font&gt;&lt;br/&gt;แบคทีเรียชนิดที่มีในร่างกายมนุษย์ส่วนใหญ่จะไม่ทำอันตรายต่อร่างกาย แต่สำหรับแบคทีเรียที่มีชื่อว่า อีโคไล หรือ Escherichia ซึ่งพบได้ในลำไล้ของมนุษย์และสัตว์ สามารถทำให้เกิดโรคหรืออาการต่างๆ เช่น กระเพาะปัสสาวะอักเสบ เยื้อหุ้มสมองอักเสบ และอาการท้องร่วง เป็นต้น แบคทีเรียชนิด อีโคไลจะมีชีวิตอยู่ได้ในสิ่งแวดล้อมทั่วไป โดยเฉพาะในมูลสัตว์&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;หลักจากพบการติดเชื้อแบคทีเรียชนิดนี้ระบาดในประเทศอังกฤษ วันนี้ Telegraph นำข้อมูลเกี่ยวกับแบคทีเรียชนิดนี้มาให้ได้รู้จักกันเพื่อเป็นการป้องกันและรับมือหากได้รับเชื้อชนิดนี้&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;font color='#006600'&gt;&lt;b&gt;เชื้ออีโคไล แพร่สู่คนได้อย่างไร&lt;/b&gt;&lt;/font&gt;&lt;br/&gt;เชื่อแบคทีเรียอีโคไลจะแพร่สู่คนได้ จากการรับประทานอาหารหรือเครื่องดื่ม ที่มีเชื้อแบคทีเรียชนิดนี้ปนเปื้อนอยู่ ซึ่งเชื้อชนิดนี้มักจะปนเปื้อนอยู่ในอาหารที่ได้รับการปรุงไม่ถูกสุขลักษณะ&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;font color='#006600'&gt;&lt;b&gt;จำนวนผู้ได้รับเชื้ออีโคไล&lt;/b&gt;&lt;/font&gt;&lt;br/&gt;หน่วยงานด้านการป้องกันโรคในประเทศอังกฤษรายงานว่าในปี 2551 มีผู้ได้รับเชื้ออีโคไลและมีอาการป่วยที่เกิดจากการได้รับเชื้อ 950 ราย&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;font color='#006600'&gt;&lt;b&gt;การระบาดของเชื้ออีโคไล&lt;/b&gt;&lt;/font&gt;&lt;br/&gt;การแพร่ระบาดของเชื้ออีโคไลเริ่มขึ้นในประเทศอังกฤษและคร่าชีวิตผู้คนไปแล้ว 20 ราย ซึ่งเป็นผู้ที่รับประทานอาหารขณะร่วมพิธีในโบสถ์แห่งหนึ่งในปี 2539-2540&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;font color='#006600'&gt;&lt;b&gt;อาการของผู้ได้รับเชื้ออีโคไล&lt;/b&gt;&lt;/font&gt;&lt;br/&gt;จะพบอาการแต่เริ่มท้องร่วงเล็กน้อย จนกระทั่งเกิดภาวะลำไส้อักเสบและมีอาการเลือดออกไม่หยุด เกิดอาการปวดท้องอย่างรุนแรงและพบเลือดปนกับอุจจาระ&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;font color='#006600'&gt;&lt;b&gt;ระยะฟักตัวของเชื้ออีโคไล&lt;/b&gt;&lt;/font&gt;&lt;br/&gt;ระยะฟักตัวของเชื้ออยู่ที่ประมาณ 3-8 วัน และจะปรากฏอาการในช่วง 3-4 วันหลังการได้รับเชื้อ แม้ว่าผู้ได้รับเชื้อจะสามารถนำเชื้อชนิดนี้ออกจากร่างกายได้ภายใน 1 สัปดาห์ แต่เชื้อส่วนที่หลงเหลือเพียงเล็กน้อยยังสามารถทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนต่างๆ ได้ เช่นเกิดภาวะไตเสื่อม ซึ่งเกิดจากเซลล์เม็ดเลือดแดงถูกทำลาย&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;font color='#006600'&gt;&lt;b&gt;ผู้เสี่ยงได้รับเชื้ออีโคไล&lt;/b&gt;&lt;/font&gt;&lt;br/&gt;เด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีระบบภูมิคุ้มกันทำงานผิดปกติ จะเป็นผู้มีความเสี่ยงที่จะได้รับเชื้ออีโคไลมากที่สุด เนื่องจากร่างกายของคนกลุ่มนี้จะมีความสามารถในการต้านทานเชื้อได้น้อยกว่าคนทั่วไป&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;font color='#006600'&gt;&lt;b&gt;การป้องกันและรักษาเมื่อได้รับเชื้ออีโคไล&lt;/b&gt;&lt;/font&gt;&lt;br/&gt;ปัจจุบันยังไม่มีวิธีการรักษาอาการที่เกิดจากการได้รับเชื้อแบคทีเรียชนิดนี้โดยตรง ผู้ป่วยสามารถรับประทานยาแก้ปวดท้องได้ในเบื้องต้น แต่ไม่ควรรับประทานยาแก้ปวดกลุ่มสเตอรอยด์ เช่นยาแอสไพริน เพราะยากลุ่มนี้จะมีผลทำลายไตของผู้รับประทาน นอกจากนี้เพื่อเป็นการป้องกันการได้รับเชื้อ ควรหลีกเลี่ยงการดื่มชา กาแฟ เครื่องดื่มบรรจุกระป๋องและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;b&gt;ที่มา &lt;a href='http://healthy.in.th/categories/healthful/news/1257'&gt;ทำความรู้จัก "อีโคไล"&lt;/a&gt;&lt;/b&gt;&lt;br/&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6419216617469968010-5756065761049967506?l=health1081009.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://health1081009.blogspot.com/feeds/5756065761049967506/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=6419216617469968010&amp;postID=5756065761049967506' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6419216617469968010/posts/default/5756065761049967506'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6419216617469968010/posts/default/5756065761049967506'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://health1081009.blogspot.com/2011/06/blog-post.html' title='เชื้อ &amp;quot;อีโคไล&amp;quot; คืออะไร'/><author><name>WebMaster.</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6419216617469968010.post-1082614861363220749</id><published>2011-05-23T22:04:00.000-07:00</published><updated>2011-05-23T22:04:08.648-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='เรื่องต้องรู้'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='เรื่องจริงเตือนภัย'/><title type='text'>การ “ลงพุง” ส่งผลเสียต่อสุขภาพอย่างไรบ้าง?</title><content type='html'>&lt;div style="text-align: justify;"&gt;&lt;b&gt;มีหลักฐานชิ้นใหม่ ที่ชี้ให้เห็นว่า การลงพุง เพียงเล็กน้อย อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ อย่างมากมายมหาศาล หากว่าคนๆ นั้น เคยมีอาการหัวใจวายมาก่อน&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;&lt;br /&gt;&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;div style="color: red;"&gt;&lt;u&gt;&lt;b&gt;การศึกษาชิ้นนี้ ได้เปรียบเทียบ การเพิ่มอัตราเสี่ยง ต่อการเสียชีวิตจากการสะสมไขมัน ที่รอบเอว ว่าเท่ากับการสูบบุหรี่วันละ 1 ซอง หรือการที่มีคอเลสเตอรอล หรือไขมันในเลือดสูงมาก&lt;/b&gt;&lt;/u&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;i&gt;&lt;b&gt;ในการศึกษาชิ้นใหญ่ที่สุดชิ้นหนึ่ง คณะนักวิจัยแห่งมาโย คลีนิก ที่เมืองรอเชสเตอร์ รัฐมินเนโซต้า ค้นพบว่าผู้ป่วยโรคหัวใจ ที่ลงพุงแม้ว่าจะไม่มากนัก มีอัตราเสี่ยงต่อการเสียชีวิต จากปริมาณไขมันที่สะสมไว้ที่หน้าท้อง มากกว่าผู้ที่สะสมไขมัน ไว้ตามส่วนอื่นๆ ของร่างกายถึง 2 เท่า&lt;/b&gt;&lt;/i&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บรรดานักวิจัย ซึ่งนำโดยคุณ Francisco Lopez-Jimenez วิเคราะห์ข้อมูลการศึกษา 5 ฉบับ ที่ได้มาจากการศึกษา ในหมู่ผู้รอดชีวิต จากการหัวใจวายราว 16,000 คนทั่วโลก นักวิจัยพยายามศึกษา เพี่อที่จะได้ทราบว่า ผู้ป่วยเหล่านี้จะมีอาการเป็นอย่างไรบ้าง หลังจากที่ฟื้นตัวจากอาการหัวใจวาย โดยขึ้นอยู่กับปริมาณไขมัน ที่พวกเขาสะสมเอาไว้ในร่างกาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;คุณ Francisco Lopez-Jimenez กล่าวว่า ผู้ที่สะสมไขมันไว้ที่หน้าท้อง มากกว่าที่สะโพก หรือผู้ที่ลงพุงมากนั้น มีอัตราเสี่ยง ต่อการเสียชีวิต มากกว่าผู้ที่สะสมไขมันไว้ที่ส่วนอื่นๆ ของร่างกาย 25 – 70%&lt;/b&gt; และว่า แม้ว่าการเป็นโรคอ้วน จะเกี่ยวโยงไปถึงการเป็น โรคหัวใจหลอดเลือดมาช้านาน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า การที่มีน้ำหนักตัวเกินมาตรฐาน จะเป็นเครื่องชี้บอกที่ดีที่สุด ว่าคนเราจะมีอายุยืนยาว หลังมีอาการโรคหัวใจมากน้อยแค่ไหน แต่การกระจายการสะสมไขมัน ตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย จะเป็นเครื่องชี้บอกที่ดีกว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดยปกติ คำจำกัดความของการเป็นโรคอ้วน มักจะคำนวณจากดัชนีมวล ของร่างกาย หรือ BMI หรือปริมาณไขมัน ต่อน้ำหนักและส่วนสูง แต่ในการศึกษานี้ ผู้ที่มี BMI สูงกว่า หรือมีไขมันในร่างกายมากกว่านั้น อาจมีอายุยืนยาวกว่าผู้ที่มี BMI ต่ำได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อย่างไรก็ตามนักวิจัยไม่ทราบว่าเหตุใดการลงพุง จึงเพิ่มความเสี่ยงต่อการเสียชีวิต หากเทียบกับไขมันที่กระจายไปที่ส่วนอื่นๆ ของร่างกาย อย่างเช่นที่ขา หรือที่บั้นท้าย แต่คุณ Francisco บอกว่า ดูเหมือนว่า การสะสมไขมันที่หน้าท้องนั้น เป็นสาเหตุให้คอเลสเตอรอล และความดันเลือดสูงขึ้น ซึ่งล้วนแต่เป็นสาเหตุของโรคหัวใจ ดังนั้นสำหรับผู้ที่เป็นโรคหัวใจอยู่ก่อนแล้ว ปัจจัยต่างๆ ที่กล่าวมาข้างต้น ก็จะทำให้อาการแย่ลงไปกว่าเดิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า นับว่ายังโชคดี ที่ไขมันที่หน้าท้องนั้น เป็นไขมันที่ลดได้ง่ายที่สุด คนส่วนใหญ่สามารถลดขนาดห่วงยางรอบเอวของตนลง โดยการรับประทานอาหารที่ให้พลังงานต่ำ และมีกากใยสูง  และออกกำลังกายพอประมาณเป็นประจำทุกวัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การศึกษาเรื่องนี้ตีพิพม์อยู่ในวารสาร The Journal of the American College of Cardiology&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;ที่มา : &lt;a href="http://www.voanews.com/thai/news/--belly-fat-ts-22may11-122426024.html"&gt;VOA&lt;/a&gt;&lt;/b&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6419216617469968010-1082614861363220749?l=health1081009.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://health1081009.blogspot.com/feeds/1082614861363220749/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=6419216617469968010&amp;postID=1082614861363220749' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6419216617469968010/posts/default/1082614861363220749'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6419216617469968010/posts/default/1082614861363220749'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://health1081009.blogspot.com/2011/05/blog-post.html' title='การ “ลงพุง” ส่งผลเสียต่อสุขภาพอย่างไรบ้าง?'/><author><name>WebMaster.</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6419216617469968010.post-742621609203127610</id><published>2011-05-19T18:05:00.000-07:00</published><updated>2011-05-24T00:43:38.695-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='เรื่องต้องรู้'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='เรื่องจริงเตือนภัย'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='Food &apos;n&apos; Healthey'/><title type='text'>Visceral fat คืออะไร?</title><content type='html'>&lt;div style="text-align: justify;"&gt;หากอยากทราบว่า Visceral fat คืออะไร ก่อนอื่นเราต้องมาทำความเข้าใจกับคำว่า Fat กันก่อน จริงๆ&lt;b&gt; คำว่า Fat นี้ แปลว่า ไขมัน&lt;/b&gt; ไม่ใช่อ้วนอย่างที่หลายๆคนเข้าใจกัน ทั้งนี้ Fat หรือ ไขมัน จะถูกแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ&lt;br /&gt;&lt;ol&gt;&lt;li&gt;ไขมันชนิดอิ่มตัว (Saturated Fats) &lt;/li&gt;&lt;li&gt;ไขมันชนิดไม่อิ่มตัว (Unsaturated Fats)&lt;/li&gt;&lt;/ol&gt;หลายๆคนไม่รู้ว่า ไขมันในร่างกายนั้น สำคัญอย่างไร บางคนนึกว่า ไขมัน ทำให้อ้วน ไม่มีประโยชน์ แต่จริงๆแล้ว ไขมันนั้น มีประโยชน์มากมาย เช่น ให้พลังงานและความอบอุ่น ละลายวิตามินบางตัวที่ต้องทำละลายในไขมันเท่านั้น เช่น &lt;a href="http://allageloc.blogspot.com/2010/11/vitamin.html"&gt;Vitamin&lt;/a&gt; &lt;a href="http://allageloc.blogspot.com/2010/11/vitamin_18.html"&gt;A&lt;/a&gt;, &lt;a href="http://allageloc.blogspot.com/2010/12/vitamin-d.html"&gt;D&lt;/a&gt;, &lt;a href="http://allageloc.blogspot.com/2010/12/vitamin-e.html"&gt;E&lt;/a&gt;, K ให้เข้าสู่กระแสเลือด &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไขมัน มีอยู่ในอาหารตามธรรมชาติทั่วๆไป และมีมากในอาหารประเภทมันสัตว์ และ มันพืช &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หลังจากทำความเข้าใจกับไขมัน หรือ Fat แล้ว ทีนี้เรามารู้จักกับ Fat อีกตัวหนึ่งนั่นคือ Visceral fat ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญ ที่เราจะพูดถึงกันในบทความนี้ จริงๆแล้ว การที่คนเราอ้วนนั้น เกิดจากมีไขมันไปสะสมตามกล้ามเนื้อ และ ที่อวัยวะภายใน แต่ในกรณีนี้ เราจะมาพูดถึงการสะสมไขมันหน้าท้องกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไขมันหน้าท้องนั้นมีอยู่ 2 ประเภท ที่เราจำเป็นต้องรู้จักคือ&lt;br /&gt;&lt;ol&gt;&lt;li&gt;&lt;b&gt;ไขมันใต้ผิวหนัง &lt;/b&gt;&lt;b&gt;(Subcutaneous Fat)  &lt;/b&gt;ไขมันในส่วนนี้เป็นไขมันที่เรามองเห็นได้ เพราะมันจะสะสมอยู่ที่หน้าท้อง ทำให้ท้องเรานูนออกมา ซึ่งไขมันชนิดนี้ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพมากนัก&lt;/li&gt;&lt;li&gt;&lt;b&gt;ไขมันในช่องท้อง &lt;/b&gt;&lt;b&gt;(Visceral Fat) &lt;/b&gt;ไขมันชนิดนี้เป็นไขมันที่ไม่ทำให้พุงเรายื่นออกมา แต่มันจะอยู่ระหว่างกล้ามเนื้อท้อง กับ อวัยวะภายในของเรา และหากมีมากเกินไป มันก็จะไปสะสมอยู่ที่อวัยวะภายในของเราด้วยเช่นกัน &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดังนั้น ความน่ากลัว ของไขมันในช่องท้องนี้ มันสามารถทำให้ อวัยวะภายในต่างๆของเรา เกิดการอักเสบในระดับเซลล์ ซึ่งเป็นสาเหตุของ โรคเรื้อรังร้ายแรงต่างๆ ได้อย่างมากมาย เช่น โรคหัวใจ โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง เส้นเลือดในสมองตีบ เส้นเลือดในสมองแตก คลอเรสเตอรอลสูง&lt;/li&gt;&lt;/ol&gt;สำหรับไขมันในช่องท้องนี้ ไม่จำเป็นว่าเป็นคนอ้วนแล้วต้องมีเยอะ เพราะคนอ้วนบางคนอาจจะไม่มีไขมันในช่องท้องเลยก็ได้ แต่ในขณะที่คนผอมบางคน อาจจะมีระดับไขมันในช่องท้องมากขนาดที่น่าเป็นกังวลก็เป็นได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สำหรับการสะสมไขมันในช่องท้องนี้ เกิดได้หลายสาเหตุ แต่สาเหตุหลักๆมาจากเหตุ 2 ประการคือ&lt;br /&gt;&lt;ol&gt;&lt;li&gt;มีความเครียดสูง&lt;/li&gt;&lt;li&gt;ชอบทานอาหารประเภทแป้งและน้ำตาลเป็นประจำ&lt;/li&gt;&lt;/ol&gt;&lt;br /&gt;ซึ่งการลดไขมันในช่องท้องนี้ ไม่สามารถลดได้อย่างง่ายดาย ไม่เหมือนไขมันหน้าท้อง เพราะการออกกำลังกาย ไม่สามารถช่วยลดไขมันนี้ได้มากนัก การลดไขมันชนิดนี้ สามารถทำได้โดยการเพิ่มระดับการเผาผลาญพลังงานในร่างกายให้สูงขึ้น ซึ่งการที่จะเพิ่มระดับการเผาผลาญพลังงานให้สูงขึ้น ก็หนีไม่พ้นการเพิ่มกล้ามเนื้อ และ การเพิ่มกล้ามเนื้อ ก็สามารถทำได้โดยการ ทานอาหารที่ให้โปรตีนสูง + ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และ มากพอ รวมทั้งต้องงดอาหาร ประเภทแป้ง และ น้ำตาลด้วย &lt;b style="color: blue;"&gt;ดังนั้นถ้าจะสรุปเป็นภาษาชาวบ้านคือ ต้องกินอาหารที่มีประโยชน์+ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การลดไขมันหน้าท้อง ทั้งไขมันใต้ผิวหนัง (Subcutaneous Fat) และ ไขมันในช่องท้อง (Visceral Fat) ต้องใช้ความตั้งใจจริง และ ขอให้ระลึกไว้เสมอว่า กว่าที่เราจะสะสมไขมันได้ขนาดนี้ เราต้องใช้เวลานานเท่าไหร่ และ เมื่อ ต้องการขจัดมันออกไป ย่อมต้องใช้เวลามากพอสมควรเช่นกัน ไม่ใช่ว่าสะสมมา 5 - 10 ปี แล้วจะให้เอามันออกไปหมดภายในระยะเวลา 5 - 10 สัปดาห์ มันย่อมเป็นไปไม่ได้ ที่สำคัญการที่จะลดไขมันชนิดนี้ ผู้ที่จะทำการลด จะต้องเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการทานอาหาร และ พฤติกรรม การดำเนินชีวิตด้วย แต่หากคุณไม่เปลี่ยนแปลงอะไรเลย การที่จะลด มันก็ไม่สามารถเป็นไปได้ในทางปฏิบัติ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดังนั้นเมื่อเข้าใจความจริงนี้ เราก็จะให้เวลาในการจัดการที่สมเหตุสมผล และ ไม่ใจร้อนต้องการผลลัพธ์เร็ว ๆ และ จะไม่ทำให้เราถอดใจไปก่อนจะสัมฤทธิ์ผลตามที่เราต้องการ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;สำคัญที่สุดเราต้องตั้งเป้าหมายด้วยว่า เราต้องลดลดลงเท่าไหร่ ภายในระยะเวลาเท่าใด ซึ่งการตั้งเป้าหมาย จะช่วยให้เรามีความตั้งใจมากขึ้น&lt;/b&gt; &lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6419216617469968010-742621609203127610?l=health1081009.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://health1081009.blogspot.com/feeds/742621609203127610/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=6419216617469968010&amp;postID=742621609203127610' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6419216617469968010/posts/default/742621609203127610'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6419216617469968010/posts/default/742621609203127610'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://health1081009.blogspot.com/2011/05/visceral-fat.html' title='Visceral fat คืออะไร?'/><author><name>WebMaster.</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6419216617469968010.post-2210609263823372375</id><published>2011-05-15T22:07:00.000-07:00</published><updated>2011-05-23T22:13:43.631-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='เรื่องต้องรู้'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='เรื่องจริงเตือนภัย'/><title type='text'>ไขมันทรานส์ หรือ Trans Fats คืออะไร</title><content type='html'>&lt;div style="text-align: justify;"&gt;&lt;b&gt;ไขมันทรานส์ เป็นไขมันไม่อิ่มตัว (trans unsaturated fat)&lt;/b&gt; ไขมันทรานส์ แบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ ไขมันทรานส์ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ ซึ่งมี อยู่ในปริมาณเล็กน้อย ในเนื้อและนมของสัตว์เคี้ยวเอื้อง เช่น โค กระบือ แพะ แกะ และไขมันทรานส์ ที่ผลิตขึ้นโดยขบวนการทางอุตสาหกรรม เช่น การผลิตเนยเทียม (margarine) ซึ่งทำโดยนำโมเลกุลของไฮโดรเจน เข้าไปจับกับโมเลกุลของไขมันพืช (hydrogenation) ซึ่งเป็นไขมันไม่อิ่มตัวทำให้โครงสร้างโมเลกุลบางส่วน อาจสูงถึง 40% เปลี่ยนไป ส่งผลให้จุดหลอมเหลวของไขมันพืชสูงขึ้น มีสภาพกึ่งแข็งกึ่งเหลวในอุณภูมิห้อง ช่วยให้เก็บไว้ได้นานและนำมาใช้สะดวกขึ้น เหมาะสำหรับอุตสาหกรรมอาหาร ด้านการอบ และการทำเบเกอร์รี่ เช่น cakes, biscuits, buns และ pies เป็นต้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไขมันทรานส์ ยังเกิดขึ้นในขบวนการประกอบอาหารตามปกติ โดยการนำน้ำมันพืชหรือ สัตว์มาทอด ผัด ด้วยความร้อนสูงในหม้อทอดที่ลึก (deep frying) อีกด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;ไขมันทรานส์และผลกระทบด้านสุขภาพ&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b style="color: red;"&gt;ไขมันทรานส์ เมื่อเข้าสู่ร่างกาย จะมีปฏิกริยาคล้ายกับไขมันอิ่มตัว ซึ่งจะทำให้ระดับโคเลสเตอร์รอลชนิดเลว (LDL Cholesterol) ในเลือดสูงขึ้น&lt;/b&gt; &lt;u&gt;&lt;b style="color: red;"&gt;แต่จะต่างจากไขมันอิ่มตัว เนื่องจากไขมันทรานส์จะลดระดับโคเลสเตอร์รอลชนิดดี (HDL Cholesterol) ในเลือดให้ต่ำลงด้วย&lt;/b&gt;&lt;/u&gt; การกินอาหารที่มีไขมันทรานส์สูง จะทำให้มีระดับไขมันทรานส์ในเลือดสูงไปด้วย ซึ่งจะส่งผลให้ความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจ Coronary Heart Disease (CHD) เพิ่มสูงขึ้น จากการศึกษาพบว่า ผู้ซึ่งเปลี่ยนจากการกินอาหารที่มีไขมันทรานส์สูง มาเป็นการกินอาหาร ที่มีไขมันทรานส์ต่ำ จะลดความเสี่ยง ของการเกิดโรคหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน (heart attack) ลงได้ถึงร้อยละ 50 นอกเหนือจากนี้ไขมันทรานส์ ยังส่งผลข้างเคียงต่อสุขภาพโดยรวม อาทิ เช่น เกี่ยวข้องกับโรคอัลไซเมอร์ มะเร็ง เบาหวาน และโรคอ้วน เป็นต้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;จะหลีกเลี่ยงไขมันทรานส์ ได้อย่างไร&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;&lt;ol&gt;&lt;li&gt;ใช้น้ำมันที่เหมาะสมในการประกอบอาหาร เช่น น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันดอกทานตะวัน น้ำมันมะกอก น้ำมันถั่วลิสง น้ำมันงา และน้ำมันรำข้าว เป็นต้น&lt;/li&gt;&lt;li&gt;น้ำมันที่ควรหลีกเลี่ยง ใช้ในการประกอบอาหารคือ น้ำมันที่มีไขมันอิ่มตัว และไขมันทรานส์สูง เช่น น้ำมันหมู น้ำมันปาล์ม น้ำมันมะพร้าว ครีม และเนยเทียมสำหรับการอบ และทอด เป็นต้น&lt;/li&gt;&lt;li&gt;หลีกเลี่ยงการประกอบอาหาร โดยการทอดที่ใช้ความร้อนสูง ในหม้อทอดที่ลึก แต่ใช้การทอดในกะทะแบบตื้นแทน   หรือประกอบอาหารด้วยการอบ ย่าง หรือนึ่ง เป็นต้น&lt;/li&gt;&lt;/ol&gt;&lt;br /&gt;&lt;b&gt;ที่มา : &lt;a href="http://www.bpl.co.th/2010/index.php?option=com_content&amp;amp;view=article&amp;amp;id=54:-trans-fats&amp;amp;catid=34:2009-12-18-06-43-57&amp;amp;Itemid=55"&gt;บริษัท กรุงเทพ พยาธิ-แลป จำกัด&lt;/a&gt;&lt;/b&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6419216617469968010-2210609263823372375?l=health1081009.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://health1081009.blogspot.com/feeds/2210609263823372375/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=6419216617469968010&amp;postID=2210609263823372375' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6419216617469968010/posts/default/2210609263823372375'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6419216617469968010/posts/default/2210609263823372375'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://health1081009.blogspot.com/2011/05/trans-fats.html' title='ไขมันทรานส์ หรือ Trans Fats คืออะไร'/><author><name>WebMaster.</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6419216617469968010.post-365038574986986983</id><published>2011-01-13T23:33:00.001-08:00</published><updated>2011-01-13T23:33:52.407-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='Beauty'/><title type='text'>เซลลูไลท์ (Cellulite) คืออะไร</title><content type='html'>&lt;div xmlns='http://www.w3.org/1999/xhtml'&gt;&lt;div align='justify'&gt;&lt;b&gt;เซลลูไลท์ Cellulite&lt;/b&gt; คือ ลักษณะของ เซลล์ไขมัน ที่สะสมอยู่ชั้นบนของ ผิวหนัง โดยจะมีลักษณะ ขรุขระ คล้าย ผิวเปลือกส้ม เป็นก้อนนูน ไม่เรียบเนียน พบบ่อยมาก ในต้นขาและสะโพกของผู้หญิงเราแม้แถวๆ บริเวณช่วงก้น  หรือหน้าท้องก็ยังมี แต่ที่เห็นได้ชัดเจนก็คือต้นขา และสะโพก  สืบเนื่องมาจากการบริโภคไขมันต่างๆ  ที่เมื่ออายุมากขึ้นและน้ำหนักที่เพิ่มขึ้น  ก็จะเห็นเซลลูไลท์นี้ ปรากฏชัดเจนตามส่วนต่างๆ  ของร่างกาย ที่พร้อมจะเพิ่ม และ พอกพูนขึ้นมาทีละน้อยๆ  การนั่งมากๆในชีวิตประจำวัน จะทำให้เนื้อเยื่อ ที่เชื่อมต่อกันด้านและหนาอัน เป็นต้นเหตุแห่งผิวขนมจีน เป็นหยักๆ ลอนคลื่นไม่เรียบเนียนได้อีกด้วย&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;u&gt;&lt;b&gt;สาเหตุ ของการเกิด เซลลูไลท์&lt;/b&gt;&lt;/u&gt;&lt;br/&gt;&lt;ol&gt;&lt;li&gt;&lt;b&gt;ฮอร์โมน&lt;/b&gt; จะพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย เพราะหญิงมีฮอร์โมนตัวหนึ่ง ที่เรียกว่า เอสโดเจน ซึ่งเป็นฮอร์โมนเพศหญิงที่ทำให้ผู้หญิง สามารถมีบุตรได้ นอกจากนี้ก็ยังทำให้ผิวพรรณของผู้หญิง เปล่งปลั่งมีน้ำมีนวลขึ้นอีกด้วย&lt;/li&gt;&lt;li&gt;&lt;b&gt;การขาดออกกำลังกาย&lt;/b&gt; การเสื่อมสลายของกล้ามเนื้อเนื่อง&lt;/li&gt;&lt;li&gt;&lt;b&gt;การสูบบุหรี่ &lt;/b&gt;ดื่มเครื่องดื่ม ที่มีแอลกอฮอล์ มีระบบการ ไหลหมุนเวียนของโลหิตที่ไม่ดี ตลอดจนเสื้อผ้าที่ฟิดแน่นจนเกินไป&lt;/li&gt;&lt;li&gt;&lt;b&gt;กรรมพันธ์&lt;/b&gt; แต่ต่างจากกรรมพันธ์ ในเรื่องของเล็บ หรือสีและลักษณะเส้นผม ตรงที่เราสามารถต่อกร หรือเปลี่ยนแปลงสภาพเจ้าเซลลูไลท์ได้&lt;/li&gt;&lt;li&gt;&lt;b&gt;ดื่มน้ำน้อย &lt;/b&gt;เพราะน้ำช่วยการทำงาน ของระบบขับของเสีย และช่วยขับพิษออกจากร่างกาย กำหนดว่าควรดื่มน้ำแปดแก้วต่อวัน เป็นอย่างน้อย&lt;/li&gt;&lt;li&gt;&lt;b&gt;การลดความอ้วนแบบผอมด่วนฮวบฮาบ&lt;/b&gt; จะยิ่งไปเพิ่มความเสี่ยง ต่อการเกิดเซลลูไลท์ อย่างไม่น่าเชื่อ เนื่องจากร่างกายเกิดการตอบรับว่า ไม่ได้รับสารอาหารเพียงพอ และต้องพยายามสะสมสารอาหารในร่างกาย เพื่อความอยู่รอด การสะสมอาหารและไขมันนี่เอง ที่ทำให้ช่วยก่อเซลลูไลต์ ไขมันเหล่านี้ จะกั้นเส้นเลือด และติดหนึบอยู่ในเนื้อเยื่อ จึงทำให้ระบบกำจัดสารพิษ และ ของเสียไร้ประสิทธิภาพ&lt;/li&gt;&lt;li&gt;&lt;b&gt;การสูบบุหรี่&lt;/b&gt; ทำร้ายทั้งผิวทั้งปอด ทำให้ผิวอ่อนแอ เส้นเลือดฝอยหดตัว และยังทำให้เนื้อเยื่อ ที่เชื่อมต่อกันถูกทำลาย อันเป็นผลให้เกิด คลื่นเซลลูไลท์&lt;/li&gt;&lt;li&gt;&lt;b&gt;ความเครียด&lt;/b&gt; เป็นผลให้กล้ามเนื้อเกร็งตัวหนัก เนื้อเยื่อที่เชื่อมต่อกล้ามเนื้อ ก็ขมวดเกร็งตามไปด้วย ความตึงเครียด ยังไปขวางเนื้อเยื่อ ไม่ให้กำจัดของเสีย และล้างเลือดให้สะอาด&lt;/li&gt;&lt;li&gt;&lt;b&gt;การใช้ยาลดความอ้วน ยานอนหลับ ยาขับปัสสาวะ&lt;/b&gt; จะเข้าไปรบกวนกระบวนการทำงาน ตามธรรมชาติของร่างกาย โดยเฉพาะระบบชำระเลือด อันนำไปสู่ปัญหาเซลลูไลท์ ยามคุมกำเนิด ประเภทรับประทาน ซึ่งไปเพิ่มฮอร์โมนเอสโตรเจน จะทำให้เซลไขมันขยายตัว และเก็บน้ำจนบวม ร่างกายก็ไม่มีน้ำ พอที่จะขับของเสียออกจากร่างกาย สุดท้ายก็กลายเป็นเซลลูไลท์&lt;/li&gt;&lt;/ol&gt;&lt;u&gt;&lt;b&gt;วิธีกำจัด และ ป้องกันการเกิด&lt;/b&gt;&lt;/u&gt;&lt;u&gt;&lt;b&gt;เซลลูไลท์&lt;/b&gt;&lt;/u&gt;&lt;u&gt;&lt;b&gt; ที่นิยมทำกันในปัจจุบัน&lt;/b&gt;&lt;/u&gt;  &lt;br/&gt;&lt;ol&gt;&lt;li&gt;&lt;b&gt;Mesotherapy&lt;/b&gt;  เป็นวิธีการที่ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพในการกำจัด เซลล์ลูไลท์ การลดน้ำหนัก การรักษาด้วย Mesotherapy คือ การฉีด สารสกัด จาก ถั่วเหลือง และ วิตามิน ชนิดต่างๆ โดยสารเหล่านี้ จะ ทำให้ เซลล์ไขมัน มีลักษณะทางกายภาพเปลี่ยนไป ทำให้การสะสมของ ไขมัน ลดลงและยังเป็นการกระตุ้นให้ ไขมัน สะสมถูกปล่อยออกมาด้วย&lt;/li&gt;&lt;li&gt;&lt;b&gt;Carboxy &lt;/b&gt;คือ การลด ไขมัน เฉพาะที่ด้วย ก๊าชคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นก๊าซที่ละลายน้ำได้ดี สลายตัวได้เร็ว และพบว่าเมื่อฉีด คาร์บอนไดออกไซด์ เข้าไปยัง ชั้น ไขมัน ใต้ผิวหนัง จะช่วยเพิ่มการขยายตัวของเส้นเลือดและทำให้เซลล์ ไขมัน สลายตัวและถูกกำจัดออกไป นี้นับเป็นเทคนิคใหม่ในการขจัด เซลลูไลท์ หรือ ลดไขมัน เฉพาะส่วนที่ไม่ต้องการ อย่างเช่น บริเวณ หน้าท้อง ใต้ท้องแขน สะโพก น่อง บริเวณ ก้น บริเวณ น่อง ที่โต หรือ สะโพก ที่ใหญ่เกินไป&lt;/li&gt;&lt;li&gt;&lt;b&gt;ออกกำลังกาย&lt;/b&gt; อย่าลืมว่าการออกกำลังกายนั้น  นอกจากทำให้ร่างการแข็งแรงแล้ว  ยังทำให้ระบบในร่างกายปรับสภาพความสมดุลได้มากมาย ไม่ว่าจะเป็น  การเดินเร็วๆ ขี่จักรยาน ว่ายน้ำ หรือการเต้นแอโรบิค  ซึ่งควรออกกำลังกายให้ได้อาทิตย์ละ 3 ครั้ง ครั้งละ 30-40  นาทีขึ้นไปจะดีมากทีเดียว  การออกกำลังกายจะช่วยเผาผลาญไขมันในร่างกายออกไปได้ ช่วยควบคุมน้ำหนัก  ให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม อีกทั้งกล้ามเนื้อตามส่วนต่างๆ  ของร่างกายก็ยังกระชับได้สัดส่วนอีกด้วย&lt;/li&gt;&lt;li&gt;&lt;b&gt;การขัดถูผิว&lt;/b&gt; การขัดผิว ด้วยแปรงหรือใย ขัดผิว ระหว่างอาบน้ำ  จะเป็นการช่วยเรื่อง การระบายของเหลว และกระตุ้น ระบบหมุนเวียนโลหิต  และน้ำเหลืองได้ดีขึ้น รวมทั้งยังช่วยกำจัดสารพิษออกจาก ผิวหนัง การ ขัดผิว ควรจะขัดในลักษณะ เคลื่อนที่เป็นวงกลม นอกจากนี้ควรใช้เจลอาบน้ำ  หรือสบู่ที่มีส่วนผสมของน้ำมัน เพื่อป้องกันไม่ให้ผิวแห้ง  หรือเกิดการระคายเคือง โดยทั่วไปใช้เวลาในการขัดถูผิว 2 - 3 นาที&lt;/li&gt;&lt;li&gt;&lt;b&gt;เลือกรับประทานผักและผลไม้ให้มากขึ้น&lt;/b&gt; ผักและผลไม้ที่มีกากใยมากๆ  จะช่วยในเรื่องของระบบ ขับถ่าย และควรงดรับประทานอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต  แป้ง น้ำตาล อาหารรสเค็ม ไขมันสัตว์ กาแฟ แอลกอฮอล์  เพราะสิ่งเหล่านี้ยากที่จะขจัดออกจากร่างกาย&lt;/li&gt;&lt;li&gt;&lt;b&gt;การออกกำลังกาย&lt;/b&gt; การที่ น้ำหนัก  ของร่างกายขึ้น หรือลดลงเร็วเกินไป ผิวจะเสียการยืดหยุ่น และเกิดรอยย่นของ  เซลลูไลท์ ส่วนการออกกำลังกายจะช่วยทำให้ เซลลูไลท์ ที่สะสมอยู่สลายตัว และ กระชับขึ้นการออกกำลังกายที่ได้ผลดีนั้น ได้แก่ การเดินออกกำลัง ว่ายน้ำ  ขี่จักรยาน เป็นต้น&lt;/li&gt;&lt;li&gt;&lt;b&gt;ใช้ครีมหรือโลชั่นนวดขจัดเซลลูไลท์&lt;/b&gt; ครีม หรือ โลชั่นทาผิว  ที่ใช้ช่วยในการขจัด เซลลูไลท์ โดยเฉพาะ ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวนี้  ต้องได้รับการทดสอบแล้วว่า สามารถทำให้ เซลลูไลท์ ดูเบาบางลงได้  และยังช่วยในการปรับสภาพผิวได้ด้วย ซึ่งการนวดจะช่วยให้ระบบเลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น และยังเป็นการทำให้  น้ำมันซึมสู่ผิวหนังได้ดีขึ้น การนวด ช่วยกระตุ้นประสิทธิภาพ  ระบบการกำจัดของเสีย ของร่างกาย ด้วยการจัดการกล้ามเนื้อ  เร่งการไหลเวียนโลหิต และระบบต่อมน้ำเหลืองที่ช่วยย่อยไขมัน  การนวดเฉพาะส่วน ในบริเวณที่ปกติ การไหลเวียนเป็นไปไม่สะดวกเช่น  หัวเข้าด้านในและต้นขาจะให้ผลยอดเยี่ยม ลองนวดขาตัวเองเป็นรูปวงกลม  พร้อมทั้งบีบปั้นเนื้อส่วนนั้นไปพร้อมๆกัน วันละ 2-3  นาทีเพื่อละลายไขมันและกำจัดพิษ&lt;/li&gt;&lt;/ol&gt;และหากคุณอยากรู้ว่า คุณมีเจ้าเซลลูไลท์นี้หรือไม่  ลองจับผิวด้วยการใช้มือบีบเข้าหากัน  ที่ปรากฏเป็นผิวขรุขระเหมือนผิวลูกกอล์ฟ หรือผิวส้มนั่นละ  เซลลูไลท์ในตัวคุณ ถ้าคุณมีก็อย่ารั้งรอที่จะออกกำลังกาย  และลดการบริโภคตามใจปากกันได้แล้ว&lt;br/&gt;&lt;/div&gt;&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;div class='zemanta-pixie'&gt;&lt;img src='http://img.zemanta.com/pixy.gif?x-id=3914e589-166a-8439-abc4-03e4bf86c075' alt='' class='zemanta-pixie-img'/&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6419216617469968010-365038574986986983?l=health1081009.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://health1081009.blogspot.com/feeds/365038574986986983/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=6419216617469968010&amp;postID=365038574986986983' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6419216617469968010/posts/default/365038574986986983'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6419216617469968010/posts/default/365038574986986983'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://health1081009.blogspot.com/2011/01/cellulite.html' title='เซลลูไลท์ (Cellulite) คืออะไร'/><author><name>WebMaster.</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6419216617469968010.post-6957585944001012535</id><published>2010-12-27T18:31:00.001-08:00</published><updated>2010-12-27T18:31:45.327-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='Illness'/><title type='text'>โรคกลีบกุหลาบคืออะไร? (pityriasis rosea)</title><content type='html'>&lt;div xmlns='http://www.w3.org/1999/xhtml'&gt;&lt;div align='justify'&gt;&lt;u&gt;&lt;b&gt;โรคกลีบกุหลาบมันเป็นยังไง&lt;/b&gt;&lt;/u&gt;&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;div align='center'&gt;&lt;img src='http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/597/3597/images/pra.jpg' style='max-width: 800px;'/&gt;&lt;br/&gt;&lt;/div&gt;&lt;br/&gt;โรคนี้มีชื่อเรียกว่า pityriasis rosea บางคนเรียกผื่นกุหลาบ สะเก็ดกุหลาบ กลีบกุหลาบ หัดดอกกุหลาบ โรคขุยกุหลาบหรือเรียกว่าหัด 100วัน ก้อมี เป็นอีกโรคที่พบได้บ่อย พบมากที่สุดในช่วงวัยรุ่นและวัยผู้ใหญ่ พบได้เท่าๆ กันในทั้งหญิงและชายแต่อาจพบในหญิงสูงกว่าชายเล็กน้อย โดยยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดตอนนี้ที่ทราบได้สาเหตุน่าจะเป็นไวรัสชนิดหนึ่ง ที่เรียกว่า pityriasis rosea มาจากลักษณะของผื่น คือ pityriasis หมายถึงขุยบางๆ (fine scales) และ rosea แปลว่า สีดอกกุหลาบหรือสีชมพู แต่เนื่องจากลักษณะผื่นและสีที่ปรากฎ มักพบได้เป็นวงรีหรือวงกลมรูปไข่ จึงอาจเรียกว่า โรคกลีบกุหลาบ  &lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;b&gt;&lt;u&gt;อาการอย่างไรที่เรียกว่า โรคกลีบกุหลาบ&lt;/u&gt;&lt;/b&gt;&lt;br/&gt;โรคกลีบกุหลาบ (pityriasis rosea, PR) เป็นโรคผิวหนังที่มีผื่นลักษณะเฉพาะ และมีอาการเฉียบพลัน เริ่มแรกคนไข้จะเริ่มสังเกตตนเอง พบว่ามีผื่นคันขนาดประมาณ 2-6 เซนติเมตร สีชมพูหรือสีน้ำตาล มีขุย ครั้งแรกมักจะเป็นปื้นโดดๆ ที่ผิวหนังบริเวณใดก็ได้ของร่างกาย แต่พบได้บ่อยที่ตามหน้าอกหรือหลัง เรียกว่าผื่นแจ้งข่าวเกิดขึ้นนำมาก่อน&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;ต่อมาอีกหลายวัน จะเกิดผื่นเป็นปื้นที่มีสะเก็ดเป็นขุยๆ ตามมา ส่วนมากมักพบได้ในบริเวณ ที่ปกคลุมด้วยเสื้อผ้า ผื่นจะมีรูปรีๆ และส่วนยาวจะขนานไปกับ เส้นแยกของผิวหนัง ที่มักนิยมเรียกรอยโรคที่เรียงดูเหมือนคล้ายต้นคริสต์มาส ("Christmas tree" pattern) อาการสำคัญของโรคนี้ คือ อาการคัน ผู้ป่วยบางคนยิ่งร้อน ยิ่งเหงื่อออกมากจะยิ่งคันมาก ในบางรายอาจมีไข้และอ่อนเพลีย ผื่นนี้จะค่อยๆจางลง และ หายไปได้เองภายใน 6-12 สัปดาห์ และเมื่อเป็นครั้งหนึ่งแล้วก็มักจะไม่เป็นอีก  ติดต่อโดยการสัมผัส โรคนี้มักหายได้เอง ไม่รุนแรง  &lt;br/&gt;&lt;br/&gt;รอยผื่นจะมีรูปรี ๆ และส่วนยาวจะขนานไปกับเส้นแยกของผิวหนังที่มักนิยมเรียกรอยโรคที่เรียงดูเหมือนคล้ายต้นคริสต์มาส ("Christmas tree" pattern)&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;การวินิจฉัยควรตรวจรักษาโดยคุณหมอผิวหนังครับ ในวัยรุ่นหรือในผู้ใหญ่ที่มีความเสี่ยงจะต้องแยกโรคจากผื่นจากซิฟิลิสระยะที่ 2 จึงจำเป็นต้องตรวจเลือดดูว่าบวกหรือไม่เพื่อความแน่นอน &lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;u&gt;&lt;b&gt;การรักษาโรคกลีบกุหลาบ&lt;/b&gt;&lt;/u&gt;&lt;br/&gt;โรคนี้ไม่ใช่โรคร้ายแรงและอาการมักดีขึ้นเอง ผู้ป่วยแน่ใจสบายใจได้เลยครับว่าว่าโรคนี้จะทุเลาลงไปได้เอง ไม่มีการรักษาที่เฉพาะ  แต่เรามักแนะนำให้ผู้ป่วยหลีกเลี่ยงการถูกน้ำ ห้ามอาบน้ำร้อนจัดหรือห้ามอาบน้ำอุ่นเด็ดขาด การมีเหงื่อออกและการสัมผัสสบู่ เพราะมักทำให้ผิวระคายเคือง และโรคมีอาการกำเริบ จะทำให้ผิวคุณจะยิ่งแห้งและคันมากขึ้น&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;b&gt;&lt;u&gt;ยาที่ใช้ในโรคกลีบกุหลาบ&lt;/u&gt;&lt;/b&gt;&lt;br/&gt;&lt;ol&gt;&lt;li&gt;กลุ่มแรกเป็นยาเพื่อบำบัดอาการคัน ได้แก่ ยากลุ่มสตีรอยด์ในรูปยากิน คือ prednisolone ขนาดยา 5-60 มก./วัน วันละครั้ง หรือแบ่งขนาดยาเป็นวันละ 2-4 ครั้ง เมื่ออาการดีขึ้นให้ลดยา จนหมดในช่วงระยะเวลา 2 สัปดาห์. ข้อควรระวังคือห้ามใช้ในหญิงมีครรภ์ ส่วนในรูปยาทา อาจให้ยาทา zinc oxide และ calamine lotion หรือสเตียรอยด์ทาเช่น hydrocortisone เพื่อลดอาการคันในบริเวณที่เป็นวันละ 2-4 ครั้ง แต่ตัวหลังนี่ ควรระวังถ้าทาเป็นบริเวณกว้างมาก&lt;/li&gt;&lt;li&gt;ยากลุ่มปฏิชีวนะ คือ erythromycin ขนาดยาในผู้ใหญ่ 250 มก. ทุก 6 ชั่วโมง ก่อนอาหาร หรือ 500 มก.ทุก 12 ชั่วโมง&lt;/li&gt;&lt;li&gt;ยากลุ่มต้านไวรัส ในรูปยากิน คือ acyclovir ขนาดยาในผู้ใหญ่ 800 มก. วันละ 5 ครั้ง ในเด็กขนาดยา 10-20 มก./กก. ทุก 6 ชั่วโมง นาน 5-10 วัน&lt;/li&gt;&lt;li&gt;สุดท้ายในบางรายหมออาจให้การฉายแสง โดยฉายรังสียูวีบี (UV-B light therapy) อาจลดอาการคันได้ &lt;/li&gt;&lt;/ol&gt;&lt;b&gt;ที่มา : &lt;a href='http://www.oknation.net/blog/DIVING/2010/12/25/entry-2' target='_blank'&gt;โรคกลีบกุหลาบ มันเป็นยังไงเหรอ โดย เภสัชกร อุทัย สุขวิวัฒน์ศิริกุล&lt;/a&gt;&lt;/b&gt;&lt;/div&gt;&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;div class='zemanta-pixie'&gt;&lt;img src='http://img.zemanta.com/pixy.gif?x-id=8f8f53ab-1826-8288-a734-bb36c88af1b5' alt='' class='zemanta-pixie-img'/&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6419216617469968010-6957585944001012535?l=health1081009.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://health1081009.blogspot.com/feeds/6957585944001012535/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=6419216617469968010&amp;postID=6957585944001012535' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6419216617469968010/posts/default/6957585944001012535'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6419216617469968010/posts/default/6957585944001012535'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://health1081009.blogspot.com/2010/12/pityriasis-rosea.html' title='โรคกลีบกุหลาบคืออะไร? (pityriasis rosea)'/><author><name>WebMaster.</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6419216617469968010.post-4566466137544849968</id><published>2010-12-27T18:22:00.000-08:00</published><updated>2010-12-27T20:25:45.838-08:00</updated><title type='text'>หน้าอกหน้าใจ อะไรบ้างที่คุณผู้หญิงควรรู้ ควรดูแล</title><content type='html'>&lt;div xmlns='http://www.w3.org/1999/xhtml'&gt;&lt;div align='justify'&gt;ถึงแม้มันจะเป็นส่วนสำคัญที่สุดอย่างหนึ่ง ของความเป็นหญิง แต่ก็ยังมีอาจมีหลายสิ่งหลายอย่าง ที่คุณยังไม่กระจ่างใจเกี่ยวกับมัน และบ่อยครั้งมันก็ถูกละเลย จากพวกคุณผู้หญิงไปอย่างไม่น่าเชื่อ เพราะฉะนั้นอย่าได้พลิกผ่านหน้านี้ไปทีเดียวเชียว เรามีวิธีการดูแลรักษาสิ่งที่ธรรมชาติให้มา ทั้งจากหมอ ผู้เชี่ยวชาญ และเซียนด้านแฟชั่นและความงาม ที่จะทำให้หน้าอกของคุณมีสุขภาพดีและสวยงามดึงดูดใจ&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;u&gt;&lt;b&gt;การออกกำลังกายอย่างวิดพื้น จะช่วยให้หน้าอกใหญ่และกระชับขึ้นได้จริงเหรอ?&lt;/b&gt;&lt;/u&gt;&lt;br/&gt;มีผลบ้าง แต่มันไม่ได้ส่งผลโดยตรง ต่อหน้าอกซึ่งไม่มีกล้ามเนื้อ สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ มันช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อด้านใต้หน้าอก จึงทำให้คุณดูเหมือน "อึ๋ม" ขึ้นได้เล็กน้อย โดยเฉพาะถ้าหน้าอกคุณค่อนข้างเล็ก ลองทำท่ากายบริหารอย่างวิดพื้นหรือ Chest Flies (นอนหงายหลัง โดยถือดัมเบลล์เอาไว้ในมือแต่ละข้าง กางแขนออกเป็นรูปตัว T ให้ต่ำกว่าระดับไหล่ งอข้อศอกเล็กน้อย และยกดัมเบลล์ทั้งสองข้างเหนือหน้าอก) 3 เซ็ต เซ็ตละ 12 ครั้ง สัปดาห์ละ 3 วัน คุณน่าจะเห็นผลดีขึ้นภายใน 3 สัปดาห์&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;u&gt;&lt;b&gt;มีอะไรช่วยไม่ให้หน้าอกหย่อนยานก่อนวัยอันควรบ้าง?&lt;/b&gt;&lt;/u&gt;&lt;br/&gt;หน้าอกคุณจะหย่อนยาน (หรือเต่งตึง) แค่ไหน ขึ้นอยู่กับพันธุกรรม แต่คุณสามารถชะลอ การหย่อนยานได้โดยหลีกเลี่ยง การเพิ่มหรือลดน้ำหนักแบบโยโย่ เพราะจะทำให้เส้นเอ็น และกล้ามเนื้อที่ช่วยพยุงหน้าอก ตามธรรมชาติหย่อนยาน นอกจากนี้ การใส่ยกทรงที่กระชับพอดีตัว โดยเฉพาะในขณะออกกำลังกาย จะช่วยป้องกันการหย่อนยานได้ ด้วยการช่วยรักษารูปทรงของเต้านมไว้ และบรรเทาการฉีกขาดของเส้นเอ็น คุณจะต้องให้แน่ใจว่ายกทรงทั้งตัวมีความกระชับพอ เนื่องจากร้อยละ 90 ของการประคับประคอง จะมาจากแถบผ้ารอบตัวไม่ใช่สายชุดชั้นใน ฉะนั้น ถ้ายกทรงหลวมเกินไป มันก็ไม่สามารถทำหน้าที่ของมันได้&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;u&gt;&lt;b&gt;ทำไมหน้าอกของฉันใหญ่ขึ้นและเจ็บก่อนมีประจำเดือน&lt;/b&gt;&lt;/u&gt;&lt;br/&gt;โทษฮอร์โมนของคุณได้เลย เหตุผลแรกคือ ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน ที่เพิ่มขึ้นเป็นสาเหตุของการบวมน้ำ ทำให้หน้าอกบวมและนุ่มมากขึ้น ส่วนฮอร์โมนเอสโตรเจน ก็เป็นสาเหตุของความเจ็บปวดเช่นกัน “ฮอร์โมนพวกนี้กำลังเตรียมร่างกายของเราให้พร้อมสำหรับการตั้งครรภ์ และส่งสัญญาณไปยังท่อน้ำนมให้ขยายออก ซึ่งนี่อาจทำให้เจ็บปวดได้” คุณควรหลีกเลี่ยงน้ำตาล คาเฟอีน และอะไรก็ตามที่มีโซเดียมอยู่มาก เพราะทั้งสามอย่างนี้จะเพิ่มการกักเก็บของเหลว ซึ่งจะทำให้หน้าอกของคุณใหญ่ขึ้นชั่วคราว (และตัวบวมด้วย)&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;u&gt;&lt;b&gt;ทำไมหน้าอกแต่ละข้างไม่เท่ากัน?&lt;/b&gt;&lt;/u&gt;&lt;br/&gt;เพราะคุณเป็นคนปกติ น้อยคนนักที่จะมีหน้าอกเท่ากัน ขนาดต่างกัน 1-2 คัพก็ยังถือเป็นเรื่องปกติ นอกจากนี้ พญ.บูธ ยังชี้ว่า ความไม่เท่ากันนั้น อาจเห็นได้ชัดเจนยิ่งขึ้น หลังจากการตั้งครรภ์หรือการให้นมบุตร แต่ควรระวังไว้ว่า หากเต้านมข้างหนึ่งใหญ่ขึ้นอย่างกะทันหัน อาจเป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงเนื้องอก แม้ว่าจะเกิดขึ้นได้ยากมาก แต่ถ้าคุณมีอาการดังกล่าวจริง ควรไปพบแพทย์ด่วน&lt;br/&gt;&lt;br/&gt; &lt;u&gt;&lt;b&gt;ขนพวกนี้มันอะไรกัน?&lt;/b&gt;&lt;/u&gt;&lt;br/&gt;อาจจะน่ารำคาญ แต่ไม่ใช่เรื่องผิดปกติ ทางแก้ง่ายๆ ก็คือถอนมันออกซะ ลองถอนหลังจากคุณอาบน้ำอุ่น เพราะ รูขุมขนจะขยายกว้างขึ้น และจะถอนเส้นขนได้ง่ายกว่า&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;u&gt;&lt;b&gt;ทำไมหน้าอกถึงมีรอยแตกเป็นลาย&lt;/b&gt;&lt;/u&gt;&lt;br/&gt;เป็นผลมาจากการขยายขนาดโดยฉับพลัน ไม่ว่าเพราะคุณแตกเนื้อสาว ตั้งครรภ์ หรือเพราะน้ำหนักเพิ่มขึ้น แม้ครีมจะช่วยไม่ได้มากนัก แต่เมื่อเวลาผ่านไป รอยเหล่านี้ก็จะจางลงเรื่อยๆ&lt;br/&gt;&lt;br/&gt; &lt;b&gt;&lt;u&gt;ลูกมีผลกระทบอย่างไรต่อหน้าอก&lt;/u&gt;&lt;/b&gt;&lt;br/&gt;อันดับแรกเลยคือ หน้าอกของคุณอาจจะใหญ่ขึ้น แต่หลังจากมีลูกแล้ว ผู้หญิงหลายคนบอกว่า หน้าอกลดขนาดลงกว่าก่อนตั้งครรภ์ ถึงแม้จะไม่มีเหตุผลทางชีววิทยา ว่าทำไมหน้าอกถึงหด และมีขนาดเล็กลงหลังจากให้นมบุตรแล้ว บางทีเนื้อเยื่อในเต้านมอาจจะเปลี่ยนแปลง ก็เลยดูเหมือนว่าเล็กลงก็ได้ และบางทีมันอาจเป็นสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่เราต้องแลกกับการทำสิ่งที่เหลือเชื่อ อย่างการให้กำเนิดและเลี้ยงดูลูกก็ได้&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;b&gt;&lt;u&gt; อยากเสริมเต้านม เสี่ยงหรือเปล่า?&lt;/u&gt;&lt;/b&gt;&lt;br/&gt;แน่นอน มันถือเป็นผ่าตัดใหญ่เลย ปัญหาที่เกิดขึ้นอาจรวมไปถึงการติดเชื้อ ชาด้าน ภาวะแทรกซ้อนของแผลเป็น หรือแผลฉีกขาด แม้ว่าราคาของการเสริมทรวงอกอาจจะถูกและล่อตาล่อใจ แต่คุณควรนึกถึงสุขภาพเป็นอันดับแรก (ไม่ใช่นึกถึงเงิน) ให้มองหาแพทย์ที่มีประสบการณ์ และขอดูภาพผลงานก่อน-หลัง พร้อมกับคุยกับคนไข้คนก่อนๆ เกี่ยวกับผลของการเสริมหน้าอกเสียก่อน&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;b&gt;ที่มา : &lt;font color='#000099'&gt;FW Mail&lt;/font&gt;&lt;/b&gt;&lt;/div&gt;&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;div class='zemanta-pixie'&gt;&lt;img src='http://img.zemanta.com/pixy.gif?x-id=b4fb43be-8b4c-8469-a718-9513ef4a427d' alt='' class='zemanta-pixie-img'/&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6419216617469968010-4566466137544849968?l=health1081009.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://health1081009.blogspot.com/feeds/4566466137544849968/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=6419216617469968010&amp;postID=4566466137544849968' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6419216617469968010/posts/default/4566466137544849968'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6419216617469968010/posts/default/4566466137544849968'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://health1081009.blogspot.com/2010/12/blog-post_27.html' title='หน้าอกหน้าใจ อะไรบ้างที่คุณผู้หญิงควรรู้ ควรดูแล'/><author><name>WebMaster.</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6419216617469968010.post-8516686565289334411</id><published>2010-12-25T18:22:00.000-08:00</published><updated>2010-12-27T19:09:47.544-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='Illness'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ความรู้ทั่วไป'/><title type='text'>ความจริงเรื่องมะเร็งปากมดลูกภัยร้ายที่ป้องกันได้</title><content type='html'>&lt;div xmlns='http://www.w3.org/1999/xhtml'&gt;&lt;div align='justify'&gt;“มะเร็ง ปากมดลูกเหรอ ก็เป็นโรคที่น่ากลัวนะ แต่ฉันคิดว่าฉันไม่เป็นหรอก” เพื่อนๆ คิดแบบนี้อยู่หรือเปล่าคะ? จะใช่หรือไม่คงประมาทไม่ได้แล้ว หลายคนอาจยังไม่ทราบว่า “โรคมะเร็งปากมดลูก” เป็นมะเร็งที่สามารถป้องกันได้ง่าย……&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;u&gt;&lt;b&gt;รู้จักมะเร็งปากมดลูก&lt;/b&gt;&lt;/u&gt;&lt;br/&gt;หลายคนอาจคิดว่า หากคนในครอบครัว ไม่เคยมีประวัติเป็นมะเร็งปากมดลูก ในฐานะสมาชิกของบ้านก็คง ไม่มีโอกาสเป็น แต่เพื่อนๆ ทราบกันไหมว่า &lt;font color='#FF0000'&gt;&lt;u&gt;&lt;b&gt;มะเร็งปากมดลูกไม่ใช่โรคที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม แต่เกิดจากการได้รับเชื้อไวรัสเอชพีวี&lt;/b&gt;&lt;/u&gt;&lt;/font&gt; ซึ่งจะอยู่ตรงผิวหนังบริเวณอวัยวะ มะเร็งปากมดลูก จึงติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เมื่อผิวหนังบริเวณอวัยวะเพศชาย และหญิงสัมผัสกัน โดยทั่วไปแล้ว เมื่อผู้ชายติดเชื้อเอชพีวี จะไม่มีอาการรุนแรงอะไร บางรายอาจเป็นหูดที่อวัยวะเพศ แต่สามารถถ่ายทอดเชื้อไวรัสนี้ ไปยังคู่นอนผ่านการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ ป้องกัน&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;u&gt;&lt;b&gt;ผู้หญิงกับโรคมะเร็งปากมดลูก&lt;/b&gt;&lt;/u&gt;&lt;br/&gt;สำหรับผู้หญิงเรามักถูกบอกว่า การมีคู่นอนหลายคน ทำให้เสี่ยงเป็นมะเร็งปากมดลูก ซึ่งดูเหมือนจะให้ข้อมูลด้านเดียวไปหน่อย เพราะจริงๆ แล้ว ถ้าผู้หญิงเรามีคู่นอนคนเดียว แต่เขามีเพศสัมพันธ์กับผู้หญิงหลายคนเราก็ เสี่ยงติดเชื้อไวรัสเอชพีวีเหมือนกัน&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;        นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ เช่น สูบบุหรี่เป็นประจำ ก็ทำให้ร่างกายไม่แข็งแรง ร่างกายกำจัดเชื้อไวรัส เอชพีวีออกไปได้ยาก หรือมีลูกตอนอายุน้อยๆ อวัยวะภายในยังเติบโตไม่เต็มที่ ทำให้เซลล์ตรงปากมดลูกระคายเคือง เป็นแผลได้ง่าย&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;b&gt;&lt;u&gt;อาการเมื่อได้รับเชื้อไวรัสเอช พีวี&lt;/u&gt;&lt;/b&gt;&lt;br/&gt;ภายหลังปากมดลูกเกิดการติดเชื้อเอชพีวี เซลล์บริเวณปากมดลูกนี้จะเกิดการอักเสบ &lt;b&gt;พบว่าผู้หญิงร้อยละ 60 ที่ติดเชื้อ หรือพูดง่ายก็คือ &lt;font color='#FF0000'&gt;ในผู้หญิงร้อยคนที่ติดเชื้อจะมีอยู่ 60 คนที่ร่างกายสามารถกำจัดเชื้อออกไป ภายในเวลาประมาณ 2-4 ปี&lt;/font&gt;&lt;/b&gt;&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;        โดยจากข้อมูลวิชาการ รศ.นพ.วิชัย เติมรุ่งเรืองเลิศ ภาควิชาสูติศาสตร์ นรีเวชวิทยา คณะแพทย์ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บอก ไว้ว่า จากการศึกษาในประเทศสหรัฐอเมริกา พบว่า 46% ในกลุ่มผู้หญิงที่มีเพศสัมพันธ์ กับผู้ชายเพียงคนเดียว เกิดการติดเชื้อเอชพีวีได้ เนื่องจากอีกฝ่ายมีคู่นอนมากกว่าหนึ่ง &lt;u&gt;&lt;b&gt;ลักษณะทั่วไปในระยะแรกจะไม่ปรากฏอาการ ผู้ป่วยสามารถสังเกตสิ่งผิดปกติทางกายได้ หากพบมีเลือดออกผิดปกติ เช่น มีเลือดออกหลังจากมีเพศสัมพันธ์ มีเลือดออกหลังจากหมดประจำเดือนแล้ว หรือมีอาการตกขาวปะปนกับเลือด เป็นต้น&lt;/b&gt;&lt;/u&gt; อาการเหล่านี้ ควรได้รับการตรวจให้รู้ชัดเจน เกี่ยวกับอาการผิดปกติที่เกิด ขึ้น&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;u&gt;&lt;b&gt;อย่าเพิ่งตกใจป้องกันง่าย และรักษาหายได้แค่ดูแลตัวเอง&lt;/b&gt;&lt;/u&gt;&lt;br/&gt;เนื่องจากโรคมะเร็งปากมดลูกป้องกันได้ง่ายๆ เพียงแค่ใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ และ ตรวจภายใน หรือเรียกกันว่าตรวจแป๊ปเสมียร์ เป็นประจำ ด้วยเหตุที่โรคนี้ไม่สามารถมองเห็นได้เอง เพราะปากมดลูกอยู่ภายในร่างกาย การตรวจจากคุณหมอ เป็นแนวทางป้องกันที่เหมาะสม ถ้าตรวจพบเสียแต่เนิ่นๆ ดังนั้นผู้หญิงเราควรไปตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกทุกๆ 3 ปี ยิ่งตรวจพบเร็วเท่าไร ยิ่งเพิ่มโอกาสการรักษาที่ได้ผลและหายขาดเร็วเท่านั้นค่ะ เพราะกว่าที่เชื้อไวรัสเอชพีวีจะไปทำลายเซลล์ที่ปากมดลูก และเปลี่ยนเป็นเซลล์มะเร็งก็ใช้เวลานานประมาณ 10 ปีทีเดียว เราจึงมีเวลาตรวจหาเชื้อและรักษานานทีเดียว&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;        จะว่าไปแล้วผู้หญิงเรายังรู้สึกเขินอาย และกลัวเจ็บเรื่องของตรวจภายใน ทำให้เมื่อมาพบแพทย์ อาการก็ลุกลามไปเสียแล้ว เพื่อนๆ ลองคิดบวกลบระหว่างความเขินอายกับสุขภาพชีวิตที่แข็งแรง สิ่งไหนคือความจำเป็นในชีวิตมากกว่ากันนะ แน่นอนว่า!!เพื่อนๆคงมีคำตอบนั้นอยู่ในใจแล้วจริงไหม? มะเร็งปากมดลูก ภัยร้ายที่ป้องกันได้&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;b&gt;ที่มา : &lt;font color='#000099'&gt;FW Mail&lt;/font&gt;&lt;/b&gt;&lt;/div&gt;&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;div class='zemanta-pixie'&gt;&lt;img src='http://img.zemanta.com/pixy.gif?x-id=c3980c7e-c803-8b46-be0c-d4676b5e4d0d' alt='' class='zemanta-pixie-img'/&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6419216617469968010-8516686565289334411?l=health1081009.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://health1081009.blogspot.com/feeds/8516686565289334411/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=6419216617469968010&amp;postID=8516686565289334411' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6419216617469968010/posts/default/8516686565289334411'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6419216617469968010/posts/default/8516686565289334411'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://health1081009.blogspot.com/2010/12/blog-post_25.html' title='ความจริงเรื่องมะเร็งปากมดลูกภัยร้ายที่ป้องกันได้'/><author><name>WebMaster.</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6419216617469968010.post-6836129974188485460</id><published>2010-12-24T01:00:00.000-08:00</published><updated>2010-12-24T01:01:11.013-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='จิตวิทยา'/><title type='text'>ความริษยาทำให้เราดีขึ้น?</title><content type='html'>&lt;div xmlns='http://www.w3.org/1999/xhtml'&gt;&lt;div align='justify'&gt;ความสำเร็จนั้นหอมหวาน แต่มันก็ทำให้คนที่ริษยาคุณ อยากจะโค่นล้มคุณเสียเหลือเกิน และจากการศึกษาพบว่า คนที่กลัวที่จะถูกริษยานั้น จะปฏิบัติตัวดีขึ้นกับคนที่อิจฉาริษยาเขา&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;ความอิจฉาริษยานั้นมีสองแบบ คือ ความอิจฉา ที่เป็นความรู้สึกที่เป็นเชิงบวก อันนี้จะทำให้ผู้ที่มีอารมณ์อิจฉาพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้น กับ ความริษยา ที่เป็นความรู้สึกทางลบ คนที่รู้สึกริษยา จะอยากดึงคนที่ประสบความสำเร็จลงมา&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;ในการทดลองเรื่องนี้ พวกเขาจะแบ่งอาสาสมัครออกเป็นสองกลุ่ม โดยที่กลุ่มนึงจะได้รับรางวัล 5 ยูโร โดยไม่ต้องทำอะไรเลย ส่วนอีกกลุ่มจะได้รับรางวัล ตามคะแนนที่ได้จากการตอบคำถาม จาการทดลองนี้พบว่า ถ้าการได้รับรางวัลนั้นสมเหตุสมผล (กลุ่มได้รับรางวัลตามคะแนน) พวกเขาจะถูกอิจฉา แต่หากไม่สมเหตุสมผล (กลุ่มที่ได้ 5 ยูโร) พวกเขาจะถูกริษยาแทน&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;หลังจากนั้น อาสาสมัครจะถูกสอบถามถึง ระยะเวลาที่ตนจะยินดีรับฟังคำแนะนำ ข้อคิดเห็นต่าง ๆ กลุ่มที่คิดว่าถูกริษยานั้น จะยอมเสียสละเวลามากกว่ากลุ่มที่คิดว่าถูกอิจฉา นอกจากนี้แล้วเมื่อผู้ทดลอง ลองทำยางลบจำนวนหนึ่งหล่นพบว่า กลุ่มที่คิดว่าตัวเองถูกริษยานั้น จะยินดีที่จะช่วยเขามากกว่าด้วย&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;นักจิตวิทยา van de Ven แห่งมหาวิทยาลัย Tilburg ที่ทำการทดลองเรื่องนี้เลยสรุปว่า "เรามักคิดว่าคุณที่ดีกว่าคนอื่น ควรจะแบ่งบันให้กับคนอื่นบ้าง แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่เรายินดีจะทำเมื่อเราดีขึ้น การกลัวที่จะถูกริษยาต่างหาก ที่ทำให้เราปรับปรุงความสัมพันธ์ที่มีต่อผู้อื่น"&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;b&gt;ที่มา: &lt;a href='http://www.psychologicalscience.org/index.php/publications/observer/obsonline/envy-makes-us-better-people.html' target='_blank'&gt;APS&lt;/a&gt;&lt;/b&gt;&lt;/div&gt;&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;div class='zemanta-pixie'&gt;&lt;img src='http://img.zemanta.com/pixy.gif?x-id=05b91f3c-37f2-8bc4-9175-7b45743318e2' alt='' class='zemanta-pixie-img'/&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6419216617469968010-6836129974188485460?l=health1081009.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://health1081009.blogspot.com/feeds/6836129974188485460/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=6419216617469968010&amp;postID=6836129974188485460' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6419216617469968010/posts/default/6836129974188485460'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6419216617469968010/posts/default/6836129974188485460'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://health1081009.blogspot.com/2010/12/blog-post_24.html' title='ความริษยาทำให้เราดีขึ้น?'/><author><name>WebMaster.</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6419216617469968010.post-9211211906703928180</id><published>2010-12-22T23:51:00.000-08:00</published><updated>2010-12-23T23:57:59.060-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='Sex ใครคิดว่าไม่สำคัญ'/><title type='text'>10 ตัวช่วย สร้างเซ็กซ์ให้ซาบซ่าน</title><content type='html'>&lt;div xmlns='http://www.w3.org/1999/xhtml'&gt;&lt;div align='justify'&gt;อยากเร่งเครื่องชีวิตรักของตัวเองงั้นหรือ เรามีรายงานพิเศษเรื่องของจำเป็นในห้องนอน ที่จะเขย่าโลกของคุณ ซึ่งข้อดีก็คือ คุณมีพวกมันส่วนใหญ่พร้อมอยู่แล้ว&lt;br/&gt;&lt;ul&gt;&lt;li&gt;&lt;b&gt;หมอน&lt;/b&gt;&lt;br/&gt;เมื่อเอามาวางไว้ในตำแหน่งที่เหมาะสม หมอนสามารถช่วยคุณให้อยู่ในท่าใหม่ และเพิ่มความหลากหลายให้แก่ท่าดั้งเดิมที่คุณโปรดปรานได้ เช่น ลองเอาหมอนรองไว้ใต้ก้นตอนทำท่ามิชชันนารี หรือเอามันไว้ระหว่างขาในระหว่างที่อยู่ในท่า Spoon (ท่าทีผู้ชายกอดคุณจากทางด้านหลัง)&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;/li&gt;&lt;li&gt;&lt;b&gt;ไวเบรเตอร์&lt;/b&gt;&lt;br/&gt;คำถามไม่ใช่ว่าทำไมต้องหาไวเบรเตอร์มาใช้ด้วย แต่ต้องถามว่า ก็ทำไมถึงจะไม่หามาไว้ใช้สักอันเล่า คุณสามารถใช้มันกับตัวเอง เพื่อสำรวจว่าอะไรที่ทำให้คุณรู้สึกดี หรือใช้กับคู่รักของคุณ เพื่อเพิ่มมิติใหม่ให้แก่เซ็กซ์ของทั้งคู่ มีรายงานว่าผู้หญิงที่ใช้ไวเบรเตอร์ มีระดับความพึงพอใจทางเพศ กับคู่ของเธอ เพิ่มขึ้น ความต้องการทางเพศที่เพิ่มขึ้น และออกัสซั่มได้ง่ายขึ้น&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;/li&gt;&lt;li&gt;&lt;b&gt;สารหล่อลื่น&lt;/b&gt;&lt;br/&gt;ไม่เพียงแต่สารหล่อลื่น จะทำให้อะไรต่ออะไรไหลลื่นไปได้ง่ายขึ้น มันยังช่วยให้เซ็กซ์กินเวลานานขึ้น และเพิ่มความคล่องตัว ที่ทำให้ทดลองใช้ท่าต่างๆ ได้ง่ายขึ้นด้วย สารหล่อลื่นสูตรน้ำเหมาะที่สุด ถ้าคุณกลัวแพ้ ในขณะที่สูตรซิลิโคนจะคงประสิทธิภาพได้นานกว่า&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;/li&gt;&lt;li&gt;&lt;b&gt;คู่มือเซ็กซ์ดีๆ&lt;/b&gt;&lt;br/&gt;ในเรื่องเซ็กซ์แล้ว เราไม่อาจรู้เรื่องไปเสียหมดทุกอย่าง นั่นจึงเป็นเหตุผล ที่คุณควรมีคู่มือเรื่องเพศดีๆ เอาไว้ข้างกายสักเล่ม เพื่อให้ความกระจ่าง แก่ตัวเองในเรื่องที่ข้องใจ เกี่ยวกับสรีระหรือปฏิกิริยาบางอย่างของร่างกาย แม้แต่เทคนิคดีๆ ที่ผู้เชี่ยวชาญนำมาแบ่งปัน อ่านไป จิบไวน์ไป หรือนำมาพูดคุยกับคู่รักของคุณไปพลางๆ&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;/li&gt;&lt;li&gt;&lt;b&gt;ของเล่นสุดสนุก&lt;/b&gt;&lt;br/&gt;ไม่ว่าจะเป็นของน่ารักๆ อย่างขนนก ผ้าพันคอ หรือวิปครีม หรือไม่ค่อยน่ารักนัก เช่น แส้ กุญแจมือ ของเล่นเหล่านี้ช่วยเพิ่มรสชาติ และความตื่นเต้นให้แก่ฉากรักของคุณได้ นอกจากนี้ ยังมีของเล่นเซ็กซ์โดยเฉพาะ ที่มีจำหน่ายตามเซ็กซ์ช็อป หรือแม้แต่ตามเว็บไซต์ ที่คุณอาจลองแวะเข้าไปดูและเลือกสั่งมาลองใช้ดูบ้าง&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;/li&gt;&lt;li&gt;&lt;b&gt;เคเกล&lt;/b&gt;&lt;br/&gt;การบริหารแบบเคเกล ช่วยให้กล้ามเนื้อช่องคลอด และ เชิงกรานของคุณแข็งแรงขึ้น ยิ่งกล้ามเนื้อเหล่านี้แข็งแรงมากขึ้นเท่าไหร่ ความรุนแรงของออกกัสซั่ม ของคุณก็จะยิ่งเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น การบริหารกล้ามเนื้อเหล่านี้ ยังทำทำให้การไหลเวียนโลหิต ในช่วงเชิงกรานดี ขึ้น ความชุ่มฉ่ำเพิ่มขึ้น ซึ่งนำไปสู่ความตื่นตัว และความวาบหวามเพิ่มขึ้น และคุณยังสามารถบีบรัดกล้ามเนื้อช่องคลอด ในระหว่างมีเพศสัมพันธ์ เพิ่มความสุขทางเพศแก่เขาและคุณได้อีกด้วย วิธีการทำเคเกลก็คือ การเกร็งช่องคลอดเหมือนกับพยายามจะกลั้นปัสสาวะ จากนั้นก็คลาย แล้วทำซ้ำ&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;/li&gt;&lt;li&gt;&lt;b&gt;ซีดีเพลง&lt;/b&gt;&lt;br/&gt;ทุกคนรู้ว่าดนตรีดีๆ สามารถสร้างบรรยากาศ โรแมนติกได้ หัวใจสำคัญก็คือ การหาเพลงที่ทำให้คุณเกิดอารมณ์ ไม่ว่าจะเป็นเพลงคลาสสิก อ่อนหวานหรือดนตรีจังหวะเร้าใจ เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกขัดจังหวะที่ทำให้เสียอารมณ์ หาเครื่องเล่นซีดี แบบต่อเนื่องหลายๆ แผ่น ที่จะปล่อยเสียงเพลงให้ดำเนินไปอย่างไหลลื่น&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;/li&gt;&lt;li&gt;&lt;b&gt;ชุดชั้นในเซ็กซี่&lt;/b&gt;&lt;br/&gt;เช่นเดียวกับการใส่รองเท้าวิ่ง ทำให้เกิดอารมณ์อยากจะออกไปจ็อกกิ้ง การใส่ชุดชั้นในวาบหวาม ก็ช่วยให้คุณทั้งดูเซ็กซี่ขึ้น และรู้สึกเซ็กซี่ด้วย นี่เป็นคำบอกเล่าจาก ดอเรียน โซล็อต ผู้เขียนหนังสือเรื่อง I Love Female Orgasm บอกเช่นนั้น และมันไม่จำเป็นต้องเป็นชุดชั้นในราคาแพง ถึงจะใช้ได้ แค่ใส่อะไรก็ตามที่คุณรู้สึกมั่นใจในตัวเอง และรู้สึกเซ็กซี่ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อสายเดี่ยว กับกางเกงขาสั้น บราดันทรงกับกางเกงในสายเดี่ยว หรือชุดชั้นในผ้าซาตินแบบเต็มตัว กับรองเท้าส้นสูง คุณยังสามารถใช้ชุดชั้นใน เพื่อเปลี่ยนบทบาทของตัวเอง ให้แตกต่างออกไปด้วย ก็ได้ เช่น อ่อนหวานหรือซุกซน ลองหาชุดชั้นในแบบที่พูดถึงตัวเอง อย่างชัดเจนที่สุด แล้วนำเอามันมาใช้ในห้องนอนดูบ้าง&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;/li&gt;&lt;li&gt;&lt;b&gt;สื่ออีโรติก&lt;/b&gt;&lt;br/&gt;สื่ออีโรติกสามารถทำให้คุณเกิดอารมณ์ และเป็นไอเดียอันบรรเจิด ที่คุณสามารถเอามาลอง กับคู่รักของคุณได้ โซล็อตบอกเช่นนั้น และคำว่า “สื่ออีโรติก” ของเราก็หมายความถึงสื่อทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นหนังสือหรือหนัง ทั้งหนังรักซาบซึ้ง หรือหนังเรตอาร์แสนวาบหวาม หนังสือเรตเอ็กซ์ หรือแม้แต่นิยายโรแมนติกก็ตามที&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;/li&gt;&lt;li&gt;&lt;b&gt;ความซื่อสัตย์และจริงใจ&lt;/b&gt;&lt;br/&gt;คุณไม่อาจเอาสิ่งนี้สอดไว้ใต้หมอน หรือใส่ไว้ที่ลิ้นชักหัวเตียงได้ แต่ความซื่อสัตย์ อาจเป็นเครื่องมือที่มีอานุภาพมากที่สุด เหนือสิ่งอื่นใด เมื่อใดก็ตามที่คุณเก็บงำอะไรเอาไว้ในใจ มันจะสร้างกำแพงที่กั้นขวางระหว่างคุณ กับความสุขในห้องนอน ลองเปิดใจตัวเองกับคู่ของคุณ และสื่อสารกันให้มากที่สุด เพื่อให้ทุกฉากรักของคุณ ไม่ว่าจะมีของเล่นอะไรหรือไม่ก็ตาม เป็นฉากรักที่แสนยอดเยี่ยมทุกครั้งไป&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;/div&gt;&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;div class='zemanta-pixie'&gt;&lt;img src='http://img.zemanta.com/pixy.gif?x-id=f7ab8e63-1b03-8bb3-936d-d12ff04ab265' alt='' class='zemanta-pixie-img'/&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6419216617469968010-9211211906703928180?l=health1081009.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://health1081009.blogspot.com/feeds/9211211906703928180/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=6419216617469968010&amp;postID=9211211906703928180' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6419216617469968010/posts/default/9211211906703928180'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6419216617469968010/posts/default/9211211906703928180'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://health1081009.blogspot.com/2010/12/10_22.html' title='10 ตัวช่วย สร้างเซ็กซ์ให้ซาบซ่าน'/><author><name>WebMaster.</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6419216617469968010.post-870383507185533283</id><published>2010-12-22T02:08:00.001-08:00</published><updated>2010-12-22T02:08:43.481-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='Illness'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='เรื่องต้องรู้'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ความรู้ทั่วไป'/><title type='text'>คนอ้วน เสี่ยงต่อการเป็นโรคอะไรบ้าง</title><content type='html'>&lt;div xmlns='http://www.w3.org/1999/xhtml'&gt;ความอ้วนทำให้อัตราการเกิดโรคภัยไข้เจ็บอื่นๆ สูงขึ้น ซึ่งโรคเหล่านี้ ได้แก่&lt;br/&gt;&lt;ol&gt;&lt;li&gt;&lt;b&gt;ความดันโลหิตสูง &lt;/b&gt;คนอ้วนมีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคความดันโลหิตสูงกว่าคนไม่อ้วน 2-9 เท่า และถ้าน้ำหนักตัวลดลงความดันโลหิตก็จะลดลงด้วย&lt;/li&gt;&lt;li&gt;&lt;b&gt;โรคเบาหวาน&lt;/b&gt; คนอ้วนเล็กน้อยจะมีโอกาสเกิดโรคเบาหวานได้มากกว่าคนทั่วไป 2 เท่า คนอ้วนปานกลางจะมีโอกาสเป็นโรคเบาหวานเพิ่มขึ้น 5 เท่า และความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นเป็น 10 เท่าในคนที่อ้วนมากๆ&lt;/li&gt;&lt;li&gt;&lt;b&gt;ความผิดปกติของระดับไขมันในหลอดเลือด&lt;/b&gt; คนอ้วนมักจะมีระดับไขมันไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูง และเอชดีแอลต่ำ จึงจะสัมพันธ์กับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นต่อโรคหัวใจขาดเลือด&lt;/li&gt;&lt;li&gt;&lt;b&gt;โรคหัวใจและหลอดเลือด&lt;/b&gt; ผู้ที่เป็นโรคอ้วนจะมีความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดหัวใจตีบตัน โรคหลอดเลือดสมองตีบตันได้มากกว่าคนไม่อ้วน&lt;/li&gt;&lt;li&gt;&lt;b&gt;โรคเกี่ยวกับระบบหายใจ&lt;/b&gt; คนอ้วนมากจะทำให้เกิดความผิดปกติในการหายใจเข้าออกและกระบังลม ผลคือเกิดภาวะขาดออกซิเจน เหนื่อยง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในท่านอนหงายจะมีอาการหายใจลำบาก บางครั้งหยุดหายใจเป็นพักๆ เวลานอนหลับ มีอาการปวดศีรษะในตอนเช้า ในเวลากลางวันจะมีอาการง่วงนอน หายใจช้า ระยะต่อไปหัวใจซีกขวาล้มเหลวและอาจเสียชีวิตได้&lt;/li&gt;&lt;li&gt;&lt;b&gt;โรคข้อเสื่อม &lt;/b&gt;คนอ้วนจะมีอาการของข้อเสื่อม กระดูกสันหลังเสื่อม ปวดเข่า ปวดหลัง เนื่องจากข้อต่างๆ ไม่สามารถรับน้ำหนักได้ นอกจากนี้ คนอ้วนมักจะมีระดับกรดยูริคในเลือดสูงกว่าปกติและมีโอกาสเป็นโรคเก๊าต์ มากขึ้น&lt;/li&gt;&lt;li&gt;&lt;b&gt;โรคถุงน้ำดี &lt;/b&gt;คนอ้วนมีโอกาสเป็นโรคนิ่วในถุงน้ำดีสูงกว่าคนไม่อ้วน 3-4 เท่า&lt;/li&gt;&lt;li&gt;&lt;b&gt;โรคมะเร็งบางชนิด &lt;/b&gt;จากการศึกษาพบว่า คนที่เป็นโรคอ้วนจะเป็นมะเร็งมากกว่าคนที่ไม่อ้วน เช่น โรคมะเร็งที่เกี่ยวกับฮอร์โมนและมะเร็งระบบทางเดินอาหาร มะเร็งของเยื่อบุมดลูก มะเร็งปากมดลูก มะเร็งเต้านม มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งถุงน้ำดี&lt;/li&gt;&lt;li&gt;ปัญหาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับโรคอ้วนหรือน้ำหนักเกิน เช่น โรคเชื้อราที่ผิวหนัง เส้นเลือดขอด อาการท้องผูก การคลอดบุตรมีปัญหา แผลผ่าตัดอาจจะหายช้ากว่าปกติ เป็นต้น&lt;/li&gt;&lt;/ol&gt;&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;div class='zemanta-pixie'&gt;&lt;img src='http://img.zemanta.com/pixy.gif?x-id=cd349672-5047-8bdc-8aae-98ef88fa5cd8' alt='' class='zemanta-pixie-img'/&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6419216617469968010-870383507185533283?l=health1081009.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://health1081009.blogspot.com/feeds/870383507185533283/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=6419216617469968010&amp;postID=870383507185533283' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6419216617469968010/posts/default/870383507185533283'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6419216617469968010/posts/default/870383507185533283'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://health1081009.blogspot.com/2010/12/blog-post_22.html' title='คนอ้วน เสี่ยงต่อการเป็นโรคอะไรบ้าง'/><author><name>WebMaster.</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6419216617469968010.post-6311579742503626943</id><published>2010-12-21T23:51:00.000-08:00</published><updated>2010-12-24T00:54:56.329-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='Sex ใครคิดว่าไม่สำคัญ'/><title type='text'>เปลี่ยนหนุ่มเซ็กซ์ห่วย ให้เป็นหนุ่มร้อนแรง</title><content type='html'>&lt;div xmlns='http://www.w3.org/1999/xhtml'&gt;&lt;div align='justify'&gt;ใช้เคล็ดลับต่อไปนี้เพื่อนำทางชายหนุ่มของคุณให้ก้าวสู่สุดยอดในเรื่องบนเตียง&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;ใช่แล้ว คุณรักชายหนุ่มของคุณ และก็...ไม่เลย--คุณไม่ได้อยากเปลี่ยนเขาแม้แต่น้อย แต่มาพูดกันอย่างจริงใจหน่อยเถอะ มันไม่มีอะไรเลยสักอย่างเลยหรือหรือที่เขาทำ (หรือไม่ได้ทำ) ในเรื่องบนเตียง ที่คุณอยากจะแก้ไขมันสักหน่อย? ปัญหาก็คือ สิ่งสุดท้ายที่ผู้ชายต้องการก็คือ การตกเป็นหนึ่งในโครงการปรับปรุงบ้านให้ดีขึ้นของคุณ--โดยเฉพาะในเรื่องบนเตียงแบบนี้ แต่ก็ใช่ว่าคุณจะไม่สามารถทำอะไรได้เลยในเรื่องนี้ คุณก็แค่ต้องการแผนการดีๆ สักอย่างสองอย่าง เพื่อหลอกล่อให้ชายหนุ่มของคุณเปลี่ยนพฤติกรรมบางอย่างเองโดยไม่ทันรู้ตัว และนี่คือแผนการสำหรับคุณ&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;ul&gt;&lt;li&gt;&lt;b&gt;โค้ชเขา&lt;/b&gt;&lt;br/&gt;เช่นเดียวกับโค้ชทีมฟุตบอล ที่กระตุ้น และ แนะนำแนวทาง ให้ทีมของเขามุ่งสู่ชัยชนะ เราผู้หญิงก็สามารถนำทางผู้ชาย สู่ชัยชนะบนเตียงได้เช่นกัน ซึ่งวิธีที่ดีที่สุดก็คือ การผลักดันเขาในแง่บวกและการคิดบวก เพราะปกติผู้ชายก็เป็นคนง่ายๆ อยู่แล้ว เขาอยากรู้ว่าสิ่งที่เขาทำเป็นยังไงบ้าง และเขาอยากให้คุณเชียร์เขาให้ได้ชัยชนะ ฉะนั้น เพื่อจูงใจชายหนุ่มของคุณในทางที่ดี ลองกระตุ้นความกระตือรือร้นของเขาด้วยการแสดงความเห็นที่ให้กำลังใจกัน อะไรที่คุณไม่ควรทำน่ะหรือ? การวิจารณ์ไงล่ะ นั่นไม่มีทางได้ผลแน่นอน เช่นเดียวกับการดูถูกเขา ลองบอกเขาว่าสิ่งไหนที่เขาทำแล้วดีจะดีกว่า และก็เริ่มจากตรงนั้นแหละ&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;/li&gt;&lt;li&gt;&lt;b&gt;ล้างสมองเขา&lt;/b&gt;&lt;br/&gt;คนเราใช้การสะกดจิต เพื่อทำให้คนเลิกสูบบุหรี่ หรือแม้กระทั่งลดความอ้วน ฉะนั้น ทำไมไม่ลองใช้รูปแบบของมัน เพื่อปลูกฝังความคิดบางอย่างในเรื่องเซ็กซ์ ลงไปในหัวของเขาดูบ้างล่ะ หลักการง่ายๆ ของการสะกดจิตก็คือ การสร้างคำพูดบางอย่าง ในเรื่องที่คุณต้องการ และพูดมันซ้ำๆ กันเพื่อให้มันฝังลงไปในจิตใต้สำนึก ฉะนั้น ลองเริ่มด้วยการหาว่า คุณต้องการอะไรในเรื่องเซ็กซ์ เช่น อยากให้เขาเล่นกันหน้าอกของคุณมากขึ้น ในระหว่างมีเซ็กซ์ จากนั้น ก็ควบคุมอารมณ์ตัวเองให้ดี การล้างสมองเขาต้องการพลังงานในแง่บวก ไม่ใช่การระเบิดอารมณ์ใส่เขาว่า “ทำไมคุณไม่เคยจับหน้าอกฉันเลย” ซึ่งจะกลายเป็นคนละเรื่องกันทันที ขั้นต่อมาก็หำพุดหรือการกระทำบางอย่าง ที่จะฝังลไงปในหัวของเขา เช่น ในขณะที่ทำเรื่องอย่างว่ากันอยู่ ลองสัมผัสหน้าอกตัวเองในแบบที่คุณชอบ หรือแอ่นหน้าอกตัวเองไปเคล้าเคลียใกล้ๆ เขา พร้อมกับพูดว่า “ฉันชอบมากเลยเวลาที่คุณเล่นกับหน้าอกของฉัน” มันจะทำให้เขาเรียนรู้โดยไม่รู้ตัวว่าการสัมผัสหน้าอกของคุณเป็นเรื่องที่ดี และเมื่อเขาทำตามก็ตบท้ายว่า “ดีเหลือเกิน วันหลังเราทำแบบนี้อีกนะ” มันจะยิ่งทำให้เขาเชื่อว่า การกระทำเช่นนี้เป็นสิ่งที่คุณรอคอย และเมื่อเขาเห็นหน้าอกคุณ เขาก็จะอยากเล่นกับมันอีก&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;/li&gt;&lt;li&gt;&lt;b&gt;ให้รางวัล&lt;/b&gt;&lt;br/&gt;นักฝึกสัตว์ใช้วิธีการง่ายๆ ในการเปลี่ยนพฤติกรรมของสุนัข นั่นก็คือการให้รางวัล และถ้าเทคนิคของพวกเขาทำให้สุนัขแก่ๆ เรียนรู้ลูกเล่นใหม่ๆ ได้ มันก็น่าจะช่วยให้ชายหนุ่มของคุณทำอะไรใหม่ๆ ได้เช่นกัน แต่คุณต้องใช้มันให้ถูกจังหวะและเวลา นั่นก็คือให้แน่ใจว่าคุณให้รางวัล ชายหนุ่มของคุณทันทีที่ทำอะไรที่ถูกต้อง พูดออกไปทันทีว่า “ฉันช่างโชคดีอะไรเช่นนี้” ทันทีที่เขาทำในสิ่งที่คุณอยากให้เขาทำ หัวใจสำคัญอีกอย่างก็คือ การหยุดพูดถึงสิ่งที่คุณต้องการ และลงมือทำซะ บางทีผู้หญิงก็พูดมากเกินไป เช่นเดียวกับการที่คุณไม่เคยพยายาม ให้เหตุผลแก่สุนัขของคุณ เวลาคุณอยากให้มันทำอะไร แต่แค่แสดงให้เห็นมันว่าคุณอยากให้มันทำอะไร ผู้ชายก็เช่นกัน บางทีพวกเขาก็ไม่อยากฟังว่าคุณต้อกงารอะไร แต่อยากเห็นว่าคุณอยากได้อะไรมากกว่า&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;/li&gt;&lt;li&gt;&lt;b&gt;ท้าทายเขา&lt;/b&gt;&lt;br/&gt;เราทุกคนต่างรู้ว่าผู้ชายชอบเล่นเกม ฉะนั้น ทำไมไม่กระตุ้นความชอบ แข่งขันในตัวเขาดูบ้าง และทำให้ชีวิตเซ็กซ์ของคุณสนุกขึ้น ดว้ยการท้าทายสนุกๆ เพราะระดับเทสทอสเทอโรน ที่สูงอย่างมากในตัวผู้ชาย การได้ชัยชนะจึงเป็นเรื่องยิ่งใหญ่สำหรับเขา ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมผู้ชายบางคนจึงชอบการแข่งขันบางอย่าง ถึงแม้มันจะดูบ้าอย่างมาก การท้าทายผู้ชาย เป็นการเล่นกับความปรารถนาที่ติดตัวมาแต่เกิดของเขา ที่จะพิสูจน์ตัวเองกับคุณ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการท้าทายที่เน้นการกระทำ หรืออะไรที่ต้องใช้กำลังกายนั่นเอง ฉะนั้น ถ้าคุณอยากได้แอคชั่นบนเตียงที่มากขึ้น--ก็ลองท้าทายเขาได้เลย&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;/div&gt;&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;div class='zemanta-pixie'&gt;&lt;img src='http://img.zemanta.com/pixy.gif?x-id=21ff9c8f-629b-8b08-b09c-0c349da9ebc3' alt='' class='zemanta-pixie-img'/&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6419216617469968010-6311579742503626943?l=health1081009.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://health1081009.blogspot.com/feeds/6311579742503626943/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=6419216617469968010&amp;postID=6311579742503626943' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6419216617469968010/posts/default/6311579742503626943'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6419216617469968010/posts/default/6311579742503626943'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://health1081009.blogspot.com/2010/12/blog-post_21.html' title='เปลี่ยนหนุ่มเซ็กซ์ห่วย ให้เป็นหนุ่มร้อนแรง'/><author><name>WebMaster.</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6419216617469968010.post-1638631034047722032</id><published>2010-12-18T22:16:00.001-08:00</published><updated>2010-12-18T22:16:19.901-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='เรื่องต้องรู้'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ความรู้ทั่วไป'/><title type='text'>10 วิธีการทำลายสมอง</title><content type='html'>&lt;div xmlns='http://www.w3.org/1999/xhtml'&gt;&lt;div align='justify'&gt;สมอง เป็น อวัยวะที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่ง เปรียบประดุจศูนย์บัญชาการการทำงานของร่างกาย การรู้จักบำรุงดูแลรักษาสมองให้ปฏิบัติงานได้ดี จึงเป็นเรื่องที่ควรทำอย่างสม่ำเสมอ อย่างไรก็ตาม บ่อยครั้งเรากลับมีพฤติกรรม ที่ทำร้ายสมองของตัวเองอย่างรู้เท่าไม่ถึงการณ์&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;ลองมาดูกันว่าอะไรบ้างที่เป็นพฤติกรรมทำร้ายสมอง&lt;br/&gt;&lt;ol&gt;&lt;li&gt;ไม่ทานอาหารเช้า นอกจากทำให้ระดับน้ำตาล ในเลือดต่ำแล้ว ยังเป็นเหตุให้สารอาหาร ไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ&lt;/li&gt;&lt;li&gt;กินอาหารมากเกินไป จะทำให้หลอดเลือดแดงในสมองแข็งตัว เป็นเหตุให้เกิดโรคความจำสั้น &lt;/li&gt;&lt;li&gt;สูบบุหรี่ เป็นสา-เหตุให้สมองฝ่อและโรคอัลไซเมอร์ &lt;/li&gt;&lt;li&gt;ทานของหวานมากเกินไป ของหวานจะไปขัดขวางการดูดกลืนโปรตีน และ สารอาหารที่เป็นประโยชน์ เป็นสาเหตุของการขาดสารอาหารและขัดขวางการพัฒนาของสมอง&lt;/li&gt;&lt;li&gt;มลภาวะ สมองเป็นส่วนที่ใช้พลังงานมากที่สุดในร่างกาย การสูดเอาอากาศที่เป็นมล-ภาวะเข้าไปจะทำให้ออกซิเจนในสมองมีน้อย ส่งผลให้ประสิทธิภาพของสมองลดลง &lt;/li&gt;&lt;li&gt;การอดนอน ถ้าอดนอนเป็นเวลานานจะทำให้เซลล์สมองตายได้ &lt;/li&gt;&lt;li&gt;นอนคลุมโปง การนอนแบบนี้จะเพิ่มคาร์บอนไดออกไซด์ให้มากขึ้น และลดออกซิเจนให้น้อยลง ส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานของสมองไปในตัว&lt;/li&gt;&lt;li&gt;ใช้สมองในขณะที่ไม่สบาย การทำงานหรือเรียนขณะกำลังป่วย จะทำให้ประสิทธิภาพการทำงาน ของสมองลดลงเหมือนกับการทำร้ายสมองไปในตัว &lt;/li&gt;&lt;li&gt;ขาดการใช้ความคิด การคิดเป็นสิ่งที่ดีที่สุดในการฝึกสมอง การขาดการใช้ความคิดจะทำให้สมองฝ่อ &lt;/li&gt;&lt;li&gt;เป็นคนไม่ค่อยพูด ทักษะการพูดเป็นตัวแสดงถึงประสิทธิภาพของสมอง&lt;/li&gt;&lt;/ol&gt;นิสัยทำร้ายสมองทั้งสิบอย่างนี้คัดมาฝากกันจาก “ต้นคิด” จดหมายข่าวรายเดือนของสำนักงานพัฒนาระบบข้อมูลข่าวสารสุขภาพ เพื่อจะได้ช่วยกันหลีกเลี่ยงพฤติกรรมทำร้ายสมองของตัวเอง.&lt;/div&gt;&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;div class='zemanta-pixie'&gt;&lt;img src='http://img.zemanta.com/pixy.gif?x-id=ad1b0c79-9543-89bd-9608-092af582483b' alt='' class='zemanta-pixie-img'/&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6419216617469968010-1638631034047722032?l=health1081009.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://health1081009.blogspot.com/feeds/1638631034047722032/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=6419216617469968010&amp;postID=1638631034047722032' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6419216617469968010/posts/default/1638631034047722032'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6419216617469968010/posts/default/1638631034047722032'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://health1081009.blogspot.com/2010/12/10.html' title='10 วิธีการทำลายสมอง'/><author><name>WebMaster.</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6419216617469968010.post-7994310528584468463</id><published>2010-12-18T04:42:00.001-08:00</published><updated>2010-12-18T04:42:59.762-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='Illness'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='เรื่องต้องรู้'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='เรื่องจริงเตือนภัย'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='Sex ใครคิดว่าไม่สำคัญ'/><title type='text'>คนใจยักษ์ ใช้ความรักเป็นเหยื่อ ทำร้ายคู่ชีวิตอย่างแสบสันต์</title><content type='html'>&lt;div xmlns='http://www.w3.org/1999/xhtml'&gt;&lt;div align='justify'&gt;ผมอ่านเจอ Mail นี้ใน Mail Group แต่อ่านจบแล้ว รู้สึกว่า &lt;strong&gt;Subject &lt;a target='_blank' href='http://www.pantip.com/cafe/lumpini/topic/L9990186/L9990186.html'&gt;ข้อคิดจากชีวิตจริง ก่อนจะมีเซ็กซ์ มั่นใจหรือไม่ว่าปลอดเอดส์&lt;/a&gt;&lt;/strong&gt; มันไม่เหมาะกับเนื้อหาเลย ก็เลยขอเปลี่ยนเป็นแบบที่ตัวเองคิดว่าเห็นสมควร ส่วนเรื่องที่ว่าเป็นอย่างไรนั้น ลองอ่านดูกันก็แล้วกันครับ&lt;br/&gt;&lt;blockquote&gt;&lt;strong&gt;เรื่องที่ 1&lt;/strong&gt;&lt;br/&gt;เด็กหญิงอายุ 15 ปี มารดามาแจ้งความ ว่าพ่อเลี้ยงกระทำชำเราลูกสาวระหว่างแพทย์ซักประวัติ ตรวจร่างกาย เด็กบอกว่า ถูกพ่อเลี้ยงปลุกปล้ำ แต่ในครั้งต่อๆมา ตัวเด็กยินยอมมีพสพ.โดยสมัครใจ พยาบาลแผนกสังคมสงเคราะห์ซักประวัติมารดา ถึงสภาพแวดล้อม ความสัมพันธ์ในครอบครัว ตัวคนเป็นแม่เล่าไปร้องไห้ไป ดูแล้วมีความคับข้องใจมาก คุณพยาบาลเข้าใจว่า มารดาคงจะเสียใจ ที่ลูกยอมนอนกับพ่อเลี้ยง&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;แต่ในที่สุด แม่ของเด็กก็เล่าความจริงออกมาว่า ตัวเธอตรวจพบว่า เป็นผู้ติดเชื้อมาหลายปีแล้ว สามีคนเก่าก็เสียชีวิตจากการติดเชื้อไปหลายปี จึงได้ย้ายที่อยู่ และ ในทีุ่สุดก็มาพบกับสามีคนปัจจุบัน และอยู่กินกัน โดยสามีใหม่ไม่ทราบ เพราะเธอเองกินยาสม่ำเสมอ สุขภาพแข็งแรงดีมาตลอด&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;แต่แล้ว เคราะห์กรรมก็มาตกกับลูกสาวอย่างคาดไม่ถึง!!!&lt;/blockquote&gt;&lt;blockquote&gt;&lt;strong&gt;เรื่องที่ 2&lt;/strong&gt;&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;ผู้ชาย อายุราวๆ 35 ปี มาตรวจด้วยอาการอ่อนเพลีย มีไข้ ไอเรื้อรัง จากประวัติในใบส่งตัว ระบุว่าเป็นวัณโรคปอด และได้เจาะ HIV พบว่าผลเป็นบวก&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;เราเดินไปตรวจคนไข้ที่เตียง เลียบๆเคียงๆถามว่า หมอที่รพ.แรกได้แจ้งผลตรวจเลือดหรือไม่ คนไข้บอกว่าไม่ทราบ&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;จึงถามอีกว่า คนไข้มีโรคประจำตัวหรือไม่ เคยกินยาใดๆประจำหรือไม่ เนื่องจากประสบการณ์ที่ผ่านมา พบว่า ผป.โรคเอดส์บางส่วนจะทราบอยู่ก่อนแล้วว่าตนเองเป็นโรค แต่ไม่อยากบอกหมอตรงๆ ถ้าถามไปแบบอ้อมๆ อาจจะพอบอกบ้าง&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;ปรากฏว่า คนไข้รายนี้ ตอบคำถามอย่างซื่อๆ ดูแล้วไม่มีความสงสัยเลยว่าตัวเองติดเชื้อ&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;เราก็เลยหันไปหาภรรยา เพื่อจะถามอาการเพิ่ม พอมองหน้าฝ่ายหญิง เราก็ต้องตกใจ เพราะผู้หญิงคนนี้ เป็นผู้ติดเชื้อ ที่เราเคยรักษาในรพ.อำเภอเมื่อหลายปีก่อน&lt;br/&gt;คนไข้มารับยาต้านกินอยู่ประจำ&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;เราทำเป็นจำเขาไม่ได้ ก็ลองถามเรื่องสุขภาพ ต่างๆนานา เขาก็บอกว่าแข็งแรงดี&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;เราได้แต่คิดว่า ทำไมเลือดเย็นแบบนี้ เห็นผู้ชายแล้วเวทนา ฝ้าขาวเต็มปาก ตามขาก็พุพอง ถ้าเขารู้ตัว่าติดเชื้อ ก็จะได้กินยา ในขณะที่ฝ่ายหญิง กินยามาตลอด 5 ปี ดูสบายดีทุกอย่าง&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;ก็ไม่ได้ถามหรอกนะ ว่าสามีใหม่หรือเก่า หรือจะเป็นสามีที่นำโรคมาติด เลยแก้แค้นซะ?? แต่ถ้าเป็นสามีใหม่ ก็น่าสงสารมากๆ&lt;/blockquote&gt;&lt;blockquote&gt;&lt;strong&gt;เรื่องที่ 3&lt;/strong&gt;&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;ผู้หญิง อายุ 35 ปี มาฝากท้อง ตรวจเลือดพบว่าเป็นผู้ติดเชื้อ คนไข้บอกว่าทราบมานานแล้ว และกินยาต้านอยู่ประจำ&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;สามีคนนี้เป็นคนที่สอง เพิ่งมาอยู่ด้วยกันได้ปีกว่าๆสามียังไม่เคยมีลูก ก็เลยไม่ได้ใช้ถุงยาง&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;เราถามว่า แล้วเขารู้หรือเปล่าว่าตัวคนไข้เป็นผู้ติดเชื้อ คนไข้ตอบว่า "คงรู้มั้ง ก็หนูมารพ.ทุกเดือน เขาคงรู้เอง"&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;เวรกรรม เราเชื่อว่าฝ่ายชายไม่รู้หรอก&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;เราไม่ได้ว่าเหมารวมผู้ติดเชื้อทั้งหมดนะ มันก็เหมือนสังคมทั่วไปหละ ต้องมีทั้งคนดี คนไม่ดี แต่อยากเตือนใจไว้ว่า ปัจจุบัน ยาต้านไวรัสมีจ่ายฟรีที่รพ.รัฐทุกแห่ง&lt;br/&gt;ทำให้ผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่มีโอกาสรับยา จะว่าไปน่าจะเกือบ 100% เพราะตัดปัญหาค่าใช้จ่ายไปได้ บางคนถ้าอาย ก็ไปรับยาที่ต่างอำเภอที่ไกลจากบ้านตัวเอง&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;ผู้ติดเชื้อ ถ้ารับยาสม่ำเสมอ ร่างกายเขาก็จะแข็งแรงดี เหมือนได้เริ่มชีวิตใหม่&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;และในที่สุด ก็จะอยากมีครอบครัวใหม่ อยากมีคนรัก อยากมีลูก เพราะลึกๆแล้ว เขาอาจจะเชื่อว่า เขาหายแล้วก็ได้ เหมือนเป็นแค่ เบาหวาน ความดัน ที่กินยาทุกวันก็สบายดี&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;แล้วคนไทย ไม่นิยมเจาะเลือดก่อนแต่งซะด้วย จะว่าไป เคสเหล่านี้ก็มักจะไม่ได้แต่งงานอะไรกันเป็นเรื่องเป็นราว มักเป็นคนที่ผ่านชีวิตคู่มาบ้างแล้ว และก็เริ่มมีคู่ใหม่อย่างง่ายๆไม่มีพิธีรีตองอะไร&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;ก่อนจะแต่งงาน หรือมีเซ็กซ์กับใคร ถ้ายังไม่มั่นใจ ให้สวมถุงยางเสมอ&lt;/blockquote&gt;&lt;blockquote&gt;&lt;strong&gt;เรื่องที่ 4&lt;/strong&gt;&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;อีกกลุ่มที่น่าห่วงคือวัยรุ่น&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;เคยพบเด็กวัยรุ่น ที่ติดเชื้อจากพ่อแม่ตั้งแต่แรกเกิด เธอได้รับการดูแลอย่างดีจากญาติๆ และไปตรวจรับยาตามหมอนัดทุกครั้ง สุขภาพร่างกายแข็งแรงมาตลอด&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;จนอายุ 19 เป็นสาวสวย ที่ดูแล้วแข็งแรงสมบูรณ์ แล้วเธอก็ท้องกับเพื่อนชาย เราถามเด็กว่า แฟนหนูรู้มั้ย ว่าหนูเป็นโรคอะไร เด็กตอบว่า "เขารู้ แต่เขาไม่กลัว" เออหนอ ไม่รู้ว่ากล้าหาญเพราะรักจริง หรือว่ามันเด็กจนไม่รู้จักกลัวอะไร&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;ถ้าคุณเป็นเธอ ที่ติดโรคจากแม่โดยไม่รู้อิโหน่อิเหน่ พอโตเป็นสาว อยากมีแฟนเหมือนคนอื่น คุณจะทำยังไง วัยรุ่นอายุเท่านี้ จะคิดถึงความรับผิดชอบต่อชีวิตคนอื่นได้หรือไม่? ในเมื่อเขาก็มีความต้องการทางร่างกาย จิตใจเหมือนคนอื่นๆ&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;ล่าสุด เด็กสาวอายุ 15 มาคลอดลูก ตรวจเลือดพบว่าเป็นผู้ติดเชื้อ เด็กคนนี้ติดจากเพศสัมพันธ์กับแฟนที่อายุมากกว่า&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;แล้วในวันข้างหน้า อนาคตอีกหลายสิบปีของเด็กคนนี้ เด็กจะมีความยับยั้งชั่งใจพอหรือเปล่า ที่จะไม่แพร่เชื้อสู่คนอื่นต่อไปอีก?&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;ในเมื่อเราห้ามคนอื่นไม่ได้ ก็จงระวังตัวของท่านเองให้ดีๆก็แล้วกัน&lt;/blockquote&gt;&lt;blockquote&gt;&lt;strong&gt;เรื่องที่ 5&lt;/strong&gt;&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;ครั้งหนึ่งตอนที่จบตรีใหม่ๆ ด้วยหน้าที่การงานทำให้ต้องเข้าไปเป็นตัวเสริมในการให้คำปรึกษาเรื่องโรคเอดส์&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;ได้เจอคนที่กำลังจะแต่งงานกันคู่หนึ่งมาตรวจเลือด ผลปรากฏว่าฝ่ายชายติดเชื้อ รู้ตัวอยู่แล้ว ระหว่างรอผล แวะมาบอกแพทย์ว่าไม่ต้องการบอกฝ่ายหญิง เอาจรรยาแพทย์มาขู่ว่า หมอบอกผลเลือดของเขาให้แฟนรู้ไม่ได้ ถ้าเขาไม่ยินยอม&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;รายนี้เล่นเอาจิตตก เพราะนอกจากจะไม่ต้องการบอกแล้ว ยังจะเอาการตรวจเป็นประกันอีกว่าไม่มีโรค&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;พูดออกมาได้ว่า เดี๋ยวตอนเขาป่วยจะไม่มีใครดูแล&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;ช่างไม่คิดถึงผู้หญิงที่ตัวเองบอกว่ารัก ผู้หญิงที่แข็งแรงสมบรูณ์ ผู้หญิงที่มีความฝันว่าจะมีลูก จะสร้างครอบครัวกับคนที่เธอรักที่สุด&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;ในโรงพยาบาลส่งต่อกันให้วุ่น จนถึงมือจิตแพทย์ ก็ไม่รู้ว่าผลเป็นอย่างไรนะ เพราะขอลาออกจากทีมมาก่อน บอกหัวหน้าไปว่า คงยังเด็กไป วุฒิภาวะยังไม่พอจะรับมือกับเคสนี้&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;ให้คำปรึกษาก่อนตรวจนั้นทำได้ วางแผนเพื่อบอกผลก็ทำได้ นัดให้คำปรึกษาหลังจากที่รู้ผลแล้ว และต้องปรับตัวก็ทำได้&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;แต่จะให้นั่งมองหน้าฆาตกร นั่งฟังเขาระบายความห่วงใยตัวเองว่าจะไม่มีใครดูแลในอนาคต จนต้องทำลายคนอีกคนหนึ่ง มันทำไม่ได้จริงๆ&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;ปล ถึงตอนนี้ผ่านมาหลายปีแล้ว ก็ยังไม่มั่นใจว่าจะรับมือกับเคสแบบนี้ไหว&lt;/blockquote&gt;&lt;blockquote&gt;&lt;strong&gt;เรื่องที่ 6&lt;/strong&gt;&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;แถมไปอีกสักอัน  เมื่อวานนี้เอง&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;ผู้ชายอายุ 36 ปี  ตายไม่ทราบสาเหตุ  ประวัติจากภรรยาว่าไม่มีโรคประจำตัว  อ่อนเพลีย  ปวดหัวมากมาราวๆ 2 สัปดาห์  ไปตรวจแล้วCTแล้วก็ไม่พบความผิดปกติ  แพทย์นัดตรวจในอีก 1 สัปดาห์แต่ตายไปก่อน&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;เรานั่งฟังประวัติ  ดูอายุ  ก็สั่งตรวจเลือดหา HIV ทันที  ผลก็คือบวกไม่พลิกโผอะไร เจาะน้ำไขสันหลังมาส่อง   .....แหม  รายั้วเยี้ยเชียว  ได้เหตุตายเรียบร้อย&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;แต่ที่ยากก็คือการบอกกับภรรยาเขานี่สิ  เราบอกไปทั้งๆที่สงสารเขามากๆ  พอภรรยาเขารู้ว่าสามีตัวเองตายจากอะไรนี่...จากที่ร้องไห้กลายเป็นนั่งนิ่งตาค้างแล้วก็พึมพำว่า "ไม่จริงๆ"&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;และที่มันน่าอนาถที่สุดก็คือการที่ผลออกมาว่าภรรยาของเขามีผลเลือดเป็นบวก  เพิ่งแต่งงานกันมาได้แค่ปีกว่า  และกำลังตั้งครรภ์ได้ 3 เดือน......&lt;br/&gt;.&lt;br/&gt;.&lt;br/&gt;.&lt;br/&gt;ที่น่าเศร้าที่สุดก็คือ "กรณีนี้เป็นเคสทั่วๆไปที่พบได้แทบจะทุกสัปดาห์"&lt;/blockquote&gt;&lt;br/&gt;&lt;strong&gt;ที่มา &lt;a target='_blank' href='http://www.pantip.com/cafe/lumpini/topic/L9990186/L9990186.html'&gt;ข้อคิดจากชีวิตจริง ก่อนจะมีเซ็กซ์ มั่นใจหรือไม่ว่าปลอดเอดส์ &lt;/a&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/div&gt;&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;div class='zemanta-pixie'&gt;&lt;img src='http://img.zemanta.com/pixy.gif?x-id=61b66297-7110-82c7-b254-a58e689acd7f' alt='' class='zemanta-pixie-img'/&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6419216617469968010-7994310528584468463?l=health1081009.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://health1081009.blogspot.com/feeds/7994310528584468463/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=6419216617469968010&amp;postID=7994310528584468463' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6419216617469968010/posts/default/7994310528584468463'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6419216617469968010/posts/default/7994310528584468463'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://health1081009.blogspot.com/2010/12/blog-post.html' title='คนใจยักษ์ ใช้ความรักเป็นเหยื่อ ทำร้ายคู่ชีวิตอย่างแสบสันต์'/><author><name>WebMaster.</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6419216617469968010.post-8894664684509794866</id><published>2010-11-26T22:12:00.000-08:00</published><updated>2010-11-26T22:13:10.937-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='เรื่องต้องรู้'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ความรู้ทั่วไป'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='เรื่องจริงเตือนภัย'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ความรู้เรื่องยา'/><title type='text'>สารกันบูดคืออะไร</title><content type='html'>&lt;div xmlns='http://www.w3.org/1999/xhtml'&gt;ได้ยินกันมามากต่อมากว่า อาหารบางชนิดใส่สารกันบูด อาหารบางชนิดไม่ใส่สารกันบูด บางคนก็บอกว่าให้เลือกเฉพาะอาหารที่ไม่ใส่สารกันบูด ที่พูดๆกัน ไม่ทราบว่าใครทราบบ้างว่า "สารกันบูด" แท้จริงแล้วมันคืออะไร?&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;เอาล่ะครับ หาใครยังไม่ทราบ ผมได้สาระแนไปค้นหามาจากใน Internet และ ไปเจอข้อมูลน่าสนใจอยู่ที่เว็บ &lt;b&gt;&lt;a href='http://guru.sanook.com/search/knowledge_search.php?q=%CA%D2%C3%A1%D1%B9%BA%D9%B4&amp;amp;select=1' target='_blank'&gt;สนุก&lt;/a&gt;&lt;/b&gt;.คอม ผมก็เลยถือวิสาสะ Copy บางส่วน (คัดเฉพาะส่วนที่สำคัญ) ส่วนรายละเอียดปลีกย่อยอื่นๆ กรุณาตามไปอ่านต่อที่เว็บ &lt;b&gt;&lt;a href='http://guru.sanook.com/search/knowledge_search.php?q=%CA%D2%C3%A1%D1%B9%BA%D9%B4&amp;amp;select=1' target='_blank'&gt;สนุก&lt;/a&gt; &lt;/b&gt;ได้เลยนะครับ&lt;br/&gt;&lt;blockquote&gt;สารกันบูด (preservative) แปลกันตรงๆก็คือ สารกันเสีย,ยากันบูด นั่นเอง ซึ่งประโยชน์ของมันคือ สิ่งที่ผสมลงในอาหารเพื่อป้องกันไม่ให้เน่าเสียก่อนกำหนด&lt;br/&gt;&lt;/blockquote&gt;ทีนี้ ไม่ทราบว่า ทราบกันหรือเปล่าว่า สารกันบูดนั้นประกอบด้วยอะไรบ้าง และ มีกี่ชนิด&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;ผมขอแยกเป็นหัวข้อๆ ดังนี้นะครับ&lt;br/&gt;&lt;ul&gt;&lt;li&gt;&lt;font color='#000099'&gt;&lt;b&gt;สารกันบูดนั้นประกอบด้วยอะไรบ้าง&lt;/b&gt;&lt;/font&gt;&lt;br/&gt;สารกันบูด (Preservatives) หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าวัตถุกันเสีย คือวัตถุเจือปนอาหาร&lt;b&gt; &lt;/b&gt;&lt;font color='#FF0000'&gt;&lt;u&gt;&lt;b&gt;เป็นสารเคมีที่ช่วยยืดอายุการเก็บรักษา ช่วยในการถนอมอาหารได้&lt;/b&gt; เพราะช่วยชะลอ หรือยับยั้งการเจริญเติบโต และทำลายจุลินทรีย์ ที่เป็นสาเหตุการเน่าเสียของอาหาร&lt;/u&gt;&lt;/font&gt; ตัวที่นิยมกันมากคือ พวกกรดอ่อนต่างๆ เช่น &lt;font color='#FF0000'&gt;&lt;b&gt;กรดเบนโซอิกและเกลือเบนโซเอท&lt;/b&gt; &lt;u&gt;เพราะมีราคาถูกและไม่ทำให้รสชาติอาหารเปลี่ยน&lt;/u&gt;&lt;/font&gt; มักเติมลงในเครื่องดื่มต่างๆ เช่น น้ำผลไม้ ซอส ผักดอง แยม เยลลี่ ผลไม้แช่อิ่ม และเครื่อแกงสำเร็จรูป สำหรับ&lt;font color='#FF0000'&gt;&lt;b&gt;กรดโปรปิโอนิก และเกลือโปรปิโอเนต &lt;/b&gt;&lt;u&gt;เหมาะสำหรับใช้ป้องกันการเจริญของเชื้อรา และเกิดเมือกหรือยางเหนียวในโด (dough)&lt;/u&gt; &lt;u&gt;หรือแป้งขนมปังที่ผ่านการนวดแล้ว&lt;/u&gt;&lt;/font&gt; จึงเหมาะที่จะใช้ในอาหารประเภทขนมปัง เค้ก และเนยแข็งชนิดต่างๆ ส่วน&lt;font color='#FF0000'&gt;&lt;b&gt;กรดซิตริก&lt;/b&gt;&lt;/font&gt; เป็นส่วนประกอบของผลไม้ &lt;font color='#FF0000'&gt;&lt;u&gt;สามารถป้องกันแบคทีเรียและยีสต์ได้ดี เหมาะสำหรับใส่ในเครื่องดื่ม น้ำหวาน น้ำอัดลม เยลลี่ แยม &lt;/u&gt;&lt;/font&gt;เป็นต้น &lt;br/&gt;&lt;blockquote&gt;       &lt;small&gt;&lt;i&gt;การใช้วัตถุเจือปนอาหารซึ่งรวมถึงวัตถุกันเสียด้วย จะต้องใช้ในปริมาณแค่มากพอ ทำให้เกิดผลตามต้องการ คือไม่ใส่เกินขนาด เพราะผู้บริโภคจะได้สารเหล่านั้นมากเกินความจำเป็น ดังนั้นจึงมีประกาศกระทรวงสาธาณสุข  &lt;b&gt;ห้ามใช้วัตถุกันเสีย ในอาหารที่ไม่จำเป็นที่ต้องใช้สารกันบูดเลย นั่นก็คืออาหารกระป๋อง ที่ผ่านการฆ่าเชื้อจุลินทรีย์เรียบร้อยแล้ว สำหรับอาหารอื่น ผู้บริโภคจะอ่านได้จากฉลากอาหาร&lt;/b&gt; ว่ามีการใช้วัตถุกันเสียหรือไม่ มีส่วนประกอบอะไรเท่าไหร่ &lt;/i&gt;&lt;/small&gt;&lt;br/&gt;&lt;/blockquote&gt;&lt;/li&gt;&lt;li&gt;&lt;font color='#000099'&gt;&lt;b&gt;สารกันบูดมีกี่ชนิด&lt;/b&gt;&lt;/font&gt;&lt;br/&gt;&lt;ol&gt;&lt;li&gt;&lt;b&gt;กรดและเกลือของกรดบางชนิด&lt;/b&gt; เช่น กรดเบนโซอิก กรดซอร์บิก กรดโปรปิโอนิก ฯลฯ และเกลือของกรดเหล่านี้ส่วนใหญ่นิยมใช้ในรูป เกลือของกรด เพราะละลายน้ำได้ง่าย เมื่อใส่ในอาหารเกลือเหล่านี้จะเปลี่ยน ไปอยู่ในรูปของกรด หากอาหารนั้นมีความเป็นกรดสูง กรดจะคงอยู่ในรูป ที่ไม่แตกตัว ซึ่งเป็นรูปที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในการทำลายหรือยับยั้งเชื้อ ดังนั้น อาหารที่จะใช้สารกันบูดชนิดนี้ ควรจะเป็นอาหารที่มีความเป็นกรด ประมาณ 4-6 ทั้งนี้ขึ้นกับชนิดของกรด เช่น น้ำผลไม้ เครื่องดื่ม แยม ผักดองชนิดต่างๆ ขนมปัง ฯลฯ สารกลุ่มนี้ส่วนใหญ่จะให้ผลยับยั้งราและ ยีสต์มากกว่าแบคทีเรีย ข้อดีของสารกลุ่มนี้คือมีความเป็นพิษต่ำ เพราะ ร่างกายคนสามารถเปลี่ยนแปลงเป็นสารอื่นที่ไม่มีพิษและขับถ่ายออกจาก ร่างกายได้&lt;/li&gt;&lt;li&gt;&lt;b&gt;พาราเบนส์ (parabens)&lt;/b&gt; เป็นสารกันบูดที่มีประสิทธิภาพยับยั้ง หรือทำลายราและยีสต์ได้ดีกว่าแบคทีเรีย และจะมีประสิทธิภาพสูงในช่วง ความเป็นกรดด่าง (pH) กว้างกว่าสารกลุ่มแรกคือประมาณ 2-9 อาหาร ที่นิยมใส่พาราเบนส์ ได้แก่ น้ำหวานผลไม้ น้ำผลไม้ แยม ขนมหวานต่างๆ สารปรุงแต่งกลิ่นรส ฯลฯ ร่างกายคนจะมีกระบวนการขจัดพิษของพาราเบนส์ ได้โดยปฏิกิริยาไฮโดรลีซิส (hydrolysis)&lt;/li&gt;&lt;li&gt;&lt;b&gt;ซัลเฟอร์ไดออกไซด์และซัลไฟต์ &lt;/b&gt;กลไกในการทำลายเชื้อของ สารกันบูดชนิดนี้ จะคล้ายคลึงกับสารกันบูดกลุ่มแรก และจะมีประสิทธิภาพสูง ในอาหารที่มีความเป็นกรดด่างปริมาณน้อยกว่า 4 ลงมา จึงนิยมใส่ในไวน์ น้ำผลไม้ต่างๆ ผักและผลไม้แห้ง ฯลฯ สำหรับความปลอดภัยต่อผู้บริโภคนั้น พบว่าแม้สารนี้จะถูกขับออกมาจากร่างกายได้ แต่หากร่างกายได้รับสารนี้ มากเกินไป สารดังกล่าวจะไปลดการใช้โปรตีนและไขมันในร่างกายได้ นอกจากนี้สารกันบูดกลุ่มนี้ยังทำลายไธอามีน (thiamine) หรือวิตามิน B1 ในอาหารด้วย&lt;/li&gt;&lt;li&gt;&lt;b&gt;สารปฏิชีวนะ &lt;/b&gt;ข้อดีของสารปฏิชีวนะคือ ความเป็นกรดด่างของ อาหาร ไม่มีผลต่อประสิทธิภาพของสาร ซึ่งอาหารที่นิยมใส่สารปฏิชีวนะ ส่วนใหญ่จะเป็นพวกเนื้อสัตว์ต่างๆ อาจจะพบว่าใช้กับผักและผลไม้สดด้วย สารปฏิชีวนะ จะทำลายหรือยับยั้งจุลินทรีย์ได้หลายชนิด ขึ้นกับชนิดที่ใช้ ข้อเสียของสารกันบูดชนิดนี้คือมักจะก่อให้เกิดสายพันธุ์ต้านทานขึ้น&lt;/li&gt;&lt;/ol&gt;&lt;br/&gt;&lt;/li&gt;&lt;li&gt;&lt;b&gt;&lt;font color='#000099'&gt;อันตรายจากสารกันบูด&lt;/font&gt;&lt;/b&gt;&lt;br/&gt;นพ.เอี่ยม วิมุติสุนทร ผู้อำนวยการสำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวว่า ปัจจุบันอุตสาหกรรมการผลิตอาหาร มีการนำ สารเคมีชนิดต่างๆ มาใช้ปรุงแต่งอาหาร และสารกันบูดก็เป็นสารเคมีอีกชนิดหนึ่งที่นิยมใส่ในอาหาร เพื่อช่วยป้องกันหรือช่วยทำลาย เชื้อจุลินทรีย์ไม่ให้เจริญเติบโตทำให้อาหารนั้นอยู่ได้นาน&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;          การใช้สารกันบูด อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้บริโภคได้ เช่น สารกันบูดในกลุ่มของดินประสิว ซึ่งนิยมนำมาใช้กับอาหารประเภทเนื้อสัตว์ หากใช้ในปริมาณที่เกินกำหนด จะมีผลทำให้ท้องเสีย คลื่นไส้ อาเจียน วิงเวียนศีรษะ ในรายที่มีอาการรุนแรงจะทำให้เม็ดเลือดแดง หมดสภาพในการพาออกซิเจนไปเลี้ยงเซลล์ต่าง ๆ ของร่างกาย จะเกิดอาการตัวเขียวหายใจไม่ออก และอาจถึงตายได้ นอกจากนี้ดินประสิวยังเป็นสารก่อมะเร็งอีกด้วย &lt;br/&gt;          &lt;br/&gt;          "โซเดียมเบนโซเอต" เป็นวัตถุเจือปนอาหารเพื่อยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย และเชื้อราบางชนิด โดยทั่วไปแล้วจะค่อนข้างปลอดภัย แต่ก็พบว่าทำให้เกิดอาการแพ้ได้ โดยเฉพาะคนที่มีประวัติเป็นโรคภูมิแพ้&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;นอกจากนี้การ ใช้ในปริมาณที่สูงจะทำให้ระคายเคืองต่อกระเพาะอาหาร พิษกึ่งเฉียบพลันคือจะทำให้น้ำหนักลด ท้องเสีย ระคายเคืองต่อเนื้อเยื่อต่างๆ เลือดออกในร่างกาย ตับ ไตใหญ่ขึ้น เป็นอัมพาตและตายในที่สุด &lt;big&gt;&lt;big&gt;&lt;b&gt;&lt;font color='#FF0000'&gt;ถ้าได้รับสารนี้เป็นเวลานาน อาจทำให้เกิดการก่อกลายพันธุ์ และทารกในครรภ์มีรูปวิปริต&lt;/font&gt;&lt;/b&gt;&lt;/big&gt;&lt;/big&gt;&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;          ดังนั้นผู้ผลิตอาหารที่ใช้สารกันบูด ผสมลงในอาหารต้องคำนึง ถึงความปลอดภัยของ ผู้บริโภค เลือกใช้สารกันบูดให้เหมาะสม กับชนิดของอาหารแต่ละประเภท ในปริมาณที่สำนักงาน คณะกรรมการอาหารและยากำหนดให้ใช้เท่านั้น ทั้งนี้ผู้ผลิตอาจจะได้รับโทษตามกฎหมาย ซึ่งข้อแนะนำในการเลือกซื้ออาหาร&lt;br/&gt;          &lt;br/&gt;           เพื่อหลีกเลี่ยงอันตรายจากสารเคมีในอาหาร ดังนี้ เวลาซื้ออาหารสำเร็จรูปที่บรรจุในกล่อง ขวด หรือกระป๋อง ควรดูสลากอาหารและเลือกอาหารที่ระบุว่าไม่ใส่สารกันบูด ควรหลีกเลี่ยงการบริโภคอาหารที่ไม่มีการระบุชัดเจนว่าใช้สารกันบูดหรือไม่ หลีกเลี่ยงการซื้ออาหารที่ผนึกขายในถุงพลาสติก หรือกล่องพลาสติกที่ไม่ได้ขายหมดวันต่อวัน หลีกเลี่ยงการซื้ออาหารที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่จะใส่สารกันบูด เช่น แหนม หมูยอ เนื้อเค็ม เนื้อแห้ง กุนเชียง และน้ำพริกชนิดต่าง ๆ เป็นต้น &lt;br/&gt;&lt;br/&gt;          &lt;big&gt;&lt;i&gt;&lt;font color='#FF0000'&gt;อย่างไรก็ตามการใช้วัตถุกันเสีย ในการถนอมอาหารตามสัดส่วนที่ อย.ระบุว่าปลอดภัยแม้ว่าจะไม่มีอันตราย &lt;b&gt;แต่การหลีกเลี่ยงบริโภคอาหารที่มีส่วนผสมของวัตถุกันเสีย เช่นน้ำผลไม้ ,ซอสฯ ,ฯลฯ ก็น่าจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดต่อสุขภาพร่างกายของเรา &lt;/b&gt;&lt;font color='#006600'&gt;&lt;u&gt;ในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์อาหารต่างๆ นอกจากจะดู วันผลิต วันหมดอายุแล้ว ควรอ่านฉลากอาหารว่ามีวัตถุกันเสียหรือไม่ มากน้อยเพียงใด&lt;/u&gt;&lt;/font&gt; &lt;/font&gt;&lt;/i&gt;&lt;/big&gt;&lt;br/&gt;&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;เป็นอย่างไรกันบ้างครับ ทีนี้เราก็ทราบที่มา ชนิด และ อันตรายที่ได้จากสารกันบูดแล้วนะครับ จำไว้เสมอนะครับ ต่อไปเวลาเลือกซื้อหา อาหารรับประทาน ให้เลือกซื้ออาหารที่ปราศจากสารกันบูดนะครับ&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;b&gt;ที่มา : &lt;a href='http://guru.sanook.com/search/knowledge_search.php?q=%CA%D2%C3%A1%D1%B9%BA%D9%B4&amp;amp;select=1' target='_blank'&gt;สนุก&lt;/a&gt;&lt;/b&gt;&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;div class='zemanta-pixie'&gt;&lt;img src='http://img.zemanta.com/pixy.gif?x-id=71692ce9-a676-8d9f-9637-4b96a55f98fd' alt='' class='zemanta-pixie-img'/&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6419216617469968010-8894664684509794866?l=health1081009.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://health1081009.blogspot.com/feeds/8894664684509794866/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=6419216617469968010&amp;postID=8894664684509794866' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6419216617469968010/posts/default/8894664684509794866'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6419216617469968010/posts/default/8894664684509794866'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://health1081009.blogspot.com/2010/11/blog-post_26.html' title='สารกันบูดคืออะไร'/><author><name>WebMaster.</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6419216617469968010.post-1353352912698259656</id><published>2010-11-21T18:43:00.001-08:00</published><updated>2010-11-21T18:49:11.958-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='เรื่องต้องรู้'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='เรื่องจริงเตือนภัย'/><title type='text'>Clip VDO เตือนอย่าเชื่อน้ำมันรำข้าวรักษาสารพัดโรค</title><content type='html'>&lt;div align='justify'&gt;จากเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2010 ผมได้ Post เรื่อง &lt;b&gt;&lt;a href='http://health1081009.blogspot.com/2010/10/blog-post.html' target='_blank'&gt;อย.เตือนอย่าเชื่อน้ำมันรำข้าวรักษาสารพัดโรค&lt;/a&gt;&lt;/b&gt; มาวันนี้ผมไปเจอ File VDO ข่าว จากช่อง 7 และ ผมคิดว่าน่าจะมีประโยชน์กับเพื่อนๆผู้อ่าน ก็เลยอยากเอามาแบ่งปันใน Blog&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เชิญเพื่อนๆ ผู้อ่านชม Clip ข่าวได้เลยครับ&lt;br /&gt;&lt;div align='center'&gt;&lt;iframe width="425" height="344" src="http://www.youtube.com/embed/orzDZJinMyY?fs=1" frameborder="0"&gt;&lt;/iframe&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6419216617469968010-1353352912698259656?l=health1081009.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://health1081009.blogspot.com/feeds/1353352912698259656/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=6419216617469968010&amp;postID=1353352912698259656' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6419216617469968010/posts/default/1353352912698259656'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6419216617469968010/posts/default/1353352912698259656'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://health1081009.blogspot.com/2010/11/clip-vdo.html' title='Clip VDO เตือนอย่าเชื่อน้ำมันรำข้าวรักษาสารพัดโรค'/><author><name>WebMaster.</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://img.youtube.com/vi/orzDZJinMyY/default.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6419216617469968010.post-4278549667086017191</id><published>2010-11-19T00:12:00.001-08:00</published><updated>2010-11-19T00:12:38.127-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='Illness'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='เรื่องต้องรู้'/><title type='text'>พบวิธีตรวจหาโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก เจอตั้งแต่ ไม่มีอาการ</title><content type='html'>&lt;div xmlns='http://www.w3.org/1999/xhtml'&gt;&lt;div align='justify'&gt;ผู้เชี่ยวชาญโรคมะเร็ง มหาวิทยาลัย บริสตอล แห่งอังกฤษ ค้นพบสิ่งที่อาจเป็นตัวบอกให้ทราบล่วงหน้าของมะเร็งต่อมลูกหมากได้ ตั้งแต่ยังไม่ทันปรากฏอาการขึ้น&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;พวกเขาได้พบโปรตีน 2 ชนิด ที่เรียกกันว่า "ปัจจัยเติบโต" ปรากฏอยู่ในผู้ชายที่ป่วยเป็นปริมาณสูง โปรตีนทั้งคู่มีหน้าที่ควบคุมการเติบโต และพัฒนาตามปกติในอวัยวะกับเนื้อเยื่อ โดยเฉพาะในมดลูกและระหว่างช่วงตอนเด็ก&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;ผู้เชี่ยวชาญแมรี แอนน์ โรแลนด์ส หัวหน้าคณะศึกษา กล่าวว่า "ยังเร็วเกินกว่าที่จะบอกได้ว่า จะใช้มันเป็นตัวชี้บอกของมะเร็งต่อมลูกหมากในผู้ชายระยะแรก ก่อนหน้าจะปรากฏอาการได้หรือไม่"&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;ทุกวันนี้หมอได้อาศัยการวัดหาสารที่สร้างจากต่อมลูกหมาก ซึ่งจะมีระดับสูงเมื่อมีมะเร็งต่อมลูกหมาก หากแต่การตรวจแบบนี้ไม่บอกให้รู้ตั้งแต่ระยะต้นๆ และยังไม่ค่อยแม่นยำนัก บางครั้งบอกผิดทั้งที่ไม่ใช่บ่อยๆก็มี.&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;b&gt;ที่มา : &lt;a href='http://www.thairath.co.th/content/life/127491' target='_blank'&gt;ไทยรัฐ&lt;/a&gt;&lt;/b&gt;&lt;/div&gt;&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;div class='zemanta-pixie'&gt;&lt;img src='http://img.zemanta.com/pixy.gif?x-id=97cd0b29-e63c-88cf-8713-d0521890b5c0' alt='' class='zemanta-pixie-img'/&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6419216617469968010-4278549667086017191?l=health1081009.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://health1081009.blogspot.com/feeds/4278549667086017191/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=6419216617469968010&amp;postID=4278549667086017191' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6419216617469968010/posts/default/4278549667086017191'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6419216617469968010/posts/default/4278549667086017191'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://health1081009.blogspot.com/2010/11/blog-post_19.html' title='พบวิธีตรวจหาโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก เจอตั้งแต่ ไม่มีอาการ'/><author><name>WebMaster.</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6419216617469968010.post-7198317127303268440</id><published>2010-11-14T09:19:00.000-08:00</published><updated>2010-11-14T09:19:01.058-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='เรื่องต้องรู้'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ความรู้ทั่วไป'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='Healthy'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='เรื่องจริงเตือนภัย'/><title type='text'>มลพิษทางอากาศเป็นศัตรูร้ายต่อสตรี ไอเสียก่อมะเร็งเต้านม</title><content type='html'>&lt;div xmlns='http://www.w3.org/1999/xhtml'&gt;&lt;div style='text-align: justify;'&gt;อากาศเป็นพิษ ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เป็นโรคภัยต่างๆ ยังอาจทำให้ผู้หญิงต้องเสี่ยงกับโรคที่ถึงตายอีกอย่างหนึ่ง เพราะมีการศึกษาพบว่า &lt;span style='font-weight: bold;'&gt;มลพิษจากยวดยานทำให้สตรีต้องเสี่ยงกับโรคมะเร็งเต้านม&lt;/span&gt;ด้วย&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;นักวิจัยของสถานวิจัยเอ็มยูเอชวี มหาวิทยาลัยแมคกิลล์ และมหาวิทยาลัยแห่งมอนทรีล รายงานว่า "เราสังเกตพบอัตราการป่วยด้วยโรคมะเร็งเต้านมได้เพิ่มขึ้นมาสักพักแล้ว โดยไม่มีใครรู้สาเหตุแท้จริง มีอยู่เพียงแค่ 1 ใน 3 เท่านั้น ที่เกี่ยวพันถึงปัจจัยเสี่ยง เนื่องจากยังไม่มีใครเคยลองศึกษาถึงความเกี่ยวพันของอากาศเป็นพิษกับมะเร็งเต้านม โดยการใช้แผนที่มลพิษทางอากาศอย่างละเอียด เราจึงคิดกันที่จะสอบสวนเรื่องนี้"&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;ดร.มาร์ค โกลด์เบิร์ก ผู้เป็นหัวหน้ากล่าวเปิดเผยผลการศึกษาว่า &lt;span style='font-weight: bold;'&gt;"เราได้พบความเกี่ยวพันระหว่าง &lt;span style='color: rgb(255, 0, 0);'&gt;การเป็นมะเร็งเต้านมของสตรีวัยหมดประจำเดือน&lt;/span&gt;แล้ว กับการ&lt;span style='color: rgb(255, 0, 0);'&gt;สัมผัสกับก๊าซไนโตรเจน ไดออกไซด์ &lt;/span&gt;อันเป็น&lt;span style='color: rgb(255, 0, 0);'&gt;มลพิษทางอากาศที่เกิดจากการจราจร&lt;/span&gt;"&lt;/span&gt; และเปิดเผยข้อมูลในนครมอนทรีลเป็นตัวอย่างว่า &lt;big&gt;&lt;span style='font-weight: bold; color: rgb(255, 0, 0);'&gt;"ในมอนทรีลระดับของก๊าซนี้ จะอยู่ระหว่าง 5-30 ส่วนต่อพันล้าน เราได้พบว่าความเสี่ยงจะเพิ่มสูงขึ้นอีกร้อยละ 25 ทุกที่ปริมาณก๊าซเพิ่มขึ้น 5 ส่วนต่อพันล้าน"&lt;/span&gt;&lt;/big&gt;&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;div style='text-align: center;'&gt;&lt;blockquote&gt;&lt;big style='color: rgb(255, 0, 0);'&gt;&lt;span style='font-weight: bold;'&gt;"อาจจะพูดเสียใหม่ได้ว่า สตรีที่อยู่ในบริเวณซึ่งมีปริมาณมลพิษสูงสุด จะเสี่ยงกับที่จะเป็นมะเร็งเต้านม สูงกว่าผู้ที่อยู่ในบริเวณที่มีมลพิษน้อยกว่ากันถึง 2 เท่า.&lt;/span&gt;&lt;/big&gt;&lt;br/&gt;&lt;/blockquote&gt;&lt;/div&gt;&lt;br/&gt;&lt;span style='font-weight: bold;'&gt;ที่มา : &lt;/span&gt;&lt;a href='http://www.thairath.co.th/content/life/126468' target='_blank' style='font-weight: bold;'&gt;ไทยรัฐ&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6419216617469968010-7198317127303268440?l=health1081009.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://health1081009.blogspot.com/feeds/7198317127303268440/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=6419216617469968010&amp;postID=7198317127303268440' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6419216617469968010/posts/default/7198317127303268440'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6419216617469968010/posts/default/7198317127303268440'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://health1081009.blogspot.com/2010/11/blog-post_14.html' title='มลพิษทางอากาศเป็นศัตรูร้ายต่อสตรี ไอเสียก่อมะเร็งเต้านม'/><author><name>WebMaster.</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6419216617469968010.post-1565390244750836297</id><published>2010-11-12T03:58:00.000-08:00</published><updated>2010-11-14T09:34:18.303-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='Illness'/><title type='text'>รู้จักกันมั๊ย...เบาจืด</title><content type='html'>&lt;div xmlns='http://www.w3.org/1999/xhtml'&gt;&lt;div style='text-align: justify;'&gt;ไม่รู้จักใช่ไหมล่ะ! ก็ส่วนใหญ่เรามักจะคุ้นเคยกับคำว่า "เบาหวาน" ส่วน "เบาจืด" นั้นฟังดูแปลกหู จนหลายคนออกอาการ...งง???&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;             ถ้าอย่างนั้นเรามาทำความรู้จักกับโรคเบาจืด ไปพร้อมๆ กันเลย&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;             โรคเบาจืด (Diabetes Insipidus) เป็นโรคที่มีการสูญเสียหน้าที่การดูดกลับของน้ำที่ไต เนื่องจากมีระดับของฮอร์โมน ที่ทำหน้าที่ควบคุมการดูดกลับของน้ำลดลง&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;             ส่วนสาเหตุที่ระดับฮอร์โมนลดลงนั้น อาจเกิดจากต่อมใต้สมองส่วนหลังถูกทำลาย มีเนื้องอกไปกด หรือเนื่องจากได้รับอุบัติเหตุ เช่น หกล้ม กะโหลกศีรษะแตกไปทำลายเนื้อต่อม เป็นต้น&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;ลักษณะอาการของผู้ป่วยเบาจืด ที่พบบ่อย คือ &lt;br/&gt;ปัสสาวะมากและบ่อย (ในรายที่เป็นรุนแรงจะถ่ายปัสสาวะบ่อยทุกครึ่ง หรือหนึ่งชั่วโมงทั้งกลางวันและกลางคืน) มีการกระหายน้ำ และดื่มน้ำมาก เนื่องจากการสูญเสียของน้ำไปทางปัสสาวะมาก ถ้าไม่ได้ดื่มน้ำตามที่ต้องการ จะกระวนกระวาย คอแห้ง ท้องผูก อ่อนเพลียมาก และอาจหมดสติ อาการที่เกิดอาจเกิดขึ้นแบบเฉียบพลันได้ค่ะ&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;ในการวินิจฉัยโรคเบาจืด&lt;br/&gt;             แพทย์จะซักประวัติและการตรวจพิเศษบางอย่าง ส่วนการรักษาโรคนี้ อาจจำเป็ฯต้องรักษาที่ต้นเหตุในสมอง หรือการให้ฮอร์โมนที่ทำหน้าที่ควบคุมการดูดกลับของน้ำที่ไต ทดแทนในผู้ป่วยที่ยังมีฮอร์โมนออกมาบ้าง&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;ส่วนการดูแลผู้ป่วยโรคเบาจืดนั้น&lt;br/&gt;             นอกจากจะดูแลให้ผู้ป่วยรับประทานยา และปฏิบัติตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด แล้ว ด้วยเหตุที่ผู้ป่วยถ่ายปัสสาวะบ่อยมาก จึงควรดูแลความสะอาดหลังการถ่ายปัสสาวะทุกครั้ง&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;             ในกรณีผู้สูงอายุจำเป็นต้องใส่ใจเป็นพิเศษ ถ้าเป็นไปได้ควรหลีกเลี่ยงการลุกเดินไปห้องน้ำบ่อยๆ เพราะอาจเกิดอุบัติเหตุได้ นอกจากนั้นควรดูแลให้ผู้ป่วยได้รับน้ำเข้าสู่ร่างกายอย่างเพียงพอ และสังเกตว่ามีอาการของการขาดน้ำหรือไม่ เช่น ริมฝีปากแห้ง ผิวแห้ง ตาลึกโหล เป็นต้น หากปรากฎอาการผิดปกติที่ไม่แน่ใจ ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันทีค่ะ&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;             ทีนี้คงรู้จักโรคเบาจืดกันแล้วนะคะ&lt;br/&gt;&lt;span style='font-weight: bold;'&gt;ขอขอบคุณข้อมูลจากสวยด้วยแพทย์&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;div class='zemanta-pixie'&gt;&lt;img src='http://img.zemanta.com/pixy.gif?x-id=ce31ffb3-75ec-86b9-913e-913e2226c150' alt='' class='zemanta-pixie-img'/&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6419216617469968010-1565390244750836297?l=health1081009.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://health1081009.blogspot.com/feeds/1565390244750836297/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=6419216617469968010&amp;postID=1565390244750836297' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6419216617469968010/posts/default/1565390244750836297'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6419216617469968010/posts/default/1565390244750836297'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://health1081009.blogspot.com/2010/11/blog-post_12.html' title='รู้จักกันมั๊ย...เบาจืด'/><author><name>WebMaster.</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6419216617469968010.post-4713865399308160563</id><published>2010-11-11T22:55:00.001-08:00</published><updated>2010-11-11T22:55:54.840-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='เรื่องต้องรู้'/><title type='text'>พบเด็กเกิดใหม่ป่่วย"ธาลัสซีเมีย"รุนแรงปีละกว่า4พันราย</title><content type='html'>&lt;div xmlns='http://www.w3.org/1999/xhtml'&gt;&lt;div style='text-align: justify;'&gt;พบเด็กเกิดใหม่ป่่วย "ธาลัสซีเมีย"รุนแรงปีละกว่า4พันราย หนุนไทยเป็นศูนย์กลาง ป้องกันควบคุมรักษาโรคระดับเอเซีย&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;เมื่อเวลา 16.00น. วันที่ 10 พ.ย.  นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รมว.สาธารณสุข เปิดเผยภายหลังการเข้าเยี่ยมคารวะของนายพานอส อิงเกลซอส ประธานสมาพันธ์ธาลัสซีเมียนานาชาติ พญ.แอนดรูลา แอเลฟเธอเรียล ผอ.ฝ่ายการแพทย์สมาพันธ์ฯ ศ.นพ.สุทัศน์ ฟู่เจริญ ศูนย์วิจัยธาลัสซีเมีย มหาวิทยาลัยมหิดล และคณะ เพื่อหารือแนวทางความร่วมมือ ในการให้บริการแก่ผู้ป่วยโรคธาลัสซีเมีย  ว่า ประเทศไทยมีแผนยุทธศาสตร์ธาลัสซีเมียแห่งชาติ ปี 2550 – 2554 มีการดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งประธานสมาพันธ์ธาลัสซีเมียนานาชาติ ได้แสดงความชื่นชมการแก้ไขปัญหาธาลัสซีเมียของประเทศไทย ที่มีความก้าวหน้าในการดูแลผู้ป่วย ทั้งมาตรการป้องกันที่มีประสิทธิภาพ และการดูแลรักษาที่ดี&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;ขณะนี้ผู้ป่วยจะได้รับการรักษาฟรี รวมทั้งยาสำคัญที่ใช้ในการรักษา 2 ใน 3 ชนิด ได้บรรจุอยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติ ซึ่งสมาพันธ์ธาลัสซีเมียนานาชาติ อยากเห็นไทยพัฒนาศูนย์ดูแลผู้ป่วยธาลัสซีเมีย ขึ้นเป็นศูนย์ระดับชาติ และต้องการร่วมมือกับ ไทยพัฒนาศูนย์นี้ให้เป็นศูนย์ระดับภูมิภาคต่อไป เพื่อช่วยดูแลประเทศใกล้เคียงในแถบเอเชีย โดยเฉพาะเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น ลาว กัมพูชา พม่า ที่มีผู้ป่วยโรคนี้จำนวนมาก ได้มอบหมายให้ กรมอนามัยปรึกษาหารือ ในรายละเอียดกับสมาพันธ์ธาลัสซีเมีย นานาชาติ&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;span style='font-weight: bold; color: rgb(51, 51, 255);'&gt;นายจุรินทร์ กล่าวว่า ปัจจุบันไทยมีค่าใช้จ่ายในการรักษาผู้ป่วย โรคธาลัสซีเมียปีละกว่า 21,500 ล้านบาท แต่หากเราสามารถควบคุมป้องกัน โดยการตรวจคัดกรองค้นหากลุ่มเสี่ยงได้ดี จะมีค่าใช้จ่ายเพียงปีละ 125 ล้านบาท จะช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านการรักษาลงได้ เป็นอย่างมากทั้งนี้ประเทศไทยพบชายหญิง ที่มีพันธุกรรมโรคธาลัสซีเมียแอบแฝงในตัว 37% หรือประมาณ 24 ล้านคน และมีคู่สมรสเสี่ยงมีบุตรเป็นธาลัสซีเมียชนิดรุนแรงปีละ 17,000 คู่ &lt;span style='color: rgb(255, 0, 0); text-decoration: underline;'&gt;ในแต่ละปีจะมีเด็กเกิดใหม่เป็นธาลัสซีเมีย ชนิดรุนแรงที่ต้องรับการรักษา 4,253 ราย&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;span style='font-weight: bold;'&gt;ที่มา : &lt;a href='http://www.thairath.co.th/content/life/125938' target='_blank'&gt;ไทยรัฐ&lt;/a&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;div class='zemanta-pixie'&gt;&lt;img src='http://img.zemanta.com/pixy.gif?x-id=1a7f2297-2d49-8cc7-b548-e13e7580c597' alt='' class='zemanta-pixie-img'/&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6419216617469968010-4713865399308160563?l=health1081009.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://health1081009.blogspot.com/feeds/4713865399308160563/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=6419216617469968010&amp;postID=4713865399308160563' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6419216617469968010/posts/default/4713865399308160563'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6419216617469968010/posts/default/4713865399308160563'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://health1081009.blogspot.com/2010/11/blog-post.html' title='พบเด็กเกิดใหม่ป่่วย&amp;quot;ธาลัสซีเมีย&amp;quot;รุนแรงปีละกว่า4พันราย'/><author><name>WebMaster.</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6419216617469968010.post-5491285536624727367</id><published>2010-11-11T03:58:00.000-08:00</published><updated>2010-11-14T09:27:45.111-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ความรู้ทั่วไป'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='Healthy'/><title type='text'>เป็นมะเร็ง ออกแรงได้ ไม่ต้องนอนพัก ออกเหงื่อได้เช่นคนปกติธรรมดา</title><content type='html'>&lt;div xmlns='http://www.w3.org/1999/xhtml'&gt;&lt;div style='text-align: justify;'&gt;ตั้งแต่ไหนแต่ไรมาหมอจะสั่งให้คนไข้มะเร็งพยายามพักผ่อนให้มาก อย่าออกแรงทำสิ่งใดระหว่างที่รักษาอยู่ เพื่อเก็บแรงเอาไว้ ต่อสู้กับโรค&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;แต่ทุกวันนี้นับวันยิ่งมีหมอและนักวิจัยมากขึ้น พากันบอกให้คนไข้ใช้แรงให้มากเท่าที่จะทำได้ ซึ่งจะช่วยให้ชนะโรคได้มากกว่า จนคณะผู้ทรงคุณวุฒิของวิทยาลัยแพทย์เวชศาสตร์การกีฬาอเมริกัน ซึ่งเห็นหลักฐานความสำคัญของการออกกำลังของคนไข้มากขึ้น ได้ปรับปรุงข้อแนะนำในเรื่องนี้เสียใหม่&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;คณะได้ลงความเห็นว่า "คนไข้และผู้ที่รอดจากโรค ควรพยายามออกกำลัง ขนาดเดียวกับที่ได้แนะนำกับคนทั่วไป นั่นคือออกกำลังแบบแอโรบิก ในขนาดปานกลางถึงหนักหน่วง ให้ได้อาทิตย์ละ 150 นาที"&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;ผู้อำนวยการด้านโภชนาการและการออกกำลัง ของสมาคมแพทย์โรคมะเร็งอเมริกัน หมอโคลลีน ดอยล์ บอกว่า "การออกกำลังเป็นเรื่องสำคัญของคนไข้มะเร็ง แต่หมอและผู้มีอาชีพทางสาธารณสุขอีกหลายคน ยังห่วงเรื่องความปลอดภัยอยู่ ทำให้สงสัยว่า การออกกำลังของคนไข้ จะปลอดภัยหรือไม่ สำหรับคณะของเราแล้วได้ลงความเห็นว่ามันปลอดภัย".&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;span style='font-weight: bold;'&gt;ที่มา : &lt;a href='http://www.thairath.co.th/content/life/125659' target='_blank'&gt;ไทยรัฐ&lt;/a&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6419216617469968010-5491285536624727367?l=health1081009.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://health1081009.blogspot.com/feeds/5491285536624727367/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=6419216617469968010&amp;postID=5491285536624727367' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6419216617469968010/posts/default/5491285536624727367'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6419216617469968010/posts/default/5491285536624727367'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://health1081009.blogspot.com/2010/11/blog-post_11.html' title='เป็นมะเร็ง ออกแรงได้ ไม่ต้องนอนพัก ออกเหงื่อได้เช่นคนปกติธรรมดา'/><author><name>WebMaster.</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6419216617469968010.post-718127467443202567</id><published>2010-11-09T01:51:00.000-08:00</published><updated>2010-11-09T01:52:04.282-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='เรื่องต้องรู้'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='เรื่องจริงเตือนภัย'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ความรู้เรื่องยา'/><title type='text'>ด่วน! อย.เพิกถอนยา Rosiglitazone เพราะไม่ปลอดภัย</title><content type='html'>&lt;div xmlns='http://www.w3.org/1999/xhtml'&gt;&lt;div style='text-align: justify;'&gt;&lt;big style='color: rgb(255, 102, 0);'&gt;&lt;span style='font-weight: bold;'&gt;อย.สั่งเพิกถอนยา Rosiglitazone จากบัญชียาหลักไทย พร้อมเรียกเก็บยาคืนจากท้องตลาดอย่างเร่งด่วน ด้าน สสส.-กพย.เผยยา Rosiglitazone แพง-เสี่ยงไม่ปลอดภัย ชี้ 30 ประเทศทั่วโลกร่วมแบนแล้ว&lt;/span&gt;&lt;/big&gt;&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;div style='text-align: center;'&gt;&lt;img src='http://pics.manager.co.th/Images/553000016768801.JPEG' style='max-width: 800px;'/&gt;&lt;br/&gt;&lt;/div&gt;       &lt;br/&gt;       วันนี้ (9 พ.ค.) โรงแรมริชมอนด์ นนทบุรี สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับแผนงานสร้างกลไกเฝ้าระวังและพัฒนาระบบยา (กพย.) จัดประชุมเรื่องความ&lt;span style='font-weight: bold; color: rgb(255, 0, 0);'&gt;เสี่ยงในการใช้ยาของคนไทย : กรณีศึกษายาเบาหวานโรสิกลีตาโซน (Rosiglitazone)&lt;/span&gt; หลังสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) สั่งเพิกถอนจากบัญชียาหลักไทย พร้อมเรียกเก็บยาคืนจากท้องตลาดอย่างเร่งด่วน ซึ่งยาโรสิกลีตาโซน เป็นยาใหม่อยู่ในกลุ่ม thiazolidinedione ได้รับอนุมัติข้อบ่งใช้รักษาเบาหวานชนิดที่ 2 นำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยโดยบริษัท แกล็กโซสมิทไคลน์ (ประเทศไทย) จำกัด ตั้งแต่ปี พ.ศ.2542 ในรูปแบบยาเม็ดมีทั้งที่เป็นสูตรยาเดี่ยวและสูตรยาผสม ได้แก่ Rosiglitazone (Avandia®) Rosiglitazone+metformin (Avandamet®) และ Rosiglitazone+glimepiride (Avandaryl®)&lt;br/&gt;       &lt;br/&gt;&lt;span style='font-weight: bold;'&gt;        ภญ.วิมล สุวรรณเกศาวงษ์&lt;/span&gt; หัวหน้าศูนย์เฝ้าระวังความปลอดภัยด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพ อย.กล่าวว่า สืบเนื่องจากปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมาหน่วยงานกำกับดูแลด้านยา (Drug Regulatory Authority) ของประเทศต่างๆ ได้กำหนดมาตรการจัดการความเสี่ยงของยาโรสิกลีตาโซนเพิ่มเติม ซึ่งแบ่งเป็น 2 มาตรการ ได้แก่ การระงับการจำหน่าย และการจำกัดการใช้ยาอย่างเข้มงวด สำหรับประเทศไทย อย.ได้มีการแจ้งเตือน บุคลากรทางการแพทย์ถึงความเสี่ยงของการใช้ผลิตภัณฑ์ ที่มีส่วนประกอบของโรสิกลีตาโซนแล้ว และขอความร่วมมือให้สถานพยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ ให้ใช้ยาดังกล่าวเมื่อมีประโยชน์มากกว่าความเสี่ยงเท่านั้น&lt;br/&gt;       &lt;br/&gt;       ล่าสุด การประชุมคณะอนุกรรมการศึกษา และเฝ้าระวังอันตรายจากการใช้ยา ครั้งที่ 4/2553 เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2553 ที่ประชุมมีมติ เสนอคณะกรรมการยาให้เพิกถอนทะเบียนตำรับยา ที่มีส่วนประกอบของโรสิกลีตาโซน &lt;span style='color: rgb(255, 0, 0); font-weight: bold;'&gt;เนื่องจากมีข้อมูลความเสี่ยงต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด&lt;/span&gt; &lt;span style='text-decoration: underline;'&gt;โดยในสหภาพยุโรป ซึ่งเป็นกลุ่มประเทศเจ้าของผลิตภัณฑ์มีการระงับการจำหน่าย และให้ยานี้ออกจากท้องตลาด&lt;/span&gt; และมีตัวยาอื่นที่สามารถใช้ทดแทนได้ และในช่วงระหว่างดำเนินการเสนอเพิกถอนทะเบียนตำรับยา ให้&lt;span style='font-weight: bold; text-decoration: underline;'&gt;ขอความร่วมมือบริษัทผู้ผลิตและผู้นำเข้าฯ ในการระงับการจำหน่ายยาที่มีส่วนประกอบของโรสิกลีตาโซน และเรียกเก็บยาคืนจากท้องตลาดอย่างเร่งด่วน&lt;/span&gt;&lt;br/&gt;       &lt;br/&gt;&lt;span style='font-weight: bold;'&gt;        ผศ.ภญ.ดร.ยุพดี ศิริสินสุข&lt;/span&gt; รองผู้จัดการแผนงานสร้างกลไก เฝ้าระวังและพัฒนาระบบยา (กพย.) กล่าวว่า สำหรับมาตรการในต่างประเทศ ในการตั้งรับยาโรสิกลีตาโซนนั้น ล่าสุด &lt;span style='font-weight: bold;'&gt;สำนักยาแห่งยุโรปรวม 27 ประเทศ ซูดาน อียิปต์ และอินเดีย มีการเพิกถอนรายชื่อยาโรสิกลีตาโซนไปแล้วจากตำหรับยา&lt;/span&gt; &lt;span style='text-decoration: underline;'&gt;ขณะที่องค์การอาหารและยาประเทศสหรัฐอเมริกา (Food and Drug Administration/FDA) จำกัดการใช้ยาในผู้ป่วยเบาหวานที่ไม่ได้เกิดจากกรรมพันธุ์&lt;/span&gt; &lt;span style='font-weight: bold; text-decoration: underline; color: rgb(255, 0, 0);'&gt;แม้ล่าสุด อย.จะสั่งให้มีการเพิกถอนโดยสมัครใจแล้ว แต่ผลกระทบที่เห็นได้ชัด คือ ปรากฏการณ์การเบิกจ่ายยาแพง โดยเฉพาะกลุ่มราชการที่สามารถเบิกค่ายาได้เต็มที่ กลายเป็นกลุ่มเป้าหมายหลัก จึงอยากให้ผู้ป่วยตระหนักว่า การใช้ยาแพงไม่ได้หมายความว่าผู้ป่วยจะได้ยาดีและปลอดภัย หากไม่มีการตรวจสอบ&lt;/span&gt;&lt;br/&gt;       &lt;br/&gt;&lt;span style='font-weight: bold;'&gt;        รศ.ภก.ดร.ณธร ชัยญาคุณาพฤกษ์ &lt;/span&gt;หัวหน้าศูนย์วิจัยผลลัพธ์ทางเภสัชกรรม คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร กล่าวถึงการศึกษาวิจัยความคุ้มค่า ของการใช้ยาไพโอกลีตาโซน (Pioglitazone) เทียบกับยาโรสิกลีตาโซน (Rosiglitazone) ซึ่งในขณะที่ทำการศึกษาในปี 2004 นั้น แม้ยาไพโอกลีตาโซนจะมีราคาสูงกว่าโรสิกลีตาโซน แต่มีข้อมูลระบุว่าสามารถลดระดับไขมันได้ดีกว่า ส่งผลให้เกิดความปลอดภัยต่อระบบหัวใจและหลอดเลือดที่สูงกว่า แต่ล่าสุดในช่วงปี 2007-2009 มีการวิจัยหลายฉบับ ที่แสดงให้เห็นผล เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจจากการใช้ยาโรสิกลีตาโซน เมื่อประกอบกับในท้องตลาดเริ่มมียาไพโอกลีตาโซน ที่เป็นยาสามัญจำหน่ายในราคาที่ถูกกว่ายาโรสิกลีตาโซน ที่เป็นยาต้นฉบับ ฉะนั้นข้อมูลปัจจุบันจึงสนับสนุนว่ายาไพโอกลีตาโซน จัดเป็นยาทางเลือกที่มีความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ ทั้งในแง่ความปลอดภัยและความคุ้มค่า&lt;br/&gt;       &lt;br/&gt;&lt;span style='font-weight: bold;'&gt;        ภญ.วรสุดา ยูงทอง &lt;/span&gt;สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวถึงสาเหตุที่ยาโรสิกลีตาโซน ถูกถอนออกจากบัญชียาหลัก และล่าสุด อย.ประกาศเพิกถอนแล้วนั้น เพราะเมื่อเทียบกับ pioglitazone แล้วมีข้อด้อยกว่าเรื่อง &lt;br/&gt;&lt;ol style='color: rgb(255, 0, 0);'&gt;&lt;li&gt;ไม่มี generic product คือ มีบรรจุในบัญชียาหลักทำให้ต้องนำเข้า ค่าใช้จ่ายสูง&lt;/li&gt;&lt;li&gt;ต้องรับประทานวันละ 2 ครั้ง &lt;br/&gt;&lt;/li&gt;&lt;li&gt;ข้อมูลประสิทธิภาพต่อ lipid profile ด้อยกว่า pioglitazone &lt;br/&gt;&lt;/li&gt;&lt;li style='font-weight: bold;'&gt;ซึ่งมีหลักฐานชี้ชวนว่าอาจเพิ่มความเสี่ยง ต่อการเกิดกล้ามเนื้อหัวใจตาย มีอาการปวดน้ำ โดยเฉพาะผู้หญิงมีความเสี่ยงในการเกิดกระดูกแตกหักได้ง่าย&lt;/li&gt;&lt;/ol&gt;&lt;span style='font-weight: bold;'&gt;ที่มา : &lt;/span&gt;&lt;a href='http://www.manager.co.th/Qol/ViewNews.aspx?NewsID=9530000158150' target='_blank' style='font-weight: bold;'&gt;ผู้จัดการ Online&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;div class='zemanta-pixie'&gt;&lt;img src='http://img.zemanta.com/pixy.gif?x-id=bcf6ce55-e19a-86e4-b1f8-5b3dda0d5443' alt='' class='zemanta-pixie-img'/&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6419216617469968010-718127467443202567?l=health1081009.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://health1081009.blogspot.com/feeds/718127467443202567/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=6419216617469968010&amp;postID=718127467443202567' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6419216617469968010/posts/default/718127467443202567'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6419216617469968010/posts/default/718127467443202567'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://health1081009.blogspot.com/2010/11/rosiglitazone.html' title='ด่วน! อย.เพิกถอนยา Rosiglitazone เพราะไม่ปลอดภัย'/><author><name>WebMaster.</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6419216617469968010.post-620612977788408063</id><published>2010-10-19T21:01:00.000-07:00</published><updated>2010-11-08T20:06:28.097-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='เรื่องจริงเตือนภัย'/><title type='text'>อย.เตือนอย่าเชื่อน้ำมันรำข้าวรักษาสารพัดโรค</title><content type='html'>&lt;div xmlns='http://www.w3.org/1999/xhtml'&gt;&lt;div style='text-align: justify;'&gt;&lt;blockquote&gt;&lt;big&gt;&lt;a href='http://www.dailynews.co.th/newstartpage/index.cfm?page=content&amp;amp;categoryId=38&amp;amp;contentID=98796' target='_blank' style='font-weight: bold;'&gt;คณะกรรมการอาหารและยา เตือนอย่าหลงเชื่อน้ำมันรำข้าว และจมูกข้าว โวสรรพคุณรักษาสารพัดโรค&lt;/a&gt;&lt;/big&gt;&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;div style='text-align: center;'&gt;&lt;img src='http://www.dailynews.co.th/content/images/1010/18/medicine.jpg' style='max-width: 800px;'/&gt;&lt;br/&gt;&lt;/div&gt;&lt;br/&gt;วันนี้ 18 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นพ.พิพัฒน์ ยิ่งเสรี เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ตรวจสอบเกี่ยวกับการโฆษณาน้ำมันรำข้าว โดยได้รับการร้องเรียนจากสมาคมขายตรง เกี่ยวกับการโฆษณาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารน้ำมันรำข้าว และจมูกข้าว โดยระบุสรรพคุณรักษาโรคมะเร็ง หัวใจรูมาตอยด์ ภูมิแพ้ อัมพฤกษ์ เบาหวาน ความดัน เป็นต้น มีการอ้างผลการทดสอบจากผู้รับประทาน และประสบการณ์จากผู้ป่วยที่ต่อสู้กับโรคร้ายต่าง ๆ&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;“ซึ่งจากการตรวจสอบไม่มีข้อเท็จจริงทางวิชาการยืนยันถึงความน่าเชื่อถือ และเอกสารที่ปรากฏน่าจะเป็นการตัดต่อข้อมูลของกลุ่มสมาชิกผู้จำหน่ายสินค้า ซึ่ง อย.ได้แจ้งเตือนไปยังผู้ทำการโฆษณา ให้ระงับการโฆษณา และดำเนินการตามกฎหมายต่อไปแล้ว อย่างไรก็ตาม อย.มีความห่วงใยในเรื่องนี้เป็นอย่างมาก เพราะที่จริงแล้ว ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเป็นเพียงผลิตภัณฑ์ที่ใช้รับประทานเสริม นอกเหนือจากการรับประทานอาหารหลักตามปกติเท่านั้น จึงขอให้ผู้บริโภคอย่าได้หลงเชื่อซื้อผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เพราะมุ่งหวังรักษาโรคโดยเด็ดขาด อาจทำให้เสียโอกาสในการรักษาที่ถูกต้อง เช่น ผู้ป่วยเบาหวานอาจต้องตัดเท้า ผู้ป่วยมะเร็งมีอาการทรุดหนัก เป็นต้น หากจะใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารควบคู่ไปกับการรักษา ควรอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอย่างใกล้ชิด และไม่ควรหลงเชื่อโฆษณาที่หวังผลทางการค้ามากเกินไปทั้งนี้ โฆษณาส่วนใหญ่เป็นการจำหน่ายในลักษณะขายตรง ซึ่งบางรายบางเครือข่ายอาจหาประโยชน์ที่ผิดกฎหมายในลักษณะแชร์ลูกโซ่ จึงขอให้ผู้ประกอบธุรกิจขายตรงดำเนินธุรกิจอย่างมีคุณธรรม จริยธรรม”.&lt;br/&gt;&lt;/blockquote&gt;&lt;span style='font-weight: bold;'&gt;ที่มา : &lt;a href='http://www.dailynews.co.th/newstartpage/index.cfm?page=content&amp;amp;categoryId=38&amp;amp;contentID=98796' target='_blank'&gt;หนังสือพิมพ์เดลินิวส์&lt;/a&gt;&lt;/span&gt;&lt;br/&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6419216617469968010-620612977788408063?l=health1081009.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://health1081009.blogspot.com/feeds/620612977788408063/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=6419216617469968010&amp;postID=620612977788408063' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6419216617469968010/posts/default/620612977788408063'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6419216617469968010/posts/default/620612977788408063'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://health1081009.blogspot.com/2010/10/blog-post.html' title='อย.เตือนอย่าเชื่อน้ำมันรำข้าวรักษาสารพัดโรค'/><author><name>WebMaster.</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6419216617469968010.post-264137436654038430</id><published>2009-12-15T20:50:00.001-08:00</published><updated>2009-12-15T20:50:14.861-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ความรู้ทั่วไป'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='Sex ใครคิดว่าไม่สำคัญ'/><title type='text'>เซ็กส์ ที่ชายไม่กล้าบอกสาว ตอนร่วมรัก</title><content type='html'>&lt;p style="TEXT-ALIGN: justify"&gt;แน่ นอน ผู้ชายอยากให้คุณทำอะไรหลายอย่างในระหว่างกิจกรรมรักของคุณทั้งสอง แต่บางครั้งเขาก็ไม่ยอมพูดออกมา เราออกสำรวจข้อมูลเด็ดๆ สำหรับคุณ ที่เขาไม่ยอมบอกคุณแต่บอกเรา&lt;br /&gt;&lt;br/&gt;&lt;br /&gt;&lt;br/&gt;&lt;br /&gt;เป็น เรื่องธรรมดาที่ผู้ชายส่วนใหญ่ มักจะพูดคุยโม้กับเพื่อนฝูงของเขาว่า เขานะเด็ดแค่ไหนในเรื่องอย่างว่า แม้ว่าจะไม่เคยลงลึกในรายละเอียดขนาด นั้น แต่รู้มั้ยว่าพอให้พูดถึงความลับในใจจริงๆ เกี่ยวกับเรื่องบนเตียง พวกผู้ชายก็เอาแต่รูดซิบปิดปากเงียบ&lt;br /&gt;&lt;br/&gt;&lt;br /&gt;&lt;br/&gt;&lt;br /&gt;เมื่อ เราออกสำรวจความคิดเห็นจากผู้ชายทั้งหลาย และผู้เชี่ยวชาญก็ได้พบคำตอบว่า พวกเขามีความต้อง การที่แตกต่างและหลากหลายมาก ดร.ซานดอร์ การ์โดส ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ MyPleasure.com บอกว่า "จริงๆ แล้วผู้ชายมีความต้อง การที่หลากหลายจากคนรัก ทั้งเรื่องท่วงท่า ทำนอง และความชอบที่ทั้งคู่จำเป็น ต้องปรับจูนให้ติด" ... แล้วมันมีอะไรบ้าง&lt;br /&gt;&lt;br/&gt;&lt;br /&gt;&lt;br/&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;ผมต้องการให้ผู้หญิงเริ่มก่อนบ้าง&lt;br /&gt;&lt;br/&gt;&lt;br /&gt;&lt;br/&gt;&lt;/strong&gt;แน่ นอน ผู้หญิงอาจต้องให้เวลานานกว่า เพื่อที่จะค่อยๆ เข้าสู่อารมณ์ของห้วงสัมผัสแห่งรัก แต่ผู้ชายโดย ธรรมชาติไม่ต้องใช้เวลามากมาย ตัวเขามีสิ่งที่เอื้ออำนวยอยู่แล้ว ผู้ชายก็เลยถูกคาดหวังให้เริ่มก่อน แต่รู้มั้ยว่าบางครั้งถ้าคุณเริ่มก่อน มันก็ทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นได้มากทีเดียว ดร.กลอเรีย เบรม นักเพศศาสตร์์บำบัด จากจอร์เจียบอกว่า "ผู้หญิง จำนวนมากเชื่อว่าเป็นหน้าที่ของผู้ชาย ไม่ใช่ของพวกเธอในการเริ่มต้นกิจกรรมรัก แต่ถ้าอยากได้เซ็กซ์ที่สมบูรณ์แบบ ผู้หญิงก็ควรมีส่วนร่วมในการเริ่มกิจกรรมด้วย ไม่ใช่เป็นฝ่ายรอให้อีกฝ่ายเริ่มก่อน"&lt;br /&gt;&lt;br/&gt;&lt;br /&gt;&lt;br/&gt;&lt;br /&gt;สำหรับ ผู้หญิง ก็เพื่อกระตุ้นเร้าให้เริ่มต้นกิจกรรมรักก่อน คุณอาจลองจินตนาการนึกถึงเซ็กซ์ที่เผ็ดร้อนก่อน หน้านี้ หรือไม่ก็นึกถึงดาราในดวงใจ "มันคงไม่เลวร้ายนัก ถ้าจะนึกถึงคนอื่น เพราะมันจะช่วยทำให้เราตื่นเต้นได้ ง่าย และนำไปสู่เซ็กซ์ที่เยี่ยมยอด" ดร.เบรมแนะนำ "แต่คุณต้องไม่บอกเรื่องจินตนาการนี้ให้เขา รู้"&lt;br /&gt;&lt;br/&gt;&lt;br /&gt;&lt;br/&gt;&lt;br /&gt;"ความหลากหลายในกิจกรรมรัก และยากต่อการคาดเดา จะทำให้ผู้ชายตื่นเต้นมากตลอดเวลา"&lt;br /&gt;&lt;br/&gt;&lt;br /&gt;&lt;br/&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;ผมต้องการกิจกรรมรักที่สนุก และ "ไม่เกร็ง"&lt;br /&gt;&lt;br/&gt;&lt;br /&gt;&lt;br/&gt;&lt;/strong&gt;กิจกรรม รักในชีวิตจริงมักไม่เหมือนในหนังที่สมูทลื่นไหลไม่มีขาดตอน แน่นอนความผิดพลาดอาจเกิดขึ้น ได้เสมอระหว่างกิจกรรมรัก ดร.การ์โดสบอก "ทุกท่วงท่าทำนองอาจไม่ได้ดั่งใจ หรือไม่เป็นไปตามที่หวัง แต่ถ้ามัวคิดมากก็เสียเวลา ปล่อยๆ ไปบ้าง หัวเราะบ้างจะทำให้ไม่เกร็ง แถมยังผ่อนคลายทำให้คุณและเขา ได้ใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้นด้วย" แชส วัย 28 บอกว่า "มีอยู่คืนหนึ่งผมลองท่า ใหม่กับแฟน ปรากฏว่าศีรษะเธอชนกับขอบเตียง ดีที่เธอไม่เป็นอะไรเลย แต่เราก็หัวเราะแล้วก็เมคเลิฟกันต่อให้จบ" นอกจากนี้ความ สนุกจากกิจกรรมรักย่อมต้องมีมากกว่าเสียงหัวเราะ เช่น เมื่อบางอย่างเกิดผิดพลาด คุณและเขาอาจคิด เล่นเกมสนุกๆ ก็ได้ อย่างเช่น ถ้าเขาทำพลาด คุณสองคนก็หัวเราะกับมัน แต่ก็ให้เขาชดเชยด้วยสิ่งที่คุณชอบแทน&lt;br /&gt;&lt;br/&gt;&lt;br /&gt;&lt;br/&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;ผม อยากให้คุณกระซิบหรือบอกเป็นนัยๆ ว่า คุณต้องการอะไร&lt;br /&gt;&lt;br/&gt;&lt;br /&gt;&lt;br/&gt;&lt;/strong&gt;ผู้ชาย ส่วนใหญ่อยากให้ผู้หญิงในชีวิตเขาจดจำเขาไปตลอด และแน่นอนในเรื่องเซ็กซ์ ผู้ชายอยากรู้ว่าผู้หญิง ต้องการอะไร เพราะเขาอยากเป็นที่สุดของเธอ แต่ผู้หญิงมักจะมีแรงขับในเรื่องนี้น้อยกว่าผู้ชาย ก็เลยเห็นว่าเรื่องบนเตียงไม่ใช่เรื่องใหญ่ ดร.การ์โดสบอก "ผู้ชายจะชอบถ้าผู้หญิงค่อยๆ แนะเขาว่าควรทำอะไรบ้าง และไม่ได้สั่งเขาว่าฉันต้องการอะไร" และเมื่อถึงเวลา ต้องบอกเขาเป็นนัยๆ เพื่อให้เขาทำให้คุณพอใจ จงให้กำลังใจเขาด้วย ดร.เบรม แนะนำว่า "บอก เขาว่าเทคนิคที่เขาทำให้คุณนั้นทำให้คุณรู้สึกดีแค่ไหน คราว หน้าถ้าเขาทำให้อีก ก็ชมเขาว่าเทคนิคของเขามันเยี่ยมยอดแค่ไหน และคุณอยากให้เขาทำให้คุณบ่อยๆ" เป็นการเตือนว่าเขาน่าจะ ทำทุก ครั้ง แต่ถ้าเกิดเขาทำให้คุณไม่พอ ลองหาตัวช่วย มองหาส่วนประกอบ เช่น มือของเขาที่จะทำให้คุณรู้สึกพอใจ แต่ถ้าคุณเขิน ลองพูดว่า "อยากลองอะไรใหม่ๆ ทำให้หน่อยสิคะ"&lt;br /&gt;&lt;br/&gt;&lt;br /&gt;&lt;br/&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;ผมชอบดูคุณไปด้วย&lt;br /&gt;&lt;br/&gt;&lt;br /&gt;&lt;br/&gt;&lt;/strong&gt;สำหรับผู้ชายเขาชอบมองพอๆ กับชอบทำ ไทเลอร์ วัย 21 เล่าให้ฟังว่า "ครั้ง หนึ่ง ผมกับแฟนเคยเมคเลิฟกัน หน้ากระจกบานใหญ่ มันทำให้ผมสนุกจริงๆ ครับ ผมว่ามันฮ็อตสุดๆ ที่เซ็กซี่ที่สุดคือแฟนผม เธอดูมีความสุข ยิ่งทำให้ผมไม่รู้ลืมเลยครับ" คำแนะนำ : ดร.บ๊อบ เบอร์โควิช ผู้ร่วมเขียนเรื่อง When Men Stop Having Sex บอก ถ้าจะให้เขารู้สึกได้ด้วยทางตา "ใส่ชุดชั้นในไว้สักชิ้นก็ดี มันจะทำให้เขาได้จินตนาการ" หรือ ลองท่าที่คุณอยู่ข้างบนและกำกับเขา วิธีนี้เขาจะได้ดูคุณตลอดเวลาถ้ากล้าหน่อยลองใช้มือของตัวเองลูบไล้ ้สัมผัสร่างกาย เพราะสำหรับเขาแล้วคุณจะดูเซ็กซี่มากๆ&lt;br /&gt;&lt;br/&gt;&lt;br /&gt;&lt;br/&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;ผมอยากให้คุณเปิดใจ&lt;br /&gt;&lt;br/&gt;&lt;br /&gt;&lt;br/&gt;&lt;/strong&gt;ผู้หญิง ส่วนใหญ่อาจจะเปรี้ยวเซี้ยวแก่นแก้ว ซุกซน แต่พอถึงกิจกรรมรักกลับนิ่งๆ ซะงั้น ดร.เบรมให้ความ คิดเห็นว่า อาจเป็นเพราะภาพลักษณ์ของความเป็นผู้หญิง "ดี" และ "ไม่ดี" ที่มีผลต่อจิตใจพวกเธอ หรือ บางคนกลัวผู้ชายมองว่าเป็นตัวประหลาด "แต่ผู้ชายไม่อยากให้ผู้หญิงคิดแบบนี้ ทว่าเขาไม่รู้วิธีพูด แม้ว่าเขาอยากให้เธอเปิดใจ"&lt;br /&gt;&lt;br/&gt;&lt;br /&gt;&lt;br/&gt;&lt;br /&gt;ดัง นั้นไม่เห็นจะยาก ถ้าเรารู้ว่าผู้ชายคิดแบบนี้ คราวหน้าลองแสดงให้เขารู้ เช่น ก่อนจะไคลแม็กซ์ลองจับก้น เขาแน่นๆ หรือจิกข่วนหลังเขาเบาๆ ดร.การ์โดสเสริมว่า ถ้าคุณชอบเซ็กซ์ก็แสดงให้เขารู้ไปเลยว่าคุณชอบ และคุณต้องการเขามากแค่ไหน คุณอาจจะอยากทำอะไรอื่นๆ ที่เขาคาดไม่ถึงก็ได้ อย่างท่วงท่าลีลาทำนองใหม่ๆ หรือทดลองของเล่นใหม่ๆ นิค วัย 27 บอกว่า "ผม ไป เดินเล่นช้อปปิ้งกับแฟน แล้วเราก็แวะที่ร้านขายของเซ็กซ์ช้อป เราซื้อของเล่น มาชิ้นหนึ่ง ซึ่งเรานำมาทดลอง มันสนุกมาก แต่ที่ผมว่าที่แจ๋วมากก็คือ แฟนผมแฮปปี้ แล้วเปลี่ยนท่าไปในตัว หรือไม่ก็ลองใช้มือและร่างกายทุกส่วนให้สัมผัสกันและกันเพื่อหมุน เกลียวรัก ให้แนบแน่น"&lt;br /&gt;&lt;br/&gt;&lt;br /&gt;&lt;br/&gt;&lt;br /&gt;ขอบคุณที่มาบทความจาก Cosmopolitan&lt;br /&gt;&lt;br/&gt;&lt;br /&gt;&lt;br/&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;ที่มา &lt;span style="COLOR: #0000a0; FONT-FAMILY: Tahoma"&gt;FW Mail&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6419216617469968010-264137436654038430?l=health1081009.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://health1081009.blogspot.com/feeds/264137436654038430/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=6419216617469968010&amp;postID=264137436654038430' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6419216617469968010/posts/default/264137436654038430'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6419216617469968010/posts/default/264137436654038430'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://health1081009.blogspot.com/2009/12/blog-post.html' title='เซ็กส์ ที่ชายไม่กล้าบอกสาว ตอนร่วมรัก'/><author><name>WebMaster.</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6419216617469968010.post-3952302147575227465</id><published>2009-10-02T02:58:00.001-07:00</published><updated>2009-10-02T02:58:44.538-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='Illness'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ความรู้ทั่วไป'/><title type='text'>โรคถูกสาป</title><content type='html'>&lt;div xmlns='http://www.w3.org/1999/xhtml'&gt;&lt;div style='text-align: justify;'&gt;&lt;div style='text-align: center; font-weight: bold; color: rgb(255, 0, 0);'&gt;&lt;big&gt;&lt;big&gt;รู้จัก...โรคถูกสาป&lt;br/&gt;&lt;/big&gt;&lt;/big&gt;&lt;/div&gt;&lt;br/&gt;&lt;a href='http://www.kapook.com/' target='_blank' style='font-weight: bold;'&gt;เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม&lt;/a&gt;&lt;br/&gt;ขอขอบคุณภาพประกอบจากนิตยสาร marie claire&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;          &lt;span style='color: rgb(0, 0, 153);'&gt;หลัง ข่าวของ ด.ญ.ฐิติญาพร วัตรเยื้อง หรือน้องออมทรัพย์ หนูน้อยวัย 2 ขวบ และ ด.ญ.มินตรา คำมูล หรือน้องมิ้นต์ ที่ป่วยเป็นโรคประหลาดต้องพึ่งเครื่องช่วยหายใจในโรงพยาบาล โดยไม่เคยได้กลับบ้านเลย นั่นคือ "โรคถูกสาป" ได้เผยแพร่ออกไป ทำให้หลายคนงงๆ เพราะไม่รู้ว่าโรคนี้คือโรคอะไร วันนี้กระปุกดอทคอมจะพาไปทำความรู้จักกับ "โรคถูกสาป" นี้กันค่ะ...&lt;/span&gt;&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;          &lt;span style='font-weight: bold;'&gt;โรค ถูกสาป&lt;/span&gt; หรือ &lt;span style='font-weight: bold;'&gt;Congenital Central Hypoventilation Syndrome&lt;/span&gt; หรือ &lt;span style='font-weight: bold;'&gt;Ondine’s Curse&lt;/span&gt; เ&lt;span style='text-decoration: underline; font-weight: bold;'&gt;ป็นโรคที่เวลานอนจะไม่หายใจ แต่เวลาตื่นก็หายใจได้ตามปกติ&lt;/span&gt; โดยสมองของผู้ที่ป่วยเป็นโรคนี้จะทำงานผิดปกติ คือเวลาคนทั่วไปนอนหลับ ศูนย์ควบคุมการหายใจที่สมองจะส่งคำสั่งมาที่หลอดลมและกระบังลม แต่กรณีผู้ป่วยโรคนี้สมองจะไม่ยอมสั่งการเวลานอนหลับ จึงจำเป็นต้องใส่เครื่องช่วยหายใจตลอดเวลาในการนอน และตลอดทั้งชีวิต ทั้งนี้ โรคถูกสาปไม่ค่อยปรากฎผู้ป่วยด้วยโรคนี้นัก ตามข้อมูลระบุ ทั้งโลกมีคนเป็นไม่เกิน 500 คน ส่วนใหญ่เป็นมาแต่กำเนิด และโอกาสหายมีน้อย&lt;br/&gt; &lt;br/&gt;          &lt;span style='font-weight: bold;'&gt;สำหรับสาเหตุของโรคยังไม่ทราบแน่ชัด ส่วนใหญ่เกิดการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรม ซึ่งในช่วงแรกสามารถสังเกตอาการของเด็กเป็นโรคถูกสาปได้คือ เวลาร้องตัวจะแดงจัด เวลานอนตัวจะเขียว เนื่องจากหายใจไม่ออก ดังนั้น การหลับนอนจึงจำเป็นต้องอยู่ที่โรงพยาบาลตลอด เพื่อใช้เครื่องช่วยหายใจ และป้องกันการปนเปื้อนของเชื้อโรค  &lt;/span&gt;&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;          &lt;span style='color: rgb(204, 0, 0);'&gt;คุณนนทิญา อินต๊ะ แม่น้องออมทรัพย์ หรือ ด.ญฐิติญาพร  วัตรเยื้อง  เล่าให้ฟังว่า ลูกของเธอเกิดวันที่  26  กันยายน  พ.ศ 2549  ปัจจุบันอายุ  2 ปี  5  เดือน น้องออมทรัพย์คลอดที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดสมุทรปราการ โดยในวันแรกที่คลอด  แพทย์พบอาการผิดปกติในเรื่องระบบการหายใจ  จึงส่งตัวให้ทางคณะแพทย์โรงพยาบาลจุฬาฯ หาสาเหตุอาการป่วย  และท้ายที่สุดแพทย์ได้สรุปว่า &lt;/span&gt;&lt;span style='font-weight: bold; color: rgb(204, 0, 0);'&gt;น้องออมทรัพย์ป่วยด้วยโรคถูกสาป คือ การสั่งการของสมองมีการแลกเปลี่ยนก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และออกซิเจนผิดปกติ ทำให้มีผลต่อการพัฒนาสมองและอาจทำให้หยุดการหายใจได้ ซึ่งจะมีอาการเฉพาะเวลาที่นอนหลับเท่านั้น  เวลาที่ตื่นก็จะปกติทุกอย่าง  &lt;/span&gt;&lt;br style='color: rgb(204, 0, 0);'/&gt;&lt;br/&gt;          "ทั้งตัวเองและสามีไม่เคยได้ยินชื่อโรคนี้มาก่อนเลย เราเสียใจร้องไห้อยู่นาน คิดวนเวียนแต่ว่าเราไปทำบาปกรรมอะไรไว้ถึงได้มาตกกับลูก ลูกต้องถูกเจาะคอและเจาะหน้าท้องเพื่อให้นมทางสายยาง แรกๆ เครียดมาก แต่พอได้อยู่กับลูกที่โรงพยาบาล ได้เห็นเตียงข้างๆ เขาเกิดมาแล้วเป็นมะเร็งเลย แล้วก็มีชีวิตอยู่ได้ไม่นาน เด็กบางคนนอนอยู่บนเตียงมีเครื่องช่วยชีวิตระโยงระยางเต็มไปหมด แต่พ่อแม่เขายังสู้ เลยหันกับมาฮึดสู้เพื่อลูกบ้าง" คุณแม่น้องออมทรัพย์ กล่าว &lt;br/&gt;&lt;br/&gt;          &lt;span style='font-weight: bold;'&gt;ปัจจุบันน้องออมทรัพย์ไม่เคยได้กลับบ้าน เนื่องจากจำเป็นต้องใช้เครื่องช่วยหายใจในเวลานอน  ทั้งนี้ แพทย์แจ้งว่าทางพ่อและแม่สามารถพาน้องกลับบ้านได้ แต่จะต้องมีเครื่องช่วยหายใจกลับไปด้วย  ซึ่งเครื่องช่วยหายใจที่ว่านี้ ต้องสั่งซื้อจากต่างประเทศ ราคาเครื่องละประมาณ  500,000  บาท&lt;/span&gt; นับเป็นค่าใช้จ่ายที่สูงเกินกว่าครอบครัวจะรับไหว คุณแม่น้องออมทรัพย์จึงตัดสินใจเขียนจดหมายส่งไปยังหน่วยงานต่างๆ เพื่อขอความช่วยเหลือ พร้อมๆ กับการช่วยเหลืออีกแรงจากทีมแพทย์ &lt;br/&gt;&lt;br/&gt;          "เงิน 500,000 แสนบาท มันเป็นเงินที่เยอะมากๆ สำหรับครอบครัวเรา ตัวเราเองก็พยายามวิ่ง ติดต่อทุกทางไปติดต่อที่ อบต.จังหวัด เขาก็บอกว่าตอนนี้ยังไม่มีงบประมาณเร่งด่วน ถ้าครอบครัวเราจะทำสัญญาผ่อนเงินจำนวนนี้จะไหวไหม   เราก็เอากลับมาคิดตอนนี้ทั้งตัวเองและสามีก็พยายามหาทางเต็มที่ เราก็หวังว่าวันหนึ่ง ลูกจะได้กลับไปอยู่บ้าน ได้อยู่ด้วยกันพร้อมหน้าพร้อมตาพ่อแม่ลูก ตอนนี้ก็พยายามไม่ร้องไห้ แต่อาจมีบ้างตอนคิดถึงลูกแล้วมาเยี่ยมไม่ได้"&lt;br/&gt; &lt;br/&gt;          &lt;span style='color: rgb(0, 0, 153); font-weight: bold;'&gt;ต่อมา เรื่องราวของน้องออมทรัพย์ได้รับการตีแผ่ผ่านรายการเรื่องจริงผ่านจอ ทำให้เกิดการรับรู้ในวงกว้าง ปรากฏว่า มี ผู้ใจบุญบริจาคเงินเข้ามามากสำหรับเครื่องช่วยหายใจทั้ง 1 เครื่อง โดยทีมแพทย์วิเคราะห์แล้วเห็นว่าจะให้กับน้องออมทรัพย์ก่อน เนื่องจากทางครอบครัวมีความพร้อมมากกว่า        &lt;/span&gt;&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;          ด้าน รศ.พญ.นวลจันทร์ ปราบพาล หน่วยโรคระบบหายใจ ภาควิชา กุมารเวชศาสตร์ โรงพยาบาล จุฬาลงกรณ์ ระบุว่า ในเมืองไทยมีผู้ป่วยด้วยโรคถูกสาปทั้งหมด 3 ราย คนไข้เคสแรกในเมืองไทย ชื่อ ข้าวปุ้น ปัจจุบันอายุ 18 ปีแล้ว  พ่อและแม่เขาค่อนข้างมีฐานะเลยสามารถซื้อเครื่องช่วยหายใจได้ ทุกวันนี้ เขาก็ใช้ชีวิตเหมือนคนปกติ ส่วนอีกคนคือ ชื่อน้องมิ้นต์ ด.ญ.มินตรา คำมูล อายุ 3 ขวบครึ่ง นอนอยู่เตียงใกล้กับน้องออมทรัพย์  &lt;br/&gt;&lt;br/&gt;          "ปกติเด็กเหล่านี้ เราต้องให้เขาอยู่โรงพยาบาลถึง 3 ขวบ แต่น้องออมทรัพย์พัฒนาการค่อนข้างเร็วเลยคิดว่าเขาน่าจะกลับไปอยู่บ้านได้ ก่อน 3 ขวบ แต่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจสำหรับเด็กโดยเฉพาะ สามารถใช้งานได้นาน 5 ปี ซึ่งของเด็กจะราคาแพงกว่าเด็กโตหรือของผู้ใหญ่ แต่หากน้องโตแล้วก็สามารถเปลี่ยนเป็นการผ่าตัดที่กระบังลมใส่เครื่องกระตุ้น กระบังลมในการหายใจให้ดีขึ้นได้ แต่ก็ต้องเสียค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูงเช่นกัน" คุณหมอ  กล่าว&lt;br/&gt; &lt;br/&gt;          ล่า สุด ยอดการบริจาคมากพอสำหรับเครื่องช่วยหายใจอีก 1 เครื่อง สำหรับ น้องมิ้นต์ ด.ญ.มินตรา คำมูล แล้ว อย่างไรก็ตาม ทั้งน้องมิ้นต์ และน้องออมทรัพย์ ยังมีค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับเครื่องช่วยหายใจและการรักษาอีกมากพอ สมควร ...ทีมงานกระปุกดอทคอมขอเป็นกำลังใจให้ครอบครัวน้องมิ้นต์ และน้องออมทรัพย์ ด้วยนะคะ&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;          &lt;span style='font-weight: bold;'&gt;ทั้งนี้ สำหรับผู้ที่สนใจจะช่วยเหลือ "น้องออมทรัพย์" สามารถบริจาคไปได้ที่บัญชีคุณแม่น้องออมทรัพย์ น.ส. นนทิญา อินต๊ะ เพื่อ ด.ญ. ฐิติญาพร วัตรเยื้อง ธ.กสิกรไทย สาขาตลาดคลองสวน เลขที่บัญชี  310-2-31383-5 และผู้ที่สนใจบริจาคซื้อเครื่องช่วยหายใจของ "น้องมิ้นท์" สามารถติดต่อบริจาคช่วยเหลือได้ที่ ธ.ไทยพาณิชย์ สาขาสภากาชาดไทย เลขที่บัญชี 045-2-94149-6 ชื่อบัญชี หน่วยกุมารเวชศาสตร์โรคระบบหายใจ&lt;/span&gt;&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;ขอขอบคุณข้อมูลจาก, นิตยสาร marie claire&lt;/div&gt;&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;div class='zemanta-pixie'&gt;&lt;img src='http://img.zemanta.com/pixy.gif?x-id=99391edd-0309-83bc-9809-881a25001e35' alt='' class='zemanta-pixie-img'/&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6419216617469968010-3952302147575227465?l=health1081009.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://health1081009.blogspot.com/feeds/3952302147575227465/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=6419216617469968010&amp;postID=3952302147575227465' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6419216617469968010/posts/default/3952302147575227465'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6419216617469968010/posts/default/3952302147575227465'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://health1081009.blogspot.com/2009/10/blog-post_02.html' title='โรคถูกสาป'/><author><name>WebMaster.</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6419216617469968010.post-9044025824771965173</id><published>2009-10-02T02:50:00.001-07:00</published><updated>2009-10-02T02:50:32.631-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='Illness'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='เรื่องต้องรู้'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ความรู้ทั่วไป'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='Beauty'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='Healthy'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='เรื่องจริงเตือนภัย'/><title type='text'>ผลของการรักษาสิวเป็นระยะเวลานาน กับยาหมอ!!!</title><content type='html'>&lt;div xmlns='http://www.w3.org/1999/xhtml'&gt;&lt;div style='text-align: justify;'&gt;พอดีว่าผมได้เรื่องนี้มาจากกระทู้ &lt;a href='http://www.pantip.com/cafe/lumpini/topic/L8368133/L8368133.html' target='_blank' style='font-weight: bold;'&gt;http://www.pantip.com/cafe/lumpini/topic/L8368133/L8368133.html &lt;/a&gt;เห็นว่าน่าสนใจดีครับ ก็เลยขอเอามาแปะในบ้านของตัวเอง ฮ่าๆๆๆ&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;ตามไปอ่านกันได้เลยครับ&lt;br/&gt;&lt;div style='text-align: center;'&gt;&lt;table width='95%' cellspacing='0' cellpadding='0' border='0'&gt;&lt;tbody&gt;&lt;tr&gt;&lt;td width='105' valign='top'&gt; &lt;/td&gt; 	&lt;td valign='top'&gt; 	&lt;div align='right'&gt;&lt;table width='95%' cellspacing='0' cellpadding='0' border='0'&gt; 		&lt;tbody&gt;&lt;tr&gt; 			&lt;td valign='top'&gt;&lt;table width='100%' cellspacing='1' cellpadding='0' border='0' bgcolor='#dddddd'&gt; 				&lt;tbody&gt;&lt;tr&gt; 					&lt;td valign='top' bgcolor='#204080'&gt; &lt;table width='100%' border='0' align='center'&gt; &lt;tbody&gt;&lt;tr&gt; &lt;td width='50'&gt;&lt;img width='50' height='1' src='http://www.pantip.com/cafe/image/w50px.gif'/&gt;&lt;/td&gt;&lt;td width='95%'&gt;  						&lt;table width='100%' height='36' border='0'&gt; 						&lt;tbody&gt;&lt;tr&gt; 							&lt;td width='80%' valign='top'&gt;&lt;img hspace='3' src='http://www.pantip.com/cafe/image/icon_pin.gif'/&gt; 								&lt;font color='#f0f000'&gt;&lt;strong&gt;&lt;big&gt;&lt;big&gt; เตือนสาวๆ ที่กำลังรักษาสิวค่ะ 								&lt;/big&gt;&lt;/big&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/font&gt;&lt;/td&gt; 							&lt;td width='20%' valign='top' nowrap='nowrap' align='right'&gt; 								&lt;a href='javascript:openHitsWindow()'&gt;&lt;img border='0' title='โหวต' alt='vote' src='http://www.pantip.com/cafe/image/vote.gif'/&gt;&lt;/a&gt; 								 								&lt;script language='JavaScript'&gt;MsgStatus(Msv[0], 0);&lt;/script&gt;&lt;a href='javascript:openInformWindow(0)'&gt;&lt;img border='0' title='แจ้งลบ' src='http://www.pantip.com/cafe/image/bin.gif'/&gt;&lt;/a&gt; 								 &lt;/td&gt; 						&lt;/tr&gt;&lt;/tbody&gt;&lt;/table&gt; 						&lt;p&gt;&lt;font color='#e0e0e0'&gt;   ขอใช้บัตรผ่านนะคะ อายค่ะ กลัวเพื่อนมาเห็นทู้ค่า&lt;br/&gt;ปกติไม่ค่อยได้เข้ามาห้องนี้เท่าไหร่ค่ะ แต่&lt;br/&gt;อยากมาเล่าประสบการณ์ของตัวเอง หลังจากได้บทเรียนราคาแพงจากการรักษาสิวค่ะ&lt;br/&gt;เริ่มเป็นสิว ผื่นแพ้ ตอนอายุ 19 เป็นยัยหน้าสิวเขรอะ จนถึงประมาณอายุ 27 ค่ะ (ตอนนี้ 32 ค่ะ)&lt;br/&gt;จนพี่ที่รู้จักกันแนะนำหมอรักษาสิวให้ค่ะ ก็เลยไปรักษาจนหายเป็นสิว หน้าใส สวยขึ้น &lt;br/&gt;เลยไม่อยากกลับไปเป็นยัยสิวเขรอะแล้วค่ะ พอสิวมาอีกเมื่อไหร่ก็รีบไปหาหมอทันที&lt;br/&gt;ไม่เคยปล่อยให้สิวอยู่บนหน้าเกิน 1 อาทิตย์ ค่ะ บางทีเจอสิวหัวช้างขึ้น ปุ๊บ ก็รีบไปฉีดสิวให้มันยุบค่ะ&lt;br/&gt;จะภูมิใจมาก เวลาใครๆ ชมว่าผิวดี หน้าใสค่ะ แบบว่าคนมันเคยมีปมด้อยนี่น่า &lt;br/&gt;รักษาสิวมา 5 ปี ทายา กินยา ตามที่หมอจัดให้ แต่ไม่สม่ำเสมอ บางทีแอบขี้เกียจ &lt;br/&gt;&lt;br/&gt;เกริ่นจบแล้ว เข้าประเด็นล่ะ&lt;br/&gt;เมื่อประมาณ 1 ปีที่ผ่านมา เป็นตกขาวค่ะ เยอะมาก แต่ไม่ได้ใส่ใจอะไรมาก &lt;br/&gt;เพราะคิดว่าเป็นเรื่องปกติของผู้หญิง และไม่มีอาการอื่นๆร่วมด้วย ไม่คัน ไม่มีกลิ่นเหม็น&lt;br/&gt;จนปล่อยให้มันลุกลามไปใหญ่ ทำให้เป็นโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบค่ะ ถึงได้รู้จากหมอ&lt;br/&gt;ว่าอาจจะมีผลมาจากตกขาว ก็กินยารักษาโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบจนหาย และได้ยาเหน็บ&lt;br/&gt;รักษาอาการตกขาวมาด้วย แต่ไม่หายค่ะ ตอนนี้ตกขาวเริ่มผิดปกติมากแล้ว &lt;br/&gt;จากเดิมเป็นก้อนเล็กๆ คล้ายนมที่ทารกแหวะออกมา ก็เริ่มมีกลิ่น คัน ลามมาถึงข้างนอกแล้ว&lt;br/&gt;ก็หาข้อมูลจากอินเตอร์เน็ต ก็ได้ข้อมูลว่ายารักษาสิวมันไปฆ่าเชื้อแบคทีเรียในช่องคลอด&lt;br/&gt;ซึ่งเป็นแบคทีเรียที่มีประโยชน์ต่อส่วนนั้น พอไม่มีมันเชื้อราก็เลยบุกค่ะ&lt;br/&gt;หลังจากหาข้อมูลจนมั่นใจแล้ว ว่ารู้สาเหตุ และคิดว่าไม่ต้องตรวจภายในค่ะ&lt;br/&gt;แค่เล่าอาการ คุณหมอน่าจะจัดยามาให้ได้เลย &lt;br/&gt;ทีนี้ก็เลยไปหาหมอค่ะ แต่ไม่เป็นไปตามที่ตั้งใจค่ะ ดันเจอคุณหมอดุ&lt;br/&gt;พยายามต่อรองแล้ว แต่คุณหมอยืนยันว่าต้องตรวจภายใน และให้ขึ้นเตียงที่มีขาหยั่งค่ะ&lt;br/&gt;อายมาก ทั้งคุณหมอ ทั้งคุณพยาบาล เฮ้อ นึกแล้วยังอายไม่หายเลยค่ะ&lt;br/&gt;ยังดีนะที่ขอคุณหมอผู้หญิงไปตั้งแต่แรก&lt;br/&gt;แต่ที่สำคัญ คุณหมอบอกว่ามันจะไม่หายขาด จะเป็นๆ หายๆ ค่ะ เสียใจที่พลาดไปแล้ว&lt;br/&gt;กับการห่วงสวย จนไม่นึกถึงผลที่จะตามมา ไม่อยากโทษหมอที่รักษาสิว โทษตัวเองค่ะ โง่เอง&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;เลยอยากจะมาเตือนสาวๆ ที่กำลังรักษาสิวค่ะ เวลาคุณหมอให้ยา เค้าจะไม่บอกถึงผลข้างเคียงของยาค่ะ&lt;br/&gt;ถึงเราจะถามแล้ว เค้าก็พูดให้เราสบายใจตลอดว่าไม่เป็นไร ยาตัวนี้ขนาดเด็กยังกินได้เลยนะ&lt;br/&gt;ไม่อันตรายจริงๆ ถ้าไม่กิน สิวก็ไม่หายขาด ขนาดเป็นสิวแค่ 2 เม็ดยังได้ยามากินเลย ก็โง่กินไง&lt;br/&gt;ตอนนี้ยังไม่รู้อนาคตตัวเองเลยว่าจะเป็นยังไง คงต้องหาหมออย่างนี้ไปเรื่อยๆ จนตายหรือเปล่า&lt;br/&gt;ไอ้แบคทีเรียที่เรากินยาฆ่ามันไป มันจะมาเกิดใหม่อีกมั้ย รู้สึกเหมือนโหยหาลูกที่ทำแท้งไปยังไงก็ไม่รู้&lt;br/&gt;ทีแน่ๆ คือ เข็ดกับหมอสิวแล้วค่ะ ใครไม่เป็นอาจจะไม่รู้ว่ามันทรมานนะ &lt;br/&gt;คือเราแต่งงานแล้ว ไอ้เชื้อราเนี่ย ทำให้เรามีอะไรกับแฟนไม่ได้ มันจะเจ็บมาก&lt;br/&gt;อาคารคันอีก ยิ่งเกา ยิ่งคัน ไม่เกาก็ไม่ได้ ก็มันคันนี่ 555  						&lt;/font&gt; 						&lt;/p&gt;&lt;p&gt; 						&lt;/p&gt;&lt;table width='100%' cellspacing='1' border='0'&gt; 						&lt;tbody&gt;&lt;tr&gt; 							&lt;td width='10%' valign='bottom'&gt;&lt;font color='#c0d3f3'&gt;จากคุณ&lt;/font&gt;&lt;/td&gt; 							&lt;td&gt;&lt;font color='#c0d3f3'&gt;:  แก้ว 								&lt;/font&gt;&lt;/td&gt; 						&lt;/tr&gt; 						&lt;tr&gt; 							&lt;td width='10%' valign='bottom'&gt;&lt;font color='#c0d3f3'&gt;เขียนเมื่อ&lt;/font&gt;&lt;/td&gt; 							&lt;td valign='bottom'&gt;&lt;font color='#c0d3f3'&gt;:  27 ก.ย. 52 16:35:19 A:192.3.24.143 X:203.130.131.130 TicketID:235308   								&lt;/font&gt;&lt;/td&gt; 						&lt;/tr&gt; 						&lt;tr&gt; 							&lt;td valign='top' id='xscore0'&gt;&lt;br/&gt;&lt;/td&gt; 							&lt;td id='score0'&gt;&lt;br/&gt;&lt;/td&gt; 						&lt;/tr&gt; 						&lt;/tbody&gt;&lt;/table&gt; 						&lt;hr width='100%' size='1' color='#e0e0e0' align='left'/&gt;  						&lt;div align='center'&gt; 							&lt;table cellspacing='5' cellpadding='5' border='0'&gt; 							&lt;tbody&gt;&lt;tr&gt; 			 			&lt;td align='center'&gt;&lt;a href='javascript:openBMWindow()'&gt;&lt;font size='-2'&gt;bookmark&lt;/font&gt;&lt;/a&gt;&lt;/td&gt; 			&lt;td align='center'&gt;&lt;a href='javascript:openTopicStock()'&gt;&lt;font size='-2'&gt;เก็บเข้าคลังกระทู้&lt;/font&gt;&lt;/a&gt;&lt;/td&gt;   			&lt;td align='center'&gt;&lt;a href='javascript:openSendTopic()'&gt;&lt;font size='-2'&gt;ส่งต่อกระทู้&lt;/font&gt;&lt;/a&gt;&lt;/td&gt; 			&lt;td align='center'&gt;&lt;a href='javascript:openPrintWindow()'&gt;&lt;font size='-2'&gt;พิมพ์&lt;/font&gt;&lt;/a&gt;&lt;/td&gt;   			&lt;td align='center'&gt;&lt;a target='_blank' href='http://www.pantip.com/cafe/lumpini' linkindex='7'&gt;&lt;font size='-2'&gt;หน้าหลัก&lt;/font&gt;&lt;/a&gt;&lt;/td&gt; 			&lt;td align='center'&gt;&lt;a href='javascript:openSideTopic(&amp;apos;newer&amp;apos;)'&gt;&lt;font size='-2'&gt;กระทู้ก่อนหน้า&lt;/font&gt;&lt;/a&gt;&lt;/td&gt; 			&lt;td align='center'&gt;&lt;a href='javascript:openSideTopic(&amp;apos;older&amp;apos;)'&gt;&lt;font size='-2'&gt;กระทู้ถัดไป&lt;/font&gt;&lt;/a&gt;&lt;/td&gt; 			&lt;td align='center'&gt;&lt;br/&gt;&lt;/td&gt; 							&lt;/tr&gt; 							&lt;/tbody&gt;&lt;/table&gt;&lt;/div&gt;   &lt;/td&gt;&lt;td width='50'&gt;&lt;img width='50' height='1' src='http://www.pantip.com/cafe/image/w50px.gif'/&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;/tbody&gt;&lt;/table&gt; 					&lt;/td&gt; 				&lt;/tr&gt; 				&lt;/tbody&gt;&lt;/table&gt;&lt;/td&gt; 			&lt;td width='10' valign='top' bgcolor='#000000'&gt;&lt;table width='15' height='15' cellspacing='0' cellpadding='0' border='0'&gt; 				&lt;tbody&gt;&lt;tr&gt;&lt;td width='15' height='15' bgcolor='#403e68'&gt;&lt;br/&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;/tbody&gt;&lt;/table&gt;&lt;br/&gt;&lt;br/&gt; &lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;/tbody&gt;&lt;/table&gt;&lt;/div&gt;&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;/tbody&gt;&lt;/table&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;div class='zemanta-pixie'&gt;&lt;img src='http://img.zemanta.com/pixy.gif?x-id=fd9818cb-4397-8cde-a0e6-42696504c7c0' alt='' class='zemanta-pixie-img'/&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6419216617469968010-9044025824771965173?l=health1081009.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://health1081009.blogspot.com/feeds/9044025824771965173/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=6419216617469968010&amp;postID=9044025824771965173' title='2 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6419216617469968010/posts/default/9044025824771965173'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6419216617469968010/posts/default/9044025824771965173'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://health1081009.blogspot.com/2009/10/blog-post.html' title='ผลของการรักษาสิวเป็นระยะเวลานาน กับยาหมอ!!!'/><author><name>WebMaster.</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>2</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6419216617469968010.post-3933137956855751913</id><published>2009-09-03T00:34:00.001-07:00</published><updated>2009-09-03T00:34:36.944-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='เรื่องต้องรู้'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ความรู้ทั่วไป'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='Healthy'/><title type='text'>โละ 5 พฤติกรรมบั่นทอนสุขภาพ</title><content type='html'>&lt;div xmlns='http://www.w3.org/1999/xhtml'&gt;&lt;div style='text-align: justify;'&gt;&lt;ol&gt;&lt;li&gt; &lt;span style='font-weight: bold;'&gt;ไม่สนอาหารมื้อเช้า&lt;/span&gt;&lt;br/&gt;"เช้าๆ กาแฟสักแก้ว แค่นี้ก็อยู่ท้อง" หากมื้อเช้าของคุณเป็นรูปแบบประมาณนี้ เปลี่ยนโดยด่วนค่ะ พึ่งอาหารสำเร็จรูปนานๆครั้งก็พอไหว แต่ถ้าทุกเช้าสารอาหารและพลังงานที่จำเป็นล่ะ หรือถ้าคิดรวบยอดกับมื้อเที่ยงก็โปรดอย่าลืมว่า อาหารเช้าเป็นมื้อที่ให้พลังงานเพื่อให้เราสู้งานไม่ถอย ไอเดียกระฉูด ถ้าตื่นเช้าอีกหน่อยหาเมนูง่ายๆจากร้านแถวออฟฟิศทาน อย่างนี้เวิร์คสุด ที่สำคัญมื้อเช้าไม่จำเป็นต้องเป็นข้าวเสมอไปหรอกค่ะ&lt;br/&gt;&lt;/li&gt;&lt;li&gt;&lt;span style='font-weight: bold;'&gt;เครียด...เป็นนิจ&lt;/span&gt;&lt;br/&gt;แหม! คุณขา ชีวิตนี้ไม่มีใครเพอร์เฟกต์ไปซะทุกย่าง ขืนมัวคาดหวัง คิดเล็ก คิดน้อยไปซะทุกเรื่อง มันพานทำให้จิตใจท้อแท้ หดหู่ หมดแรงสู้ปัญหาที่คุณต้องเผชิญทั้งงานในบ้านและที่ทำงาน เครียดจนลืมกิน หรือยิ่งเครียดยิ่งกิน โรคอื่นๆก็เข้ามาก่อกวนสุขภาพคุณอีก ลองจัดลำดับความสำคัญก่อน-หลัง สื่อสารกับคนใกล้ตัวให้รับฟัง ช่วยกันคลี่คลายปัญหาอย่างน้อยๆ ก็ปลดล็อกชีวิตคุณให้ดูมีชีวิตชีวาขึ้น&lt;br/&gt;&lt;/li&gt;&lt;li&gt; &lt;span style='font-weight: bold;'&gt;ชอบนอนหงาย&lt;/span&gt;&lt;br/&gt;จริงอยู่ว่าการนอนคือการพักผ่อนที่ดีที่สุด แต่บางทีก็ทำลายสุขภาพของคุณได้เหมือนกัน โดยเฉพาะคนที่ชอบนอนหงายเป็นประจำหรือชอบนอนคว่ำยิ่งไปกันใหญ่ ทำให้กระดูกสันหลังแอ่น นี่แหละคือสาเหตุที่ทำให้คุณรู้สึกปวดหลังทุกครั้งที่ลุกจากเตียง ทางที่ดีเวลานอนให้ใช้หมอนข้างหนุนใต้โคนขา ช่วยรักษาทรวดทรงกระดูก ถ้าเปลี่ยนเป็นนอนตะแคงได้ก็จะดีที่สุดแต่ขาล่างควรเหยียดตรง ส่วนขาบนและสะโพกให้ก่ายหมอนข้างไว้&lt;br/&gt;&lt;/li&gt;&lt;li&gt; &lt;span style='font-weight: bold;'&gt;ติดฟัง MP3 – iPod&lt;/span&gt;&lt;br/&gt;การฟังเพลงในโลกส่วนตัวด้วย MP3 หรือ iPod ติดต่อกันนานๆ เป็นกิจวัตรที่ไม่ดีต่อสุขภาพการฟัง ระดับเสียงของเครื่องเล่นเหล่านี้ จะดังกว่าระดับเสียงมาตรฐานที่พอเหมาะกับหู แถมยังตั้งระดับความดังไว้เกินกว่ามาตรฐานอีก อย่างนี้โรคหูตึงอาจมาเยือนง่ายๆแบบไม่ต้องรอแก่เลยแหละ&lt;br/&gt;&lt;/li&gt;&lt;li&gt; &lt;span style='font-weight: bold;'&gt;สวยด้วยส้นสูง&lt;/span&gt;&lt;br/&gt;รองเท้าส้นสูงเป็นคู่ใจสำหรับสาวทำงานไปเสียแล้ว จนลืมใส่ใจเท้าในฐานะอวัยวะที่ถูกใช้งานหนักตลอดวัน ใส่รองเท้าส้นสูงเป็นนิจพึงระวังโรคข้ออักเสบมาเยือนยามแก่ตัว ปรับลดความสูงของส้นลงมาบ้างสลับเปลี่ยนส้นสูงบ้างเตี้ยบ้างก็ดีค่ะ&lt;/li&gt;&lt;/ol&gt;&lt;span style='font-weight: bold;'&gt;ที่มา : &lt;span style='color: rgb(0, 0, 153);'&gt;Health Alert Free Magazine SHE's Smart &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;div class='zemanta-pixie'&gt;&lt;img src='http://img.zemanta.com/pixy.gif?x-id=59f73544-84a2-8b95-8811-55a2550d0785' alt='' class='zemanta-pixie-img'/&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6419216617469968010-3933137956855751913?l=health1081009.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://health1081009.blogspot.com/feeds/3933137956855751913/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=6419216617469968010&amp;postID=3933137956855751913' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6419216617469968010/posts/default/3933137956855751913'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6419216617469968010/posts/default/3933137956855751913'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://health1081009.blogspot.com/2009/09/5.html' title='โละ 5 พฤติกรรมบั่นทอนสุขภาพ'/><author><name>WebMaster.</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6419216617469968010.post-4721059200448549374</id><published>2009-09-03T00:29:00.001-07:00</published><updated>2009-09-03T00:29:40.402-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='Illness'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='เรื่องต้องรู้'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ความรู้ทั่วไป'/><title type='text'>8 ข้อ ป้องกันโรคนิ้วล็อก</title><content type='html'>&lt;div xmlns='http://www.w3.org/1999/xhtml'&gt;&lt;div style='text-align: justify;'&gt;โรคนิ้วล็อกจะเป็นกับคนที่มีการใช้งานมือมากเกินไป หรือใช้ผิดวิธี โดยเฉพาะผู้หญิงถึงร้อยละ 80 ที่หิ้วของหนักๆซ้ำๆ นิ้วที่พบปัญหาล็อกบ่อยที่สุดคือ นิ้วหัวแม่มือและนิ้วนาง อาชีพที่เสี่ยงต่อการเป็นโรคนิ้วล็อกและต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ คือ แม่บ้านที่ต้องหิ้วของหนักๆ คนตัดสวน ตัดแต่งกิ่งไม้ ช่างไฟฟ้า หมอนวดแผนโบราณ พนักงานพิมพ์คอมพิวเตอร์ นักกีฬาแบดมินตัน นักกอล์ฟ เป็นต้น&lt;br/&gt;นอกจากนี้ยังพบได้ในคนที่มือเกิดอุบัติเหตุบ่อยๆ และพบร่วมกับผู้ป่วยโรคข้ออักเสบชนิด&lt;br/&gt;รูมาทอยด์ หรือผู้ป่วยเบาหวานมีโอกาสเป็นมากกว่าปกติ&lt;br/&gt;โรคนิ้วล็อก มีสาเหตุชัดเจน และหากรู้จักระมัดระวังการใช้นิ้วอย่างถูกวิธีจะช่วยป้องกันการบาดเจ็บที่ปลอกหุ้มเส้นเอ็นได้ ดังนี้&lt;br/&gt;&lt;ol&gt;&lt;li&gt; ไม่หิ้วของหนัก เช่น ถุงพลาสติก ตะกร้า ถังน้ำ ถ้าจำเป็นต้องหิ้ว ควรใช้ผ้าขนหนูรองและหิ้วให้น้ำหนักตกที่ฝ่ามือ แทนที่จะให้น้ำหนักตกที่ข้อนิ้วมือ หรือใช้วิธีการอุ้มประคองช่วยลดการรับน้ำหนักที่นิ้วมือได้&lt;br/&gt;&lt;/li&gt;&lt;li&gt; ไม่ควรบิด ซักผ้าด้วยมือเปล่า จำนวนมากๆ และซ้ำบ่อยๆ และไม่ควรบิดผ้าให้แห้งสนิท เพราะจะยึดปลอกหุ้มเอ็นจนคราก และเป็นจุดเริ่มต้นของโรคนิ้วล็อก&lt;br/&gt;&lt;/li&gt;&lt;li&gt; นักกอล์ฟที่ต้องตีแรง ตีไกล ควรใส่ถุงมือ หรือใช้ผ้าสักหลาดหุ้มด้ามจับให้หนาและนุ่มขึ้น เพื่อลดแรงปะทะ และไม่ควรไดรกอล์ฟต่อเนื่องเป็นเวลานานๆ&lt;br/&gt;&lt;/li&gt;&lt;li&gt; เวลาทำงานที่ต้องอาศัยอุปกรณ์ช่าง ควรระวังการกำ บด เครื่องมือทุ่นแรง เช่น ไขควง เลื่อย ค้อน ฯลฯ ควรใส่ถุงมือหรือห่อหุ้มด้ามจับให้ใหญ่และนุ่มขึ้น&lt;br/&gt;&lt;/li&gt;&lt;li&gt; ชาวสวนระวังเรื่องการตัดกิ่งไม้ด้วยกรรไกร หรืออื่นๆที่ใช้แรงมือ ครวใส่ถุงมือเพื่อลดการบาดเจ็บของปลอกเอ็นกับเส้นเอ็นและควรใช้สายยางรดน้ำต้นไม้แทนการหิ้วถังน้ำ&lt;br/&gt;&lt;/li&gt;&lt;li&gt; คนที่ยกของหนักๆเป็นประจำ เช่นคนส่งน้ำขวด ถังแก๊ส แม่ครัวพ่อครัว ควรหลีกเลี่ยงการยกมือเปล่า ควรมีผ้ามารองจับขณะยก และใช้เครื่องทุ่นแรง เช่น รถเข็น รถลาก&lt;br/&gt;&lt;/li&gt;&lt;li&gt; หากจำเป็นต้องทำงานที่ต้องใช้มือกำ หยิบ บีบ เครื่องมือเป็นเวลานานๆ ควรใช้เครื่องทุ่นแรง เช่น ใช้ผ้าห่อที่จับให้หนานุ่ม เช่น ใช้ผ้าห่อด้ามจับตะหลิวในอาชีพแม่ครัวพ่อครัว&lt;br/&gt;&lt;/li&gt;&lt;li&gt;งานบางอย่างต้องใช้เวลาทำงานนานต่อเนื่อง ทำให้มือเมื่อยล้าหรือระบม ควรพักมือเป็นระยะๆ เช่นทำ 45 นาที ควรจะพักมือสัก 10นาที&lt;br/&gt;ถึงแม้โรคนิ้วล็อกจะเป็นโรคที่รักษาหายได้แต่ก็ควรกันไว้ก่อนย่อมดีกว่า&lt;/li&gt;&lt;/ol&gt;&lt;span style='font-weight: bold;'&gt;ที่มา : &lt;span style='color: rgb(0, 0, 153);'&gt;นิตยสารชีวจิต ปีที่ 8 ฉบับ 16 มิถุนายน 2549&lt;/span&gt; presented by : ชานิดา แสงสุริย์&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;div class='zemanta-pixie'&gt;&lt;img src='http://img.zemanta.com/pixy.gif?x-id=e80a4e21-17de-8258-89de-3d0fb62d4c80' alt='' class='zemanta-pixie-img'/&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6419216617469968010-4721059200448549374?l=health1081009.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://health1081009.blogspot.com/feeds/4721059200448549374/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=6419216617469968010&amp;postID=4721059200448549374' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6419216617469968010/posts/default/4721059200448549374'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6419216617469968010/posts/default/4721059200448549374'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://health1081009.blogspot.com/2009/09/8.html' title='8 ข้อ ป้องกันโรคนิ้วล็อก'/><author><name>WebMaster.</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6419216617469968010.post-5763945096578606723</id><published>2009-09-03T00:27:00.001-07:00</published><updated>2009-09-03T00:27:19.590-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='Illness'/><title type='text'>นิ้วล็อค</title><content type='html'>&lt;div xmlns='http://www.w3.org/1999/xhtml'&gt;&lt;div style='text-align: justify;'&gt;&lt;span style='font-weight: bold;'&gt;นิ้วล็อค เมื่อนิ้วของคุณกระดุ๊กกระดิ๊ก &lt;/span&gt;&lt;br style='font-weight: bold;'/&gt;&lt;span style='font-weight: bold;'&gt;ผมมักไม่ค่อยเรื่องโรคใดโรคหนึ่งหากแต่มักเขียนเป็นอาการ... แต่เรื่องนี้จัดเป็นข้อยกเว้น หนึ่งที่อาการที่นำผู้ป่วยมาเป็นอาการสากลจนกระทั่งกลายเป็นชื่อโรคไปเสียแล้ว&lt;/span&gt;&lt;br style='font-weight: bold;'/&gt;&lt;br style='font-weight: bold;'/&gt;&lt;span style='font-weight: bold;'&gt;เจ้าโรคที่ว่านี้ เป็นโรคที่สร้างความรำคาญไปจนถึงสร้างความยุ่งยากในการดำเนินชีวิตประจำวัน อีกทั้งพบได้ง่ายขึ้นในปัจจุบันนี้จึงเป็นเรื่องที่น่าจะรู้เอาไว้บ้างครับ&lt;/span&gt;&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;เรื่องของเรื่องเกิดขึ้นเมื่อสมัยผมยังเรียนอยู่มหาวิทยาลัยชั้นปี 1 ตอนนั้นกำลังพยายามหัดเล่นกีต้าร์อยู่ ก็มีเพื่อนคนนึงที่เล่นกีต้าร์มาก่อนซื้อเครื่องบริหารนิ้วมาใช้เพื่อเสริมความแข็งแรงของนิ้ว โดยจะต้องกำอุปกรณ์ดังกล่าวในมือและทำการบีบเต็มแรงแล้วก็ปล่อย วันนั้นผมฝึกอยู่นานก่อนจะเข้านอน พอตื่นเช้ามาก็พบว่ามือซ้ายเกิดอาการพิกลๆกล่าวคือ เมื่อกำมือเข้ามันก็กำได้ปกติ แต่ไอ้เจ้าตอนที่จะเหยียดแบบมือออกเนี่ยสิ ปรากฎว่านิ้วนางกับนิ้วก้อยดันดึงเหยียดไม่ออกร่วมกับมีอาการปวด ต้องใช้อีกมือนึงช่วยดึงจึงจะออก แถมถ้ากำมือเข้าไปใหม่ก็จะเกิดลักษณะแบบเดิมอีกก็คือเหยียดไม่ได้&lt;br/&gt;มือผมกระดุ๊กกระดิ๊กอยู่ 2-3 วันจะกำก็ไม่กล้า จะเหยียดก็เจ็บ ต้องอยู่นิ่งๆไม่ทำอะไรก่อนที่มันจะค่อยๆหายไปเอง&lt;br/&gt;จริงๆเจ้านิ้วก้อยผมก็เป็นอยู่บ้างแล้วล่ะครับ คาดว่าเป็ฯมาตั้งแต่สมัยที่เรียนมัธยม ที่ต้องถือกระเป๋าหนังสือเรียนทุกวัน (หนักเฉลี่ยประมาณ 3 กิโลได้กระมังเพราะมันมีชีท สมุด หนังสือ)แล้วช่วงนั้นรถติดอย่างกับอะไรดี ผมก็ชอบเดินกลับบ้านใช้เวลาวันละครึ่งถึงหนึ่งชั่วโมงทุกๆวันจนหนังที่มือด้านแข็งเป็นจุดๆ&lt;br/&gt;ปัจจุบันอาการพวกนี้ดีขึ้นมากและก็หายไป ... หายไปก่อนที่จะมาเรียนเจอทีหลังว่ามันเป็ฯอาการชื่อดังที่มีชื่อว่า"โรคนิ้วล๊อค"หรือ Trigger finger อันโด่งดังนั่นเอง&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;span style='font-weight: bold;'&gt;เกิดอะไรขึ้นในนิ้ว นิ้วถึงได้ล๊อค&lt;/span&gt;&lt;br/&gt;การที่คนเรากำมือได้นั้นเกิดจากกล้ามเนื้อที่บริเวณท้องแขนหดตัว .... ใช่ครับกล้ามเนื้อที่ท้องแขน ไม่ใช่ที่มือ ไม่เชื่อลองกำมือซ้ายแล้วเอามือขวาจับที่ท้องแขนก็ได้ว่าแข็งขึ้นจริง&lt;br/&gt;กล้ามเนื้อที่แขนพอหดเกร็งตัวก็จะดึงเส้นเอ็นที่โยงไปที่ปลายนิ้วให้งอเข้า ... ซึ่งเอ็นเหล่านี้จะร้อยลอดผ่านเอ็นขึงข้อนิ้ว (retinacular pulley)ที่อยู่ตามข้อมือและข้อนิ้วเป็นหลักการเดียวกับรอกของปั้นจั่น&lt;br/&gt;ถ้าเอ็นมีสภาพปกติ มันก็จะเลื่อนไหลได้อย่างสะดวกโยธินทั้งขาเข้าและขาออก แต่ในโรคนิ้วล๊อคนี้ เอ็นที่ผิดปกติจะมีลักษณะเป็นตุ่มนูนทำให้เมื่อเอ็นที่ใช้งอนิ้วลอดผ่านเอ็นขึงข้อนิ้ว ก็จะเกิดการล๊อคไม่สามารถเหยียดกลับออกมาได้&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;span style='font-weight: bold;'&gt;สาเหตุ&lt;/span&gt;&lt;br/&gt;สาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุดคือการบาดเจ็บที่นิ้วครับ โดยคำว่าบาดเจ็บนี้มีตั้งแต่การกระทบกระแทกชัดเจน การติดเชื้อที่เอ็นไปจนถึงการใช้งานผิดวิธีเกินกำลังของนิ้วเป็นเวลานานๆ ก็จะส่งผลให้เกิดการอักเสบในเอ็นจนเกิดก้อนได้&lt;br/&gt;สาเหตุที่พบได้อื่นๆนอกเหนือจากการใช้งานหนักหรือการบาดเจ็บทั่วไป ก็คือ โรคที่ก่อให้เกิดก้อนตามส่วนต่างๆ เช่นเบาหวาน เกาท์ รูมาตอยด์ เป็นต้น&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;span style='font-weight: bold;'&gt;การรักษา&lt;/span&gt;&lt;br/&gt;หากคุณเป็นโรคนิ้วล๊อคแล้วไปรักษา การรักษาจะเป็นประมาณนี้ครับ&lt;br/&gt;&lt;ul&gt;&lt;li&gt; เมื่อพบว่าเป็นแน่ๆ แพทย์จะแนะนำให้คุณหยุดการใช้งานมือ จากนั้นก็มักจะจ่ายยาแก้ปวดและยาลดการอักเสบจำพวก NSAIDs มาให้กิน จากนั้นก็ให้สังเกตดูเอาเอง หรือนัดกลับมาดูอีกครั้งเพื่อประเมินว่าอาการดีขึ้นไหม&lt;/li&gt;&lt;li&gt; ถ้าไม่ดีขึ้น ทางต่อไปก็คือการฉีดยาสเตียรอยด์เข้าไปในช่องหุ้มเอ็น เพื่อลดการอักเสบของเอ็นและให้ก้อนดังกล่าวยุบตัวลง&lt;/li&gt;&lt;li&gt; หรือไม่เช่นนั้น ก็อาจจะมีการใส่เฝือกที่มือ เพื่อให้มืออยู่ในท่าที่ไม่เคลื่อนไหวระยะหนึ่ง เป็นการบังคับให้เอ็นได้พักและลดการอักเสบ&lt;/li&gt;&lt;li&gt; ถ้าทำทุกทางก็ไม่ได้ผล ก็จะทำการผ่าตัด ซึ่งในปัจจุบันมีสามแบบคือ แบบผ่าเปิดตรงๆ แบบผ่าส่องกล้อง และแบบที่สามที่เข้าใจว่าในเมืองไทยคงมีคนทำไม่กี่คน(แต่กลับเป็นที่รู้จักมากที่สุด)คือแบบใช้ปลายมีดจิ๋วสอดเข้าไป&lt;br/&gt;&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;span style='font-weight: bold;'&gt;คำถามเกี่ยวกับนิ้วล๊อคที่ถูกถามบ่อย&lt;/span&gt;&lt;br/&gt;&lt;ul&gt;&lt;li&gt; ยากินได้ผลจริงหรือ ?&lt;br/&gt;ตามที่ผมเขียนไปว่าโรคนี้ช่วงต้น แพทย์จะให้ยากลุ่มต้านการอักเสบ ... ซึ่งมีผู้รู้หลายคนบอกว่าการรักษาด้วยยานั้นไม่ได้ผลตามหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ... ซึ่งจริงๆก็เป็นอย่างนั้นคือถ้าเป็นโรคนิ้วล๊อคจริงๆชัดเจน การให้ยาพวกนี้ก็ไม่ได้ช่วยอะไร&lt;br/&gt;แต่ในคนที่มีปัญหานิ้วล๊อคจนต้องไปพบแพทย์ หลายคนจะไปตั้งแต่เริ่มเป็นใหม่ๆหรือเป็นครั้งแรกๆ ซึ่งการล๊อคนั้นยังไม่มาก บางครั้งบางคราวการบาดเจ็บ ที่มือหรือการใช้งานหนักเพิ่งผ่านไปไม่นาน (ดังตัวอย่างเรื่องของผมเองข้างต้น) การให้ยาจะช่วยผู้ป่วยในกลุ่มนี้ได้ครับ&lt;br/&gt;ส่วนใครที่คลำได้ก้อน เป็นมาเป็นปีๆ ส่วนใหญ่มักโดนแนะนำให้ผ่าตั้งแต่แรกครับ&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;/li&gt;&lt;li&gt;ทำไมเป็นนิ้วล๊อค แต่เจอหมอถามโน่นถามนี่ที่ไม่เกี่ยวกับนิ้ว แถมโดนเจาะเลือดตรวจหลายอย่าง&lt;br/&gt;เนื่องจากโรคนี้อาจจะมีสาเหตุมาจากการเป็นโรคอื่นๆเช่นเบาหวาน เกาท์ ซึ่งก่อให้เกิดก้อนหรือการอักเสบขึ้นตามเส้นเลือดในร่างกายได้ จึงไม่แปลกที่จะถูกถามประวัติที่เกี่ยวข้องหรือเจาะเลือดตรวจครับ&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;/li&gt;&lt;li&gt; ได้ยินว่ามีวิธีการผ่าตัดแบบแผลเล็ก ผ่าใช้เวลาแค่10นาที ผ่าเสร็จกลับได้เลยไม่ต้องเข้าห้องผ่าตัด&lt;br/&gt;เป็นคำถามที่ถูกถามมากที่สุดสำหรับโรคนี้ เพราะในเมืองไทยมีแพทย์ที่สามารถผ่าตัดชนิดนี้ได้ และเคยประชาสัมพันธ์ออกสื่อหลายครั้ง&lt;br/&gt;การผ่าชนิดดังกล่าว คือการกรีดเปิดเข้าไปในช่องทางของเอ็นที่ลอดผ่านเอ็นยึดข้อ จากนั้นสอดมีดขนาดเล็กเข้าไปตามช่องดังกล่าวและทำการสะกิด ข้อดีของวิธีนี้คือ ผ่าเสร็จแล้วก็กลับบ้านได้ แผลเล็กนิดเดียว พักการใช้งานมือไม่กี่วันก็ทำงานได้ปกติ&lt;br/&gt;แต่การผ่าตัดนิ้วล๊อคแบบมาตรฐานในขณะนี้ ยังเป็นแบบเปิดผ่าในห้องผ่าตัดอยู่ครับ โดยจะทำการฉีดยาชาระงับความรู้สึกของแขน จากนั้นทำการผ่าเข้าไปโดยตรง ข้อด้อยของการผ่าแบบนี้คือ ผ่าแล้วอาจจะต้องนอนโรงพยาบาล(เพราะแขนชาทั้งข้าง) มีแผลใหญ่กว่า และต้องพักฟื้นใส่เฝือกที่มือเป็นสัปดาห์&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;span style='font-weight: bold;'&gt;ฟังดูดีกว่า ...&lt;/span&gt; แต่ปัญหาคือการผ่าแบบแผลเล็กๆที่ว่านั้น มันเป็นวิธีที่ใช้สัมผัสจากมือเป็นหลัก เวลาตัดเอ็น ผู้ตัดจะมองไม่เห็นว่ากำลังตัดอะไรอยู่ (ต่างประเทศเรียกวิธีนี้ว่า Blind Method)... ความเสี่ยงที่จะไปตัดถูกส่วนที่ไม่ต้องการจะตัดนั้นก็มี(ของแถวๆนี้ ถ้าตัดขาดก็ต่อยาก) นับว่าเป็นการทำหัตถการการผ่าตัดที่ต้องใช้ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญสูง นอกจากนี้เครื่องมือก็ไม่ได้มีแพร่หลาย ทำให้การผ่าตัดชนิดนี้ยังไม่เป็นที่นิยม(ของแพทย์)หรือสอนกันทั่วไป&lt;br/&gt;ในขณะการผ่าตัดแบบเปิดจะมองเห็นได้ดีกว่า เห็นได้ชัดกว่าว่ากำลังจะตัดอะไร โอกาสตัดผิดมีน้อยกว่ามาก ....&lt;br/&gt;ฟังแล้วอาจจะน่ากลัว แต่เวลามีคนไข้นิ้วล๊อคมาถามผมว่าผ่าแบบแผลเล็กผ่าที่ไหน ... ผมก็บอกไปทุกรายนะครับ (เพราะก็ยังไม่เคยได้ยินข่าวผิดปกติ และก็เป็นการผ่าตัดที่เมืองนอกเขาก็ทำกัน)&lt;br/&gt;&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;สรุปว่าใช้งานมืออย่างทะนุถนอมตั้งแต่ต้น จะเป็นการดีที่สุดครับ&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;span style='font-weight: bold;'&gt;-=By &lt;span style='color: rgb(0, 0, 153);'&gt;หมอแมว&lt;/span&gt;=-&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;div class='zemanta-pixie'&gt;&lt;img src='http://img.zemanta.com/pixy.gif?x-id=57160a31-aa2c-8261-bbd8-cf6503326839' alt='' class='zemanta-pixie-img'/&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6419216617469968010-5763945096578606723?l=health1081009.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://health1081009.blogspot.com/feeds/5763945096578606723/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=6419216617469968010&amp;postID=5763945096578606723' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6419216617469968010/posts/default/5763945096578606723'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6419216617469968010/posts/default/5763945096578606723'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://health1081009.blogspot.com/2009/09/blog-post_03.html' title='นิ้วล็อค'/><author><name>WebMaster.</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6419216617469968010.post-8233347667228236380</id><published>2009-09-03T00:21:00.001-07:00</published><updated>2009-09-03T00:21:28.806-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='เรื่องต้องรู้'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ความรู้ทั่วไป'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='Beauty'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='Healthy'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='Food &apos;n&apos; Healthey'/><title type='text'>9 วิธีหนีอ้วน</title><content type='html'>&lt;div xmlns='http://www.w3.org/1999/xhtml'&gt;&lt;div style='text-align: justify;'&gt;อยากผอมทำยังไงดีคะ? แน่นอนว่าถ้าสาวๆ ไม่เลือกอดอาหารยอมหิวจนตาลายก็ต้องโหมออกกำลังอย่างหนักเหลือทน แต่วันนี้เรามีทางเลือกให้คุณผอมหุ่นเพียวสวยด้วยวิธีง่ายๆ มาเสริฟถึงที่ค่ะ ที่สำคัญไม่ต้องอดอาหารและไม่จำเป็นต้องโหมออกกำลังกายค่ะ แค่เปลี่ยนพฤติกรรมแสนง่าย 9 อย่างเท่านั้นเองค่ะ&lt;br/&gt;&lt;ol&gt;&lt;li&gt; &lt;span style='font-weight: bold;'&gt;นอนหลับให้เต็มอิ่ม&lt;/span&gt;&lt;br/&gt;จากการวิจัยของสถาบัน Howard Hughes Medical มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด พบว่ายิ่งคุณนอนน้อยเท่าใด ร่างกายของคุณก็ดูเหมือนว่าจะยิ่งผลิตฮอร์โมน leptin ได้น้อยลงเท่านั้น ซึ่งนั่นก็จะมีผลต่อน้ำหนักตัว เนื่องจาก leptin จะเป็นตัวช่วยกระตุ้นน้ำหนักให้ลดลงได้ถึง 2 ทาง คือ มันจะช่วยลดความอยากในการรับประทานได้ โดยการบอกสมองว่า "นี่! หยุดเคี้ยวซักทีเถอะ อิ่มจนท้องจะแตกอยู่แล้วนะ" และอีกด้านหนึ่งมันก็จะกระตุ้นให้คุณใช้พลังงานมากขึ้นซะอีกด้วย ยิ่งกว่านั้นยังเห็นได้ชัดอีกว่าเมื่อเรานอนน้อยร่างกายก็จะไปต้านการลดลงของน้ำหนัก จากการที่ ghrelin ฮอร์โมนซึ่งทำหน้าที่กระตุ้นความอยากอาหาร จะมีปริมาณสูงกว่าในบรรดาผู้ที่นอนไม่พอ (แต่ถ้าเกิดคุณนอนไม่พอในคืนหนึ่ง ลองพยายามงีบหลับให้ได้ในวันต่อมา เพราะฮอร์โมนจะไปทำให้คุณต้องปิดตาหลับภายใน 24 ชั่วโมงแน่นอน)&lt;br/&gt;&lt;/li&gt;&lt;li&gt; &lt;span style='font-weight: bold;'&gt;ปิดวิทยุซะ&lt;/span&gt;&lt;br/&gt;คุณรู้มั้ยว่าเวลาตามร้านอาหารต่างๆ ถ้าเขาอยากจะให้ลูกค้าภายในร้านจัดการกับอาหารตรงหน้าให้เสร็จเรียบร้อยแล้วก็รีบออกจากร้านไปโดยเร็วนั้น ทางร้านก็จะเปิดเพลงจังหวะเร็ว (ประมาณ 120-130 จังหวะต่อนาที) ซึ่งหากมองอีกมุมหนึ่งถือว่าเป็นเหตุผลที่ดีนะคะ เพราะว่าจังหวะเพลงที่เร็วนี้จะทำให้คุณใส่ใจกับการรับประทานอาหารตรงหน้ามากขึ้นค่ะ&lt;br/&gt;ฉะนั้นก่อนมื้ออาหารถ้าอยากผอมจงเลือกเอาว่าจะปิดวิทยุของคุณซะ หรือจะบรรเลงใส่แผ่นเพลงเบาๆ ใส่เครื่องเสียงของคุณระหว่างทานอาหารมื้ออร่อย&lt;br/&gt;&lt;/li&gt;&lt;li&gt;&lt;span style='font-weight: bold;'&gt;กินให้ครบทุกมื้อ&lt;/span&gt;&lt;br/&gt;ข้อนี้สำหรับสาวๆ ที่ชอบอดอาหารมื้อเช้าเพื่อความผอม เพราะเชื่อเถอะค่ะว่าไม่มีประโยชน์หรอก ซ้ำยังทำให้คุณอ้วนขึ้นอีกด้วย ซึ่งก็ไม่แปลกหรอกนะในเมื่อเช้าคุณไม่ได้ทานอะไรด้วยเหตุอยากผอม แต่กลายเป็นว่าตกกลางวันคุณกลับหิวไส้แทบขาด ฉะนั้นไม่ว่าอะไรที่คุณหยิบจับขึ้นมาได้ ก็ขนใส่ปากไปไม่บันยะบันยังซะหมด ทั้งนี้ก็เนื่องมาจากเหตุผลหลายๆ อย่าง อาทิ เมื่อระดับน้ำตาลในเลือดลดต่ำลง คุณก็จะรู้สึกโหยหาอาหารอย่างแรง ซึ่งเป็นกลไกธรรมชาติของร่างกายค่ะ และด้วยกลไกทางด้านความรู้สึกนึกคิด เมื่อคุณไม่ได้ทานอาหารมื้อเช้า มื้อถัดมาคุณก็จะทานมากขึ้น เพราะคิดว่า "เอาเถอะน่าเมื่อเช้ายังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลย ชดเชยซะหน่อยแล้วกัน" ที่สำคัญร่างกายของคุณก็จะยิ่งคิดว่าตอนนี้คุณอยู่ในภาวะขาดอาหาร ฉะนั้นระบบเมตาโบลิซึมของคุณจะค่อยๆ ทำงานช้าลง นั่นแปลว่าการเผาผลาญพลังงานก็จะต่ำลงไปด้วย เข้าใจง่ายๆ ก็ "คราวนี้แหละคุณขา อ้วนแน่ๆ"&lt;br/&gt;&lt;/li&gt;&lt;li&gt; &lt;span style='font-weight: bold;'&gt;อย่าเอะอะอะไรก็ใช้รถๆ หัดเดินซะบ้าง&lt;/span&gt;&lt;br/&gt;อย่าปฏิเสธว่าข้อนี้ไม่จริงเลย เพราะการใช้รถในแต่ละวันจะเป็นการเพิ่มอัตราเสี่ยงต่อการเป็นโรคอ้วนได้ถึง 6% ต่อชั่วโมง แต่ในทางกลับกันทุกๆ ไมล์ในการเดินของคุณในแต่ละวันจะกลับเป็นการลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคอ้วนได้ถึง 8 % แล้วจะทำอย่างไรดีล่ะ ง่ายๆ ค่ะ เวลาคุณคุยโทรศัพท์เม้าส์กับเพื่อนสาวเรื่องยัยเพื่อนร่วมงานตัวแสบเนี่ยช่วยได้นะ แค่คุยไปคุยมาแล้วเดินวนรอบห้องเผลอแป๊ปเดียวก็เดินเป็นกิโลๆ&lt;br/&gt;แล้วล่ะยิ่งถ้าเราจะขว้างแคลอรี่ไปไกลๆ จากเราจริงๆ ล่ะก็ เวลาดูทีวีพอถึงช่วงเบรคโฆษณาก็ลุกขึ้นย้ายตัวเองไปรอบๆ บ้าง หรือไม่ก็ลองขึ้นๆ ลงๆ บันไดบ้านนี่ล่ะดู ผลัดกับการเดินเร็วๆ จากห้องหนึ่งไปยังห้องหนึ่งในบ้านดูสิ หรือเด็ดสุดก็อีตอนช้อปปิ้งนี่แหละ เซย์โนลิฟท์และบันไดเลื่อนสิคะ รับรองผอมค่ะ&lt;br/&gt;&lt;/li&gt;&lt;li&gt; &lt;span style='font-weight: bold;'&gt;แค่โดนแดดบ้างก็ผอมแล้ว&lt;/span&gt;&lt;br/&gt;อย่างงค่ะ คุณคงไม่รู้มาก่อนว่าแสงแดดทำให้ผอมได้ เพราะร่างกายของเราต้องการแสงแดดเหมือนกัน เพื่อไปผลิตฮอร์โมน serotonin ซึ่งมีส่วนในการไปช่วยลดความอยากน้ำตาลและอาหารอย่างอื่นด้วย ดังนั้นเมื่อคุณเริ่มที่จะอยากทานพวกขนุกขนมก็เดินอ อกไปรับแดดแทนแล้วกัน อืม...แล้วแม้แต่ช่วงอากาศเย็นๆ ก็เถอะหากเปิดผ้าม่าน บานเกล็ด ระหว่างวันซะบ้างก็ยังดีนะ (แต่อย่าอยากขนมมากทั้งวันนะ ไม่งั้นคงต้องไปตากแดดจนมะเร็งผิวหนังถามหาแน่ๆ )&lt;br/&gt;&lt;/li&gt;&lt;li&gt; &lt;span style='font-weight: bold;'&gt;อย่าเก็บคุ๊กกี้หรืออาหารอย่างอื่นไว้ในโถแก้ว&lt;/span&gt;&lt;br/&gt;เพราะถ้าคุณเก็บอาหารไว้ในที่ๆ ไกลสายตาหน่อย มันก็ง่ายที่จะป้องกันไม่ให้ของอ้วนๆ มาเย้ายวนเรา ผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยคอร์แนลได้แนะว่าสาวๆ จะกินของหวานได้มากขึ้นเมื่อเห็นมันจัดวางอยู่บนโต๊ะเด่นชัดสวยงาม ดังนั้นมาลองเก็บของหวานทั้งหลายไว้ในภาชนะทึบแสงหรือไปวางไว้ไกลๆ ตาไกลๆ จมูกจะดีกว่านะคะ&lt;br/&gt;&lt;/li&gt;&lt;li&gt; &lt;span style='font-weight: bold;'&gt;วางส้อมลงทุกครั้งที่เคี้ยว&lt;/span&gt;&lt;br/&gt;ช่วงเวลา 20 นาที เป็นเวลาที่กระเพาะอาหารจะส่งสัญญาณไปบอกสมองว่าอิ่มแล้ว ดังนั้นเมื่อคุณทานอาหารเร็วเกินไป ร่างกายของคุณก็จะไม่มีเวลาพอที่จะรับรู้ได้ว่าถึงเวลาที่ควรอิ่ม ผลที่ตามมาก็คือคุณทานมากไป การทานช้าลงเท่านั้นค่ะที่ช่วยได้ คุณอาจจะใช้ตะเกียบมาเป็นตัวช่วยในการทานอาหารก็ได้ จะทำให้คุณทานอาหารได้ช้าลง (ส่วนหนึ่งอาจจะเพราะมัวแต่สาละวนอยู่กับการใช้ตะเกียบให้ถนัดมือ) หรือลองอีกวิธีที่จะทำให้คุณรับรู้ได้ถึงรสอร่อยของอาหารมากขึ้น โดยเคี้ยวแต่ละคำให้ได้เวลาราว 30 วินาที แค่นี้คุณก็จะเห็นได้เลยว่าการทานอาหารช้าๆ ทำให้รับรู้ถึงรสชาติอาหารดีขึ้นและผอมค่ะ&lt;br/&gt;&lt;/li&gt;&lt;li&gt; &lt;span style='font-weight: bold;'&gt;เปิดไฟทานอาหาร&lt;/span&gt;&lt;br/&gt;ในห้องที่มืดสลัว จะทำให้คุณทานได้มากขึ้น ทำไมน่ะเหรอ คำตอบอยู่ที่ทฤษฎีหนึ่งที่กล่าวไว้ว่าแสงไฟมืดสลัว จะทำให้คุณรู้สึกผ่อนคลายและเพลิดเพลินกับการรับประทานมากขึ้น ในทางกลับกันมีการวิจัยว่าเมื่อคุณทานอาหารในห้องที่สว่าง ก็ดูเหมือนว่าคุณจะทานอาหารได้ลดลง&lt;br/&gt;&lt;/li&gt;&lt;li&gt; &lt;span style='font-weight: bold;'&gt;แค่โกรธก็อ้วนแล้ว&lt;/span&gt;&lt;br/&gt;ถ้าคุณไม่รู้จักระงับอารมณ์คุณก็มีสิทธิ์อ้วนได้ ยังไงน่ะเหรอ ก็เวลาที่คุณเกิดอารมณ์โกรธขึ้นมา ระดับของฮอร์โมน cortisol ในร่างกายก็จะเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นได้ จากผลงานวิจัยพบว่าเมื่อคนเราโกรธ และหากยิ่งโกรธถี่ขึ้นเท่าไหร่ นั่นก็ดูเหมือนว่าจะเป็นการเพิ่มน้ำหนักและรอบเอวหนาๆ ในทางอ้อม (แถมยังเพิ่มอัตราเสี่ยงต่อปัญหาของระบบหัวใจอีกต่างหาก) ดังนั้นคราวหน้าถ้าใครมายั่วอารมณ์ คุณ ก็นับ 1-10 สูดหายใจลึกๆ ตั้งสติดีๆ แค่นั้นเอง นึกซะว่าเพื่อผอมๆๆๆ หรือใช้นิ้วโป้งนวดคลึงเบาๆ บริเวณขมับเพื่อการผ่อนคลายก็ได้ค่ะ&lt;/li&gt;&lt;/ol&gt;&lt;span style='font-weight: bold;'&gt;ที่มาข้อมูล &lt;span style='color: rgb(0, 0, 153);'&gt;: นิตยสาร Health Today&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;div class='zemanta-pixie'&gt;&lt;img src='http://img.zemanta.com/pixy.gif?x-id=5293a5ff-a389-8731-bbec-cfc17913dc33' alt='' class='zemanta-pixie-img'/&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6419216617469968010-8233347667228236380?l=health1081009.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://health1081009.blogspot.com/feeds/8233347667228236380/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=6419216617469968010&amp;postID=8233347667228236380' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6419216617469968010/posts/default/8233347667228236380'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6419216617469968010/posts/default/8233347667228236380'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://health1081009.blogspot.com/2009/09/9.html' title='9 วิธีหนีอ้วน'/><author><name>WebMaster.</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6419216617469968010.post-1833893729581743180</id><published>2009-09-03T00:05:00.000-07:00</published><updated>2009-09-03T00:06:03.048-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='Sex ใครคิดว่าไม่สำคัญ'/><title type='text'>ผู้หญิงเซ็กส์เสื่อม</title><content type='html'>&lt;div xmlns='http://www.w3.org/1999/xhtml'&gt;&lt;div style='text-align: justify;'&gt;&lt;div style='text-align: center; font-weight: bold;'&gt;&lt;big&gt;ผู้หญิงเซ็กส์เสื่อม (Slim Up)&lt;br/&gt;&lt;/big&gt;&lt;/div&gt;&lt;br/&gt;          &lt;span style='font-weight: bold;'&gt;อกอีแป้นจะแตกแล้วค่ะคุณขา เมื่อดิฉันได้ทราบข่าวร้ายมาว่า นับวันคุณสาวๆ จะมีโอกาสเกิด "เซ็กส์เสื่อม" ได้ เช่นเดียวกับบรรดาคุณหนุ่มๆ มะเขือเผาทั้งหลาย ที่สำคัญโรคนี้มีทีท่าว่าจะทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ เสียด้วยสิ เพราะฉะนั้นก่อนที่คุณจะกลายเป็น "ท่อนซุง" นอนทื่อไร้ความรู้สึกอยู่บนเตียง มาทำความรู้จักและหาทางป้องกันกันเสียตั้งแต่เนิ่นๆ ดีกว่าค่ะ&lt;/span&gt;&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;          "โรคเซ็กส์เสื่อม" หรือ โรคเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ นั้น ทางการแพทย์เรียกว่า Erectile Dysfunction หรือที่เราเรียกกันสั้นๆ ว่า ED ซึ่งไม่ได้เกิดเฉพาะในผู้ชายเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ผู้หญิงที่ยังไม่ถึงวัยทองจำนวนไม่น้อยก็มีโอกาสเป็นได้เช่นกัน โดยโรคเซ็กส์เสื่อมในผู้หญิงนั้นมีสาเหตุสำคัญมาจาก "จิตใจ" โดยเฉพาะความเครียด และความเหน็ดเหนื่อยจากการทำงาน เพราะไหนจะต้องทำงานบ้าน ไหนจะต้องทำงานนอกบ้าน ไหนจะเครียดเรื่องเงินทองไม่พอใช้ เรียกได้ว่ากว่าหัวจะถึงหมอนก็เหนื่อยกายเหนื่อยใจจนพาลให้หมดอารมณ์บรรเจิด ไปซะก่อนแล้วล่ะค่ะ&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;          ส่วนสาเหตุสำคัญอีกประการหนึ่งที่จะมองข้ามไปไม่ได้เลยก็คือ บรรดา "คุณผู้ชาย" ทั้งหลายนี่แหละค่ะ เพราะถ้าบังเอิญคุณได้ผู้ชายที่มีคุณสมบัติยอดแย่ไปครอบครอง ก็อาจทำให้เซ็กส์ของคุณเสื่อมได้เช่นกัน คุณสมบัติที่ว่านี้ก็เช่น เขามักจะมีเซ็กส์แบบเห็นแก่ตัว (ตามสไตล์ของผู้ชายส่วนใหญ่) คือ มักจะชิงรุกและถึงจุดสุดยอดก่อนเสมอ โดยทิ้งให้คุณนอนอารมณ์ค้างเติ่งอยู่เพียงผู้เดียว หรือบังคับให้คุณมีเซ็กส์ทั้งๆ ที่ยังไม่พร้อมอยู่บ่อยๆ จนทำให้คุณรู้สึกว่าการมีเซ็กส์เป็นเรื่องฝืนความรู้สึก หรือในทางกลับกัน ถ้าเขาเป็นคนบ้างานจนไม่มีเวลาทำการบ้านกับคุณอยู่บ่อยๆ จนกลายเป็นเรื่องปกติธรรมดากว่าจะเริ่มต้นกุ๊กกิ๊กกันใหม่ ก็กลายเป็นว่าคุณ "กามตายด้าน" ไปซะแล้ว&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;          ที่กล่าวมาข้างต้นจะเห็นว่า สาเหตุที่ทำให้คุณสาวๆ ทั้งหลายป่วยเป็นโรคเซ็กส์เสื่อม ล้วนเกิดจากภาวะทางอารมณ์และความรู้สึกมากกว่าภาวะทางร่างกาย ซึ่งแตกต่างจากโรคเซ็กส์เสื่อมในผู้ชายที่เกิดจากสรีระ คือ อวัยวะเพศที่เสื่อมและใช้งานไม่ได้ เมื่อมีความต้องการทางเพศก็จะไม่สามารถปฏิบัติภารกิจได้ (หรือที่เรียกว่า "นกเขาไม่ขัน" นั่นแหละค่ะ) แต่ถึงอย่างไร ผลที่ตามมาก็ร้ายแรงไม่ต่างกัน เพราะไม่ว่าโรคเซ็กส์เสื่อมจะเกิดกับผู้หญิงหรือผู้ชาย ก็ทำให้เสียสุขภาพจิตด้วยกันทั้งนั้น&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;          รู้ถึงสาเหตุสำคัญของโรคแล้ว คราวนี้มาดูกันดีกว่าค่ะว่าคุณเข้าข่ายเป็นผู้หญิงเซ็กส์เสื่อมหรือเปล่า โดยเริ่มจากลำดับอาการเบื้องต้นคือ คุณจะไม่เกิดความรู้สึกอยากที่จะมีเซ็กส์กับคนรักแต่อย่างใด หรือถ้าจำเป็นต้องมีเซ็กส์ คุณก็จะไม่รู้สึกมีความสุข หรือไม่มีการตอบสนองต่อคนรักแต่อย่างใด เรียกง่ายๆ ว่านอนเป็นท่อนไม้หายใจได้อย่างไรอย่างนั้น ยิ่งไปกว่านั้น ผู้หญิงเซ็กส์เสื่อมบางคนอาจมีอาการต่อต้านเซ็กส์ร้ายแรงถึงขั้นเกร็งกล้าม เนื้อช่องคลอด จนไม่สามารถมีเซ็กส์ได้เลย&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;          หากผู้หญิงคนไหนสำรวจตัวเองแล้วพบว่าเริ่มมีอาการดังกล่าว พึงระลึกได้เลยค่ะว่า โรคเซ็กส์เสื่อมกำลังถามหา ซึ่งถ้าคุณยังเป็นสาวโสดอยู่ก็คงไม่มีปัญหาเท่าไหร่ แต่ถ้าหากมีครอบครัวแล้ว อาจจะส่งผลกระทบถึงสัมพันธภาพระหว่างคุณกับคนรักก็เป็นได้ เพราะฉะนั้นรีบหาทางออกกันดีกว่าค่ะ&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;          การรักษาโรคเซ็กส์เสื่อมในผู้หญิงที่ดีที่สุดต้องอาศัยความร่วมมือกันระหว่างคุณและคนรักเป็นสำคัญ โดยต้องเริ่มจากตัวคุณก่อนใครเพื่อน นั่นคือ เมื่อคุณรู้สึกว่าตัวเองเริ่มหมดอารมณ์ทางเพศ หรือมีความต้องการทางเพศลดลงให้รีบจัดระเบียบชีวิตในแต่ละวันเสียใหม่ โดยพยายามพักผ่อนให้เพียงพอ เข้านอนแต่หัวค่ำ ทำอารมณ์ให้แจ่มใส ที่สำคัญต้องหมั่นออกกำลังกายสม่ำเสมอ เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด จะทำให้เลือดคั่งค้างส่วนนั้นของคุณได้ดีขึ้น เวลามีอะไรมาปลุกเร้าอารมณ์ คุณจะได้รู้สึกตอบสนองดีขึ้น นอกจากนี้ควรเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ โดยเฉพาะแร่ธาตุจำพวกสังกะสี ซึ่งเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการช่วยกระตุ้นการสร้างฮอร์โมนที่จะไปปลุก อารมณ์ทางเพศของคุณให้กลับมาซู่ซ่าอีกครั้ง&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;          อีกวิธีหนึ่งที่สามารถแก้ไขเซ็กส์เสื่อของคุณได้คือการเสริม และการสร้างอารมณ์รักให้บรรเจิดเหมือนแรกรัก ซึ่งคุณกับคนรักต้องมาพูดคุยตกลงกันก่อนว่า ชอบแบบไหนไม่ชอบแบบไหน หรือมีอะไรบ้างที่จะช่วยกระตุ้นอารมณ์ทางเพศให้กลับมาอีกครั้ง เช่น การลูบไล้ เทคนิคการจูบ เสียงเพลงแสงเทียน หรือแม้แม้แต่การปฏิบัติกิจในสถานที่แปลกใหม่ ซึ่งถ้าไม่เหลือบ่ากว่าแรง หรือดูน่าเกลียดจนเกินไป ก็น่าลองทำดูนะคะ เพราะอย่างน้อยๆ มันจะช่วยสร้างบทอัศจรรย์ใหม่ๆ ให้คุณไม่ตายซากไปเฉยๆ แต่ถ้าใช้วิธีการดังกล่าวไม่ได้ผลแนะนำไห้เดินหน้าพบจิตแพทย์ได้เลยค่ะ อย่าอายเด็ดขาด เพราะถ้ามัวแต่อาย อาจเฉาตายไม่รู้ด้วยนะคะ&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;span style='font-weight: bold;'&gt;ที่มา &lt;span style='color: rgb(0, 0, 153);'&gt;FW Mail&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;div class='zemanta-pixie'&gt;&lt;img src='http://img.zemanta.com/pixy.gif?x-id=41299550-0cc4-8fb7-b78a-954fc832ad04' alt='' class='zemanta-pixie-img'/&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6419216617469968010-1833893729581743180?l=health1081009.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://health1081009.blogspot.com/feeds/1833893729581743180/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=6419216617469968010&amp;postID=1833893729581743180' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6419216617469968010/posts/default/1833893729581743180'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6419216617469968010/posts/default/1833893729581743180'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://health1081009.blogspot.com/2009/09/blog-post.html' title='ผู้หญิงเซ็กส์เสื่อม'/><author><name>WebMaster.</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6419216617469968010.post-5536503456951536324</id><published>2009-08-31T23:32:00.001-07:00</published><updated>2009-08-31T23:32:31.714-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='Sex ใครคิดว่าไม่สำคัญ'/><title type='text'>14 อารมณ์ที่ทำให้สาวสาวอยากมี SEX</title><content type='html'>&lt;div xmlns='http://www.w3.org/1999/xhtml'&gt;&lt;div style='text-align: justify;'&gt;ความต้องการทางเพศ เป็นเรื่องธรรมชาติของมนุษย์ทุกคน ส่วนใหญ่ผู้ชายจะเป็นผู้ที่แสดงออกถึงความต้องการเรื่องเพศมากกว่าผู้หญิง แต่เราจะไม่ค่อยทราบเลยว่า ผู้หญิงนั้นก็มีความต้องการทางเพศไม่ต่างจากผู้ชายเลย แต่คุณทราบไหมค่ะว่าอารมณ์แบบไหนบ้าง ที่ผู้หญิงนั้นต้องการเซ็กซ์... &lt;br/&gt;&lt;ol&gt;&lt;li&gt;&lt;span style='font-weight: bold;'&gt;เมื่อมีความสุข &lt;/span&gt;&lt;br/&gt;ไม่ว่าจากความสำเร็จในหน้าที่การงาน จนไปถึงการได้รับสิ่งของต่างๆ ในวันพิเศษ หรือเทศกาลต่างๆ คุณผู้หญิงจะมีอารมณ์ทางเพศมากขึ้นทันที &lt;br/&gt;&lt;/li&gt;&lt;li&gt;&lt;span style='font-weight: bold;'&gt;เมื่ออยู่ในบรรยากาศดีๆ &lt;/span&gt;&lt;br/&gt;ถ้าบ้านมีเสียงโครมคราม เสียงร้องไห้ทะเลาะกันของลูกหลาน อารมณ์ทางเพศของคุณผู้หญิงจะพลอยหดหาย วาระที่สำคัญ เช่น วันวาเลนไทน์ วันขึ้นปีใหม่ วันลอยกระทง ฯลฯ ในบรรยากาศที่โรแมนติก จะช่วยสร้างอารมณ์อย่างว่าได้เป็นอย่างดี &lt;br/&gt;&lt;/li&gt;&lt;li&gt;&lt;span style='font-weight: bold;'&gt;หลังจากทะเลาะกัน &lt;/span&gt;&lt;br/&gt;โดยเฉพาะเมื่อฝ่ายหญิงเป็นฝ่ายผิด เธอมักจะง้อด้วยเรื่องเซ็กซ์ &lt;br/&gt;&lt;/li&gt;&lt;li&gt;&lt;span style='font-weight: bold;'&gt;เมื่อรู้ว่ามีคู่แข่ง &lt;/span&gt;&lt;br/&gt;หากคุณผู้ชายมีใครมาทำท่าอี๋อ๋อ ฝ่ายหญิงมักจะเตือนว่า คุณมีฉันอยู่แล้วด้วยเซ็กซ์ แต่อย่าอี๋อ๋อมากเกินไป เพราะแทนที่จะเพิ่มเซ็กซ์ ฝ่ายชายอาจจะต้องถึงกับหัวร้างข้างแตกได้ &lt;br/&gt;&lt;/li&gt;&lt;li&gt;&lt;span style='font-weight: bold;'&gt;เมื่อได้ดื่ม &lt;/span&gt;&lt;br/&gt;เชื่อว่าไวน์หรือแอลกอฮอล์เล็กๆ น้อยๆ เพิ่มความต้องการทางเพศทั้งหญิงและชาย ส่วนถ้ามอมจนเมานั้น จะลดความต้องการทางเพศ &lt;br/&gt;&lt;/li&gt;&lt;li&gt; &lt;span style='font-weight: bold;'&gt;เมื่อได้เห็นพระเอกที่เธอชอบ &lt;/span&gt;&lt;br/&gt;ขณะที่ผู้ชายดูหนังโป๊จึงจะเกิดอารมณ์ แต่ผู้หญิงนั้นแค่เห็นหน้าติ๊ก หรือบีม หรือฉัตรชัย หรือพระเอกที่เธอชอบก็สามารถเพิ่มความต้องการทางเพศได้ &lt;br/&gt;&lt;/li&gt;&lt;li&gt; &lt;span style='font-weight: bold;'&gt;วันที่ 10-14 ของรอบประจำเดือน &lt;/span&gt;&lt;br/&gt;ช่วงนี้เป็นช่วงไข่ตกของคุณผู้หญิง ธรรมชาติทำให้เกิดความต้องการทางเพศมากในช่วงนี้ &lt;br/&gt;&lt;/li&gt;&lt;li&gt; &lt;span style='font-weight: bold;'&gt;เมื่ออ้อนด้วยคำหวานๆ &lt;/span&gt;&lt;br/&gt;พูดจาหรือเขียนการ์ดด้วยคำไพเราะแสดงให้รู้ว่ารักเธอมากเพียงใด มักจะสร้างอารมณ์ได้ &lt;br/&gt;&lt;/li&gt;&lt;li&gt;&lt;span style='font-weight: bold;'&gt;เมื่ออยู่ห่างกันคนละทิศ &lt;/span&gt;&lt;br/&gt;นานๆ เจอกันครั้ง เป็นสิ่งที่เร้าอารมณ์ทางเพศของเธอให้เกิดขึ้น &lt;br/&gt;&lt;/li&gt;&lt;li&gt;&lt;span style='font-weight: bold;'&gt;เมื่อได้พักผ่อนเพียงพอ &lt;/span&gt;&lt;br/&gt;คุณผู้หญิงที่หัวยุ่งทั้งวันทั้งคืน จะหวังให้มีอารมณ์นั้นยากนัก &lt;br/&gt;&lt;/li&gt;&lt;li&gt;&lt;span style='font-weight: bold;'&gt;เมื่อว่างเว้นจากกิจกรรมเพศไปนานๆ &lt;/span&gt;&lt;br/&gt;ของอะไรกินมากไปก็แน่นท้อง ต้องกินพอเหมาะไม่ถี่หรือบ่อยมากเกินไป &lt;br/&gt;&lt;/li&gt;&lt;li&gt; &lt;span style='font-weight: bold;'&gt;เมื่อเปลี่ยนรูปแบบการมีเซ็กซ์ &lt;/span&gt;&lt;br/&gt;ของอะไรกินแบบเดิมก็ซ้ำซากจำเจ เปลี่ยนแบบ เปลี่ยนท่า เปลี่ยนสถานที่บ้าง &lt;br/&gt;&lt;/li&gt;&lt;li&gt; &lt;span style='font-weight: bold;'&gt;เมื่อกำลังมีความคิดสร้างสรรค์ &lt;/span&gt;&lt;br/&gt;ไม่น่าเชื่อว่าคุณผู้หญิงบางท่านนั้น จะมีอารมณ์อย่างว่าเป็นอย่างมากเมื่อกำลังมีความคิดสร้างสรรค์งานอดิเรก ภาพยนตร์เรื่องหนึ่ง นางเอกมีงานอดิเรกในการปั้น ขณะกำลังปั้นแจกันพระเอกก็มาช่วยและมีเซ็กซ์กัน แต่เรื่องนี้ก็ต้องดูคู่ของเราให้ดี บางคนกำลังตั้งหน้าตั้งตาทำงานอดิเรกด้วยความคิดอันบรรเจิด ขืนพรวดพราดเข้าไป อาจจะถูกถีบออกมาไม่ทันก็เป็นไปได้ &lt;br/&gt;&lt;/li&gt;&lt;li&gt; &lt;span style='font-weight: bold;'&gt;เมื่อมีความเครียด &lt;/span&gt;&lt;br/&gt;เมื่อคุณผู้หญิงมีความเครียด คุณผู้ชายอาจจะช่วยได้โดยการนวดผ่อนคลายความเครียดให้ และเรื่องทั้งหมดก็มักจะลงเอยด้วย..&lt;/li&gt;&lt;/ol&gt;&lt;span style='font-weight: bold;'&gt;ที่มา &lt;span style='color: rgb(0, 0, 153);'&gt;FW Mail&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;br/&gt;&lt;/div&gt;&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;div class='zemanta-pixie'&gt;&lt;img src='http://img.zemanta.com/pixy.gif?x-id=5dfbd861-2964-83c2-934f-03967af32414' alt='' class='zemanta-pixie-img'/&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6419216617469968010-5536503456951536324?l=health1081009.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://health1081009.blogspot.com/feeds/5536503456951536324/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=6419216617469968010&amp;postID=5536503456951536324' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6419216617469968010/posts/default/5536503456951536324'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6419216617469968010/posts/default/5536503456951536324'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://health1081009.blogspot.com/2009/08/14-sex.html' title='14 อารมณ์ที่ทำให้สาวสาวอยากมี SEX'/><author><name>WebMaster.</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6419216617469968010.post-121536439728043337</id><published>2009-08-30T23:28:00.000-07:00</published><updated>2009-08-31T23:31:36.775-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='Sex ใครคิดว่าไม่สำคัญ'/><title type='text'>10 คำถามเรื่องเซ็กซ์ที่ผู้หญิงไม่กล้าถามใคร</title><content type='html'>&lt;div xmlns='http://www.w3.org/1999/xhtml'&gt;&lt;ol style='text-align: justify;'&gt;&lt;li&gt;&lt;span style='font-weight: bold;'&gt; คนอื่นๆเขามีเซ็กส์กันบ่อยกว่าที่ฉันมีอยู่หรือเปล่า?&lt;/span&gt;&lt;br/&gt;เชื่อได้ว่า ทุกคนมักตั้งคำถามแบบนี้กับตัวเอง เพราะคิดว่ากิจกรรมเซ็กส์ที่ทำนี่มันน้อยหรือมากไปไหม ก็จากความอยากรู้ ว่าตัวเองสูงหรือต่ำกว่าระดับมาตรฐานนั่นแหละ แต่เรื่องสำคัญก็คือ เราจะเอา "มาตรฐาน" จากตรงไหน กุญแจสำคัญที่จะต้องถามก็คือ ไม่เกี่ยวว่าทำบ่อยแค่ไหน แต่มีความสุขทุกครั้งหรือเปล่า เพราะเรื่องแบบนี้ปริมาณไม่สำคัญเท่ากับคุณภาพหรอกนะคะ ควรตรวจสอบว่า สัมพันธภาพของคุณกับคู่รักยังดีอยู่หรือเปล่า &lt;br/&gt;&lt;/li&gt;&lt;li&gt; &lt;span style='font-weight: bold;'&gt;ทำไมตอนกลางคืน หลังถึงจุดสุดยอดแล้วฉันจะต้องร้องไห้ออกมาด้วย?&lt;/span&gt;&lt;br/&gt;การถึงจุดสุดยอดทำให้เกิดปฎิกิริยาเคมีกับอารมณ์และร่างกายได้หลายอย่าง บางคนส่งเสียงครวญคราง บางคนก็กรีดร้องออกมา ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะมันเป็นสภาวะแห่งการรู้สึกปลดปล่อยทั้งร่างกายและอารมณ์อย่างแท้จริง เป็นวิธีระบายความเครียดนั่นเองค่ะ และยังหมายถึงว่าเซ็กส์ของคุณไม่น่าเบื่ออีกด้วย&lt;br/&gt;&lt;/li&gt;&lt;li&gt;&lt;span style='font-weight: bold;'&gt; คนอื่นๆเขาใช้เวลานานเท่าไหร่ในแต่ละครั้ง?&lt;/span&gt;&lt;br/&gt;การหลั่งของผู้ชายที่อยู่ในระหว่าง 5 - 15 นาทีของเวลาการมีเพศสัมพันธ์นั้นเป็นเรื่องปกติ การใช้เวลาจะอยู่กับการเล้าโลมเป็นส่วนใหญ่ คุณต้องบอกเขาเองค่ะว่าต้องการให้ใช้เวลาในการเล้าโลมนี้สักเท่าไร หากเขาหลั่งเร็วภายใน 5 นาทีของการมีเพศสัมพันธ์ ก็ควรแนะนำหรือทำให้เขาเครียดเรื่องเซ็กส์น้อยลงกว่าที่เป็นอยู่ ลองใช้ท่าการเคลื่อนไหวอื่นๆที่ไม่ทำให้เกิดความกดดัน กับบริเวณส่วนปลายของอวัยวะเพศของเขามากเกินไป แต่ผู้ชายที่อายุน้อยและไม่มีประสบการณ์เรื่องเพศมากนัก ก็มีแนวโน้มการหลั่งเร็วกว่าปกติ เนื่องจากตื่นเต้นสูงกว่า จนมีคนบอกว่า สำหรับเรื่องเซ็กส์ของผู้ชายแล้ว ก็เหมือนกับไวน์ ที่ต้องเลือกอายุมากๆเข้าไว้จะนุ่มนวลและดีกว่า&lt;br/&gt;&lt;/li&gt;&lt;li&gt; &lt;span style='font-weight: bold;'&gt;ขนาดคลิตอริสของฉันมีผลกับความสามารถไปถึงจุดสุดยอดหรือไม่?&lt;/span&gt;&lt;br/&gt;ไม่ว่าจะเป็นขนาดของอวัยวะเพศผู้ชาย หรือคลิตอริสของผู้หญิง ก็ไม่มีผลทำให้จิตใจกับความรู้สึก เรื่องเซ็กส์มีการเปลี่ยนแปลงแต่อยางใด ในเรื่องความตื่นเต้นของจุดสุดยอด คลิตอริสของคุณก็ยังทำงานเป็นปกติเมื่อถูกปลุกเร้า และอวัยวะเพศชายก็มีความรู้สึกแบบนั้น แม้การกระตุ้นที่คลิตอริส จะเป็นสิ่งที่ทำให้ผู้หญิงไปถึงจุดสุดยอด แต่สภาวะการถึงจุดสุดยอดอย่างสมบูรณ์ของผู้หญิงนั้น จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่ออวัยวะ 3 ส่วน ได้แก่ มดลูก ช่องคลอดและกล้ามเนื้อบริเวณเชิงกราน มีการบีบรัดตัวเป็นจังหวะเท่านั้น ดังนั้น จึงไม่ควรกังวลเกี่ยวกับขนาดของคลิตอริสของคุณให้มากเกินไป&lt;br/&gt;&lt;/li&gt;&lt;li&gt; &lt;span style='font-weight: bold;'&gt;ในขณะที่มีเซ็กส์อยู่กับคู่ของเรา มันผิดปกติไหมถ้าเราจะนึกถึงผู้ชายอีกคนที่เราไม่ได้กำลงนอนอยู่ด้วย?&lt;/span&gt;&lt;br/&gt;เรื่องนี้ก็ตัดสินลงไปไม่ได้ทีเดียวว่ามันถูกหรือผิดปกติ แต่ถ้าทำให้คุณมีความสุขมากขึ้น ก็ไม่เห็นจะเป็นอะไร เพราะมันอยู่ในใจเราเอง ที่สำคัญอย่าหลุดปากออกมาก็แล้วกัน จริงๆแล้ว บางคนบอกว่าแบบนี้ทำให้เราตื่นเต้นดีมากขึ้นด้วยซ้ำ เพราะการจินตนาการแบบนี้ ไม่ได้แปลว่าคุณกำลังเบื่อคู่รักหรือป่วยทางจิต แต่มันอาจแปลว่า คุณกำลังรู้สึกจำเจกับกิจวัตรบนเตียงแบบเดิมๆ&lt;br/&gt;&lt;/li&gt;&lt;li&gt;&lt;span style='font-weight: bold;'&gt; อัณฑะของผู้ชายเป็นจุดที่ควรทำอย่างไรในการเล้าโลม&lt;/span&gt;&lt;br/&gt;จุดนี้อาจเรียกว่าเป็นการสำรวจที่พื้นที่ก่อนปฎิบัติจริงก็ได้นะ เพราะแพทย์ระบุว่า มีเส้นประสาทจำนวนนับร้อยๆเส้นที่จุดนี้ ช่วยให้ความรู้สึกของเขาตื่นตัวได้ดีขึ้น เพียงแต่ต้องทำอย่างนุ่มนวลเท่านั้น มันอาจจะช่วยผู้หญิงได้มาก หากจะบอกว่าจุดนี้ของผู้ชายก็เหมือนกับอวัยวะที่เรียกว่าแคมนอกหรือแคมในของผู้หญิง ให้สัมผัสที่จุดนี้เบาๆและนุ่มนวล เป็นการเริ่มเล้าโลมเขาก่อน และลองดูเองว่าปฎิกิริยาสนองตอบเป็นอย่างไร แต่โดยมากผู้ชายจะชอบ แต่ต้องไม่ลืมว่าต้องเล่นกับมันอย่างทะนุถนอมและอ่อนโยนมากๆ ห้ามบีบ กัดหรือทำรุนแรงเป็นอันขาด&lt;br/&gt;&lt;/li&gt;&lt;li&gt; &lt;span style='font-weight: bold;'&gt;การแว๊กซ์ขนที่อวัยวะเพศหญิง จะช่วยเพิ่มความพอใจให้เขาไหม&lt;/span&gt;&lt;br/&gt;เรื่องนี้มีความเห็นที่แตกต่างกันไปในแต่ละคนและแต่ละคู่  อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทุกคนบอกตรงกันก็คือ หากทำแล้วเพิ่มความพอใจให้กับคู่ของตนก็พร้อมที่จะทำ และมีเรื่องสำคัญอีกอย่างคือ ผู้ชายส่วนมากมักอยากทำออรัลเซ็กส์ให้คนรักมากขึ้นหลังผู้หญิงทำการแว๊กซ์มาแล้ว แต่มีผู้ชายอีกพวกที่บอกว่ามันดูแปลกๆไป หากจะทำเพื่อเซอร์ไพรส์เขา ก็จงอย่าเอาออกจนหมดในครั้งแรก&lt;br/&gt;&lt;/li&gt;&lt;li&gt; &lt;span style='font-weight: bold;'&gt;ของสามีฉันจะเล็กกว่าผู้ชายคนอื่นๆหรือเปล่า?&lt;/span&gt;&lt;br/&gt;ยากมากที่จะบอกขนาดที่เหมาะสมว่าควรเป็นเท่าไหร่ จากการวิจัยเรื่องขนาดและพฤติกรรมนี้ของมหาวิทยาลัยเวสเทอร์น ออนตาริโอพบว่า ขนาดความยาวเฉลี่ยของผู้ชายเอเชียเมื่อขยายตัวจะอยู่ที่ 10 - 14 ซม. และมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 3 ซม. ซึ่งเป็นขนาดที่เล็กกว่าชาวอาฟริกัน และจากงานวิจัยเดียวกันก็ระบุว่าผู้หญิงเอเชียส่วนใหญ่ ก็มีช่องคลอดที่เล็กกว่าจะเหมาะสมกับขนาดที่ระบุนี้ เมื่อมีการเล้าโลมเกิดขึ้น ช่องคลอดของผู้หญิงก็จะบวมตัวด้วยเลือดที่มาคั่งเมื่อถูกกระตุ้นให้ตื่นตัวเรื่องเพศ ทำให้ขนาดที่บอกไว้นั้นลดลงอีกประมาณ 30%&lt;br/&gt;&lt;/li&gt;&lt;li&gt;&lt;span style='font-weight: bold;'&gt; ทำไมบางครั้งถึงมีเสียงลมระหว่างมีเซ็กส์&lt;/span&gt;&lt;br/&gt;เสียงลมนั้นเกิดจากการอัดของอากาศเมื่อเวลาที่มีการดันของอวัยวะเข้าสู่ช่องคลอดในระหว่างที่มีเพศสัมพันธ์และทำให้เกิดเสียงไม่พึงประสงค์ขึ้น ผู้หญิงจะรู้สึกอายโดยเฉพาะเมื่อเกิดขึ้นครั้งแรก แต่ผู้เชี่ยวชาญบอกว่า เสียงนั้นเป็นเครื่องหมายแสดงว่า ทั้งคู่กำลังมีความสุขกับเซ็กส์ที่เกิดขึ้น เพราะแพทย์บอกว่า "สิ่งนี้ จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อผู้หญิงมีน้ำหล่อลื่นออกมามากเพียงพอเท่านั้น"&lt;br/&gt;&lt;/li&gt;&lt;li&gt; &lt;span style='font-weight: bold;'&gt;ทำไมเมื่อถูกเล้าโลมแล้วส่วนนั้นยังคงแห้งอยู่&lt;/span&gt;&lt;br/&gt;ปัญหานี้มักเกิดขึ้นในผู้หญิงที่วัยใกล้หมดรอบเดือน เนื่องจากระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนที่ลดน้อยลง ทำให้ร่างกายผลิตน้ำหล่อลื่นออกมาน้อยกว่าที่เคยเป็น ซึ่งแก้ได้ง่ายๆจากการให้ฮอร์โมนทนดแทนโดยแพทย์ หรือใช้เจลหล่อลื่นที่มีส่วนผสมหลักเป็นน้ำ ก็จะแก้ปัญหาได้ดี แต่หากเกิดกับผู้หญิงอายุน้อยๆ อาจเป็นเพราะได้รับการเล้าโลมไม่เพียงพอ ความเครียดหรือความวิตกกังวลในขณะที่มีเซ็กส์ ทำให้ร่างกายต่อต้าน วิธีแก้ไขก็คือร่วมมือกัน บอกคู่รักให้เข้าใจและเล้าโลมนานกว่านี้ โดยปกติ ระยะเวลาการเล้าโลมที่เหมาะสมควรอยู่ประมาณระหว่าง 15 นาทีขึ้นไป ผู้หญิงจึงจะมีอารมณ์ร่วม แต่หากไม่ดีขึ้นอาจจะต้องไปพบแพทย์เพราะอาจเป็นเรื่องของการติดเชื้อราบางชนิดทำให้ช่องคลอดแห้งกว่าปกติ หรือการบริโภคยาบางอย่างตามแพทย์สั่งอยู่และทำให้ช่องคลอดแห้งเกินไปจากผลข้างเคียงของยา&lt;/li&gt;&lt;/ol&gt;&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;div class='zemanta-pixie'&gt;&lt;img src='http://img.zemanta.com/pixy.gif?x-id=51555cea-0f45-896b-9c1f-555eb0568421' alt='' class='zemanta-pixie-img'/&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6419216617469968010-121536439728043337?l=health1081009.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://health1081009.blogspot.com/feeds/121536439728043337/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=6419216617469968010&amp;postID=121536439728043337' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6419216617469968010/posts/default/121536439728043337'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6419216617469968010/posts/default/121536439728043337'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://health1081009.blogspot.com/2009/08/10.html' title='10 คำถามเรื่องเซ็กซ์ที่ผู้หญิงไม่กล้าถามใคร'/><author><name>WebMaster.</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6419216617469968010.post-867897282480656555</id><published>2009-08-23T23:35:00.001-07:00</published><updated>2009-08-23T23:35:13.954-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ความรู้ทั่วไป'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='Healthy'/><title type='text'>เลิกบุหรี่ ภายใน 7 วัน ด้วย 13 เคล็ดลับ</title><content type='html'>&lt;div xmlns='http://www.w3.org/1999/xhtml'&gt;&lt;div style='text-align: justify;'&gt;&lt;span style='font-weight: bold;'&gt;"ไม่ ใช่ไม่รู้ แต่เพราะบุหรี่เป็นภัยผ่อนส่งที่ใช้เวลานานกว่าจะได้รับดอกเบี้ยโรคภัยแบบทบ ต้นทบดอก ดังนั้นหลายคนจึงขอทำเป็นลืมๆ ในระหว่างที่พ่นควันผุยๆ บางคนอยากเลิก แต่ใจละลายง่ายก็เลยยังต้องซื้อต้องแชะๆ แบบมวนต่อมวนกันต่อไป ที่จริงการหยุดสูบไม่ได้ยาก และไม่ ต้องใช้เวลานาน แค่อาศัยความตั้งมั่น และการรู้จักธรรมชาติของตัวเอง และตัวยา เลิกใน 7 วัน ทำได้ง่ายกว่าที่คิด และนี่คือ 13 วิธีที่แค่อ่านแล้ว ฉุกคิด มลพิษก็ถูกถอดรหัสทันที" &lt;/span&gt;&lt;br/&gt;&lt;/div&gt;&lt;ol style='text-align: justify;'&gt;&lt;li&gt;   การเลิกโดยเด็ดขาดทันทีทันใดให้ผลชะงัดกว่าการลดปริมาณ ทนทรมานได้สำเร็จใน 2-3 วัน ยังดีกว่าทรมานอย่างช้าๆ และช่วงเวลา 3 วันแรก เป็นช่วงที่ลำบากใจที่สุด หลังจากผ่านไปได้โอกาสเลิกบุหรี่จะเป็นไปได้สูงมาก&lt;/li&gt;&lt;li&gt; เซตวันสุดท้ายของการเลิกบุหรี่ พยายามหลีกเลี่ยงช่วงเวลาที่คุณมีภาระต้องรับผิดชอบ เช่น ช่วงสอบ ช่วงที่ต้องไปงานเลี้ยงหรืองานสังคม เพราะอาจมีแรงจูงใจทำให้ไม่สามารถเลิกได้ตามที่ตั้งใจไว้&lt;/li&gt;&lt;li&gt; สร้างพิธีกรรมเล็กๆ สำหรับวันส่งท้าย ด้วยการนำบุหรี่ที่เหลือ และซองบุหรี่มาเผาไฟต่อหน้าต่อตา พร้อมกับกระดาษที่จดข้อความของโทษการสูบบุหรี่สำหรับวันแรกของการเลิก เมื่อตื่นเช้าขึ้นมา อาจหายใจให้เต็มปอดสัก สิบครั้งช้าๆ ลึกๆ และปล่อยใจ ให้จินตนาการรู้สึกดีกับมวลอากาศบริสุทธิ์&lt;/li&gt;&lt;li&gt; ออกกำลังเบาๆ อย่างน้อยสามสิบถึงสี่สิบนาที เช่น ว่ายน้ำ, เดินเล่น หรือปั่นจักรยานวันละสองรอบเพื่อกระตุ้นร่างกายให้แข็งแรงและซ่อมแซมส่วนที่ เสียหายจากภัยบุหรี่&lt;/li&gt;&lt;li&gt; หายใจลึกๆ ช้าๆ ติดต่อกัน ต่อเนื่องกันห้านาทีทุกวัน ด้วยการหลับตา สูดลมเข้าช้าๆ ด้วยจมูกจนเต็มปอด แล้วปล่อยออกช้าๆ ทางลมปากจนหมด ระหว่างทำ ให้สร้างความรู้สึก ดีไปด้วย จินตนาการถึงความรู้สึกที่แตกต่างของการไม่มีควันบุหรี่ในชีวิต คุณอาจยังไม่รู้สึกนัก แต่ควรสร้างอุปทาน เช่น รู้สึกว่าเหนื่อยน้อยลงหรือ ลมหายใจหอมสดชื่น หรืออะไรก็ตามที่เป็นสิ่งดีๆ ของการไม่สูบบุหรี่&lt;/li&gt;&lt;li&gt; อาบน้ำหรือแช่ในน้ำอุ่นวันละ 2-3 ครั้ง ครั้งละ 15-20 นาที หลังจากอาบน้ำอุ่นแล้ว ควรตามด้วยการราดน้ำเย็นเพื่อช่วยให้ร่างกายสดชื่น&lt;/li&gt;&lt;li&gt;ดื่มน้ำวันละ 6-8 แก้ว น้ำจะช่วยกำจัดนิโคตินออกจากร่างกาย ตั้งแต่ตื่นนอนตอนเช้า หลังอาหารทุกมื้อช่วงระหว่างมื้อและก่อนนอน&lt;/li&gt;&lt;li&gt; หลีกเลี่ยงสุรา ชา กาแฟ น้ำอัดลม เพราะจะทำให้เกิดความอยากสูบบุหรี่&lt;/li&gt;&lt;li&gt; หลีกเลี่ยงอาหารรสจัด อาหารมันจัด อาหารหวานจัด อาหารเผ็ด เพราะอาหารมีผลโดยตรงต่อสุขภาพจิต&lt;/li&gt;&lt;li&gt; กินวิตามินบีรวม ในรูปแคปซูลหรือเม็ดหรือจะกินส่าข้าวสาลี (Wheat Germ) 1-2 ช้อนโต๊ะหลังอาหารโดยอาจผสมกับนมสด&lt;/li&gt;&lt;li&gt; อย่ากดดันตัวเองจนเครียด และอย่ารู้สึกผิดจนเกินไปเมื่อคุณเผลอ ให้อภัยตัวเอง และเริ่มกลับเข้าสู่โปรแกรมงดบุหรี่ทันที ค่อยๆ ทำ ค่อยๆ งด แล้วจะหยุดได้เอง อย่างน้อยก็ลดปริมาณบุหรี่ที่เคยสูบได้มากกว่าเดิม&lt;/li&gt;&lt;li&gt; ถ้าต้องสูบจริงๆ ให้ลองเปลี่ยนมือคีบบุหรี่ เปลี่ยนชนิดบุหรี่เป็นยี่ห้อที่คุณไม่ชอบ และจำกัดสถานที่สูบบุหรี่ให้ตัวเอง เช่น นอกบ้าน บนระเบียงชั้นสาม&lt;/li&gt;&lt;li&gt; เมื่ออยากสูบบุหรี่ อย่าตอบสนองตัวเองทันที ทำเฉไฉสักห้านาที แล้วค่อยจุดสูบ เพื่อลดความกระวนกระวายที่ต้องทำทันทีเมื่อรู้สึกต้องการ&lt;br/&gt;&lt;/li&gt;&lt;/ol&gt;&lt;div style='text-align: justify; font-weight: bold;'&gt;ที่มา &lt;span style='color: rgb(0, 0, 153);'&gt;FW Mail&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;div class='zemanta-pixie'&gt;&lt;img src='http://img.zemanta.com/pixy.gif?x-id=70ec56d9-2b02-8ac6-898d-ee7aab2d7b8f' alt='' class='zemanta-pixie-img'/&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6419216617469968010-867897282480656555?l=health1081009.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://health1081009.blogspot.com/feeds/867897282480656555/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=6419216617469968010&amp;postID=867897282480656555' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6419216617469968010/posts/default/867897282480656555'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6419216617469968010/posts/default/867897282480656555'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://health1081009.blogspot.com/2009/08/7-13.html' title='เลิกบุหรี่ ภายใน 7 วัน ด้วย 13 เคล็ดลับ'/><author><name>WebMaster.</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6419216617469968010.post-8602509389393199221</id><published>2009-08-23T23:32:00.001-07:00</published><updated>2009-08-23T23:32:22.420-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ความรู้ทั่วไป'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='Healthy'/><title type='text'>สลายขี้หูได้ ไม่ต้องแคะ เพื่อสุขภาพที่ดีและป้องกันโรคหูตึง</title><content type='html'>&lt;div xmlns='http://www.w3.org/1999/xhtml'&gt;&lt;div style='text-align: justify;'&gt;&lt;span style='font-weight: bold;'&gt;สุขภาพหู ถือเป็นเรื่องสำคัญมาก การ แคะหูจึงเป็นเรื่องต้องห้าม เหตุเพราะมีอันตรายต่อสุขภาพหู อาจทำให้เป็นโรคหูตึงได้ วันนี้เราจึงหยิบเกร็ดความรู้เกี่ยวกับการแคะหู มาฝากกันค่ะ &lt;/span&gt;&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;          คุณสาวๆ ขา แม้ว่าการแคะหูจะเป็นเรื่องต้องห้าม ด้วยว่ามีผลต่อสุขภาพหู แต่ถ้าขี้หูมาลามปามสร้างความอุดตันจนคุณๆ กลายเป็นสาวหูตึง (ชั่วคราว) ล่ะก็ ยิ้มหวานมีคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้าน อโรมาเธอราพี มาฝากจ้า&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;          เทน้ำมันมะกอกในขวดแก้วขนาด 20 มิลลิลิตร ผสมด้วยน้ำมันหอมระเหยกลิ่นลาเวนเดอร์ที่มีฤทธิ์ต้านแบคทีเรีย 5 หยด นำขวดแช่น้ำอุ่นสัก 10 นาที แล้วค่อยๆ เอามาเทในหูสักเล็กน้อย อุดด้วยสำลี ทำวันละ 2 ครั้ง สัก 3 วัน &lt;br/&gt;&lt;br/&gt;          นั่น!!หายแล้วใช่มั้ยเอ่ย&lt;/div&gt;&lt;br/&gt;&lt;span style='font-weight: bold;'&gt;ที่มา &lt;span style='color: rgb(0, 0, 153);'&gt;FW Mail&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;div class='zemanta-pixie'&gt;&lt;img src='http://img.zemanta.com/pixy.gif?x-id=bcfb64d2-660a-8e89-877c-5005efef3972' alt='' class='zemanta-pixie-img'/&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6419216617469968010-8602509389393199221?l=health1081009.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://health1081009.blogspot.com/feeds/8602509389393199221/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=6419216617469968010&amp;postID=8602509389393199221' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6419216617469968010/posts/default/8602509389393199221'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6419216617469968010/posts/default/8602509389393199221'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://health1081009.blogspot.com/2009/08/blog-post.html' title='สลายขี้หูได้ ไม่ต้องแคะ เพื่อสุขภาพที่ดีและป้องกันโรคหูตึง'/><author><name>WebMaster.</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6419216617469968010.post-1769978888179752607</id><published>2009-06-26T02:37:00.001-07:00</published><updated>2009-06-26T02:37:37.580-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='เรื่องต้องรู้'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='เรื่องจริงเตือนภัย'/><title type='text'>อย.เตือนภัยครีมกันแดด - แก้ฝ้า 15 ชนิดใช้แล้วหน้าพัง</title><content type='html'>&lt;div xmlns='http://www.w3.org/1999/xhtml'&gt;&lt;div style='text-align: justify;'&gt;&lt;big&gt;&lt;span style='font-weight: bold;'&gt;อย.เตือนภัยครีมกันแดด - แก้ฝ้า 15 ชนิดใช้แล้วหน้าพัง&lt;/span&gt;&lt;/big&gt;&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;          ภญ.วีรวรรณ แตงแก้ว รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) กล่าววันที่ 23 มิถุนายนว่า กระทรวงสาธารณสุขได้ออกประกาศกำหนดให้เครื่องสำอางจำนวน 15 รายการ เป็นเครื่องสำอางที่ห้ามผลิต นำเข้า หรือขาย ประกอบด้วย &lt;br/&gt;&lt;ol&gt;&lt;li&gt;            BEANNE บีแอน ครีมไข่มุกตราแตร       &lt;br/&gt; &lt;/li&gt;&lt;li&gt; แอนตี้-ฟาร์ ครีม &lt;br/&gt;           &lt;/li&gt;&lt;li&gt;แอนตี้ – ฟาร์ โลชั่นกันฝ้า ปรับผิว &lt;br/&gt;           &lt;/li&gt;&lt;li&gt; ROSE ครีมขจัดฝ้า &lt;br/&gt;           &lt;/li&gt;&lt;li&gt; FAR-ACT ครีมรักษาฝ้า &lt;br/&gt;           &lt;/li&gt;&lt;li&gt; CN คลินิก 99 &lt;br/&gt;           &lt;/li&gt;&lt;li&gt; ครีมฝ้าเมลาแคร์ &lt;br/&gt;           &lt;/li&gt;&lt;li&gt; โลชั่นกันแดด กันฝ้า เมลาแคร์ &lt;br/&gt;           &lt;/li&gt;&lt;li&gt; ครีมวินเซิร์ฟ &lt;br/&gt;           &lt;/li&gt;&lt;li&gt; โลชั่นวินเซิร์ฟ ลดฝ้ากันแดด &lt;br/&gt;           &lt;/li&gt;&lt;li&gt; MUI LEE HIANG PEARL CREAM &lt;br/&gt;           &lt;/li&gt;&lt;li&gt; เอสจี โลชั่นปรับสภาพผิว &lt;br/&gt;           &lt;/li&gt;&lt;li&gt; เลนาว ครีมบำรุงผิวหน้ากลางคืน &lt;br/&gt;           &lt;/li&gt;&lt;li&gt; NEW CARE นิวแคร์ ครีมประทินผิว&lt;br/&gt;           &lt;/li&gt;&lt;li&gt; NEW CARE นิวแคร์ โลชั่นปรับสภาพผิว &lt;/li&gt;&lt;/ol&gt;    &lt;big style='font-style: italic;'&gt;&lt;span style='color: rgb(255, 0, 0); font-weight: bold;'&gt;          มีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่วันที่ 30 เมษายน 2552 ที่ผ่านมา &lt;/span&gt;&lt;/big&gt;&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;          ทั้งนี้ หากผู้บริโภคพบเห็นผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่ผิดกฎหมายทั้ง 15 รายการดังกล่าวยังวางจำหน่ายอยู่ตามท้องตลาด ขออย่าซื้อผลิตภัณฑ์ดังกล่าวทุกรุ่นการผลิตมาใช้อย่างเด็ดขาด เพราะเป็นเครื่องสำอางที่ไม่ปลอดภัยในการใช้ หากพบมีการฝ่าฝืนกฎหมาย ผู้ผลิต / ผู้นำเข้า และผู้ขาย มีความผิดจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;span style='font-weight: bold;'&gt;ที่มา &lt;span style='color: rgb(0, 0, 153);'&gt;มติชนออนไลน์&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6419216617469968010-1769978888179752607?l=health1081009.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://health1081009.blogspot.com/feeds/1769978888179752607/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=6419216617469968010&amp;postID=1769978888179752607' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6419216617469968010/posts/default/1769978888179752607'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6419216617469968010/posts/default/1769978888179752607'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://health1081009.blogspot.com/2009/06/15.html' title='อย.เตือนภัยครีมกันแดด - แก้ฝ้า 15 ชนิดใช้แล้วหน้าพัง'/><author><name>WebMaster.</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6419216617469968010.post-8280410968388729512</id><published>2009-06-26T02:32:00.001-07:00</published><updated>2009-06-26T02:32:42.133-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ความรู้ทั่วไป'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='Sex ใครคิดว่าไม่สำคัญ'/><title type='text'>เมื่อคุณมี "ความต้องการ" มากกว่าเขา</title><content type='html'>&lt;div xmlns='http://www.w3.org/1999/xhtml'&gt;&lt;div style='text-align: justify;'&gt;&lt;big&gt;ความ เชื่อผิดๆ อย่างหนึ่งก็คือว่า ผู้ชายนั้นมีอารมณ์ทางเพศอย่างรุนแรง และเร่าร้อนตลอดเวลา ซึ่งไม่เป็นความจริงเลย ผู้ชายเองก็สามารถ "หมดอารมณ์" กับคุณผู้หญิงทั้งหลายได้ ด้วยสาเหตุดังนี้&lt;/big&gt;&lt;br/&gt;&lt;big&gt;&lt;br/&gt;&lt;span style='font-weight: bold; color: rgb(153, 153, 0);'&gt;เขาเครียดมากไปหรือเปล่า&lt;/span&gt;&lt;/big&gt;    &lt;br/&gt;         ปํญหาที่มักเกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน อาจจะเครียดจากงานประจำ เรื่องเงิน เรื่องความรับผิดชอบต่อครอบครัว เป็นตัวทำลายเซ็กซ์ได้เสมอ ถ้าคุณรู้สึกว่าเขาเริ่มที่จะห่างเหินคุณไปแล้วละก็ ลองสังเกตุเขาให้ดีว่า เขาเครียดมากไปหรือเปล่า ลองกอดเขา หรือนวดให้เขารู้สึกผ่อนคลายบ้างสิคะ คุณทราบหรือไม่ว่า การนวดให้กันและกันนั้น นอกจากจะเป็นการประชับความสัมพันธ์กันและกันแล้ว ยังช่วยผ่อนคลายทั้งกล้ามเนื้อ และจิตใจให้กับเขาได้อีกด้วย เมื่อจิตใจของเขาผ่อนคลายแล้วละก็ โดยมากเขาก็จะกลับมา "เร่าร้อน" เหมือนเดิมคะ&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;    &lt;big&gt;&lt;span style='color: rgb(153, 153, 0); font-weight: bold;'&gt;เขาโกรธอะไรคุณอยู่&lt;/span&gt;&lt;/big&gt;&lt;br/&gt;         โดย มาก ชายหนุ่มมักจะไม่แสดงออกอะไรมากนักเกี่ยวกับการอารมณ์ ไม่ว่าจะรักหรือโกรธ เขามักจะเก็บเอาไว้ข้างในเสมอ หากเขาอยู่ๆ ก็นิ่งๆ ห่างเหินคุณไปละก็ ให้ลองนึกย้อนดูก่อนวันเกิดเหตุสิคะว่า ก่อนวันที่เขาจะ "เปลี่ยนไป" นั้น เกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นบ้าง หากเขาโกรธ หรือน้อยใจอะไรละก็ พูดและทำความเข้าใจให้ตรงกันนะคะ จะได้ไม่มีปัญหาอะไรในระยะยาว&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;    &lt;big style='color: rgb(153, 153, 0);'&gt;&lt;span style='font-weight: bold;'&gt;คุณปล่อยตัวมากเกินไปหรือเปล่า&lt;/span&gt;&lt;/big&gt;&lt;br/&gt;         แม้ ว่าความรักจะเป็นเรื่องของความรู้สึก แม้ว่าเขาจะไม่เคยนึกรังเกียจในรูปร่างของคุณแต่อย่างใดก็ตาม แต่หากคุณปล่อยตัวจนน้ำหนักขึ้นมากไป ความรู้สึกต่ออารมณ์เพศของเขาก็อาจจะเปลี่ยนไปได้เช่นกัน ทางที่ดี คุณก็ควรที่จะหันมาออกกำลังกาย กระชับสัดส่วนบ้างนะคะ&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;    &lt;big style='color: rgb(153, 153, 0); font-weight: bold;'&gt;เขากำลังมีคนใหม่&lt;/big&gt;&lt;br/&gt;         ปัญหา นี้ อาจจะเกิดขึ้นได้หากคุณไม่ได้แก้ไขปัญหาข้างต้นมาเป็นเวลานานๆ เพราะผู้ชายโดยมาก เมื่อเขามีปัญหา หากเขาได้รับการดูแลเอาใจใส่ ความห่วงใย และใส่ใจจากใครคนอื่น ที่แสดงออกได้มากกว่าคึณแล้วละก็ เป็นไปได้มากที่เขาจะเทใจให้คนอื่น ดังนั้น หากคุณเริ่มเห็นว่าเขา "ห่างเหิน" ละก็ นั้นอาจจะเป็นสัญญาณอันตรายได้คะ&lt;/div&gt;&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6419216617469968010-8280410968388729512?l=health1081009.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://health1081009.blogspot.com/feeds/8280410968388729512/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=6419216617469968010&amp;postID=8280410968388729512' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6419216617469968010/posts/default/8280410968388729512'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6419216617469968010/posts/default/8280410968388729512'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://health1081009.blogspot.com/2009/06/blog-post_5128.html' title='เมื่อคุณมี &amp;quot;ความต้องการ&amp;quot; มากกว่าเขา'/><author><name>WebMaster.</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6419216617469968010.post-6805334408821113093</id><published>2009-06-26T02:29:00.001-07:00</published><updated>2009-06-26T02:29:39.872-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ความรู้ทั่วไป'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='Sex ใครคิดว่าไม่สำคัญ'/><title type='text'>10 ขั้นสู่สวรรค์ออรัลเพื่อเธอ</title><content type='html'>&lt;div xmlns='http://www.w3.org/1999/xhtml'&gt;&lt;div style='text-align: justify;'&gt;&lt;big&gt;&lt;span style='font-weight: bold;'&gt;บ่อยครั้งที่ผู้ชายไม่รู้เทคนิคใช้ลิ้นให้ถูกใจผู้หญิง ปัญหาที่เจอประจำคือ พ่อเจ้าประคุณลงแค่ปลายลิ้นจึ๊กๆ หรือไม่ก็ละเลงทั้งปาก ทั้งดูด และเลีย อย่างกับกำลังแทะฝักข้าวโพด หาความพอดีมิได้ เราจึงขอนำเสนอเทคนิคออรัลเอาไว้กระซิบบอกหนุ่มของคุณ ตำรับนี้ได้มาจากหนุ่มๆที่เค้าศึกษากันมาเป็นอย่างดี&lt;/span&gt;&lt;/big&gt;&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;span style='font-weight: bold; color: rgb(0, 102, 0);'&gt;10 ขั้นสู่สวรรค์ออรัลเพื่อเธอ&lt;/span&gt;&lt;br/&gt;&lt;ol&gt;&lt;li&gt;   &lt;span style='font-weight: bold;'&gt;อย่าเร่ง&lt;/span&gt; ผู้หญิงเครื่องร้อนช้าและถึงจุดสุดยอดช้ากว่าผู้ชาย ควรให้เวลาเธอซักนิด&lt;br/&gt;    &lt;/li&gt;&lt;li&gt;&lt;span style='font-weight: bold;'&gt;เริ่มอย่างนุ่มนวล &lt;/span&gt;ใช้มือโลมลูบ จูบและเลียทั่วเรือนร่าง จากนั้นลงไปยังจุดยุทธศาสตร์&lt;br/&gt;    &lt;/li&gt;&lt;li&gt;&lt;span style='font-weight: bold;'&gt;จัดท่วงท่า&lt;/span&gt; เลือกท่วงท่าให้ดีตามความถนัด และสะดวกสบายของเธอ อาจเสียเวลานิดหน่อยแต่คุ้มค่ะ&lt;br/&gt;    &lt;/li&gt;&lt;li&gt;&lt;span style='font-weight: bold;'&gt;สร้างความชุ่มชื้น&lt;/span&gt; อย่าปล่อยให้ส่วนนั้นแห้งผาก ใช้น้ำลายเยอะๆ ตอนเลียพื้นที่รอบๆ จากนั้นค่อยพุ่งเป้ามาที่คลิตอริส อย่าใช้แค่ปลายลิ้น ควรใช้ลิ้นทั้งแผ่น&lt;br/&gt;    &lt;/li&gt;&lt;li&gt;&lt;span style='font-weight: bold;'&gt;รักษาจังหวะ&lt;/span&gt; เรื่องนี้สำคัญมาก การเปลี่ยนจังหวะและเทคนิคบ่อยๆ ไม่เวิร์กค่ะ ทำให้อารมณ์ขาดห้วง พานเซ็งเปล่าๆ&lt;br/&gt;    &lt;/li&gt;&lt;li&gt;&lt;span style='font-weight: bold;'&gt;ส่งเสียงพึงพอใจ &lt;/span&gt;ผู้ชายควรส่งเสียงให้เธอรู้สึกว่า เขาชอบที่ได้บริการเธอ เพื่อให้เธอสบายใจ ไม่เครียดเกร็งเกินไป&lt;br/&gt;    &lt;/li&gt;&lt;li&gt;&lt;span style='font-weight: bold;'&gt;อย่ารุนแรงเกินไป &lt;/span&gt;เบาๆลิ้นหน่อยเถอะค่ะ นุ่มๆเนิบๆ เร้าใจจะตายไป เพิ่มลีลาวนลิ้นเป็นวงกลม วู้ย.สยิวกิ้วมากๆ&lt;br/&gt;    &lt;/li&gt;&lt;li&gt;&lt;span style='font-weight: bold;'&gt;นิ้วเพิ่มความเสียว&lt;/span&gt; ผู้หญิงบางคนชอบให้สอดนิ้วเข้าไปเมื่อเกือบถึงจุดสุดยอด เพิ่มอารมณ์เซ็กซ์ได้มากขึ้นหลายเท่า&lt;br/&gt;    &lt;/li&gt;&lt;li&gt;&lt;span style='font-weight: bold;'&gt;ประตูหลังก็เวิร์ก&lt;/span&gt; ผู้หญิงบางคนชอบใช้นิ้วชโลมสารหล่อลื่นสอดเข้าทางประตูหลัง ขณะถึงจุดสุดยอด ถามเธอก่อนว่าชอบไหม จากนั้นบริการให้เต็มที่เลยค่ะ&lt;br/&gt;    &lt;/li&gt;&lt;li&gt;&lt;span style='font-weight: bold;'&gt;อย่าหยุด &lt;/span&gt;เรื่องนี้สำคัญมากค่ะ ผู้ชายมักหยุดลิ้นเมื่อเห็นผู้หญิงเกร็งตัวค้าง เพราะคิดว่าเธอถึงจุดสุดยอดแล้ว อย่าหยุดเชียวนะคะ ต้องลงลิ้นบรรเลงต่อไป เนื่องจากผู้หญิงถึงจุดสุดยอดนานกว่าผู้ชาย&lt;/li&gt;&lt;/ol&gt;&lt;span style='font-weight: bold; color: rgb(0, 0, 153);'&gt;5 สิ่งที่ผู้ชายทำพลาดประจำ&lt;/span&gt;&lt;br/&gt;&lt;ol&gt;&lt;li&gt;     &lt;span style='font-weight: bold;'&gt;ทำอย่างขอไปที &lt;/span&gt;แถมยังทำท่าเหม็นแบบไม่เกรงใจ การที่ผู้ชายที่เงยหน้าขึ้นมาบอกว่า มันมีกลิ่น ทั้งที่ผู้หญิงเพิ่มอาบน้ำ เป็นเรื่องตลกสิ้นดี เพราะกลิ่นตามธรรมชาติจะฉุนนิดหน่อย อย่าใช้เป็นข้ออ้างเปลี่ยนแฟน ถ้าทำใจยอมรับไม่ได้   &lt;br/&gt;&lt;/li&gt;&lt;li&gt;&lt;span style='font-weight: bold;'&gt;รุนแรงเกินไป&lt;/span&gt; ผู้หญิงชอบลิ้นแข็งแรงแต่อ่อนโยน อย่าทำให้ความเสียวกลายเป็นความเจ็บปวด&lt;br/&gt;    &lt;/li&gt;&lt;li&gt;&lt;span style='font-weight: bold;'&gt;ทำไม่นานพอ&lt;/span&gt; ผู้หญิงใช้เวลากรุยทางสู่จุดสุดยอดนานกว่าผู้ชาย ให้เวลาเธอตามสบาย รับรองว่ารักตายเลยล่ะ &lt;br/&gt;    &lt;/li&gt;&lt;li&gt;&lt;span style='font-weight: bold;'&gt;เปลี่ยนเทคนิคบ่อยเกิน&lt;/span&gt; จังหวะกำลังได้ เสียวกำลังดี เคลิ้มๆเกือบๆแล้ว จู่ๆคุณผู้ชายก็เปลี่ยนลีลาซะงั้น อารมณ์ก็สะดุดสิคะ ต้องเสียเวลาทำความคุ้นเคยกับลีลาใหม่อีกแล้ว&lt;br/&gt;   &lt;/li&gt;&lt;li&gt;&lt;span style='font-weight: bold;'&gt;หยุดตอนกำลังถึงพริกถึงขิง &lt;/span&gt;จุดสุดยอดของผู้หญิงยาวนานกว่าผู้ชาย ถ้าเห็นทำตัวเกร็งเมื่อไหร่ ขอร้องว่าอย่าหยุดลิ้น กรุณาบรรเลงต่อไปค่ะ ไม่งั้นอาจค้างเติ่งเสียอารมณ์เพลงได้&lt;/li&gt;&lt;/ol&gt;&lt;blockquote&gt;&lt;big&gt;&lt;span style='font-weight: bold; color: rgb(255, 102, 0);'&gt;รู้หรือไม่&lt;/span&gt;&lt;br/&gt;&lt;span style='font-style: italic;'&gt;ผู้หญิงร้อยละ 73 ชอบให้ผู้ชายทำออรัลให้&lt;/span&gt;&lt;br style='font-style: italic;'/&gt;&lt;span style='font-style: italic;'&gt;ผู้หญิงร้อยละ 24 ชอบทำออรัลให้ผู้ชาย&lt;/span&gt;&lt;/big&gt;&lt;/blockquote&gt;&lt;/div&gt;&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6419216617469968010-6805334408821113093?l=health1081009.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://health1081009.blogspot.com/feeds/6805334408821113093/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=6419216617469968010&amp;postID=6805334408821113093' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6419216617469968010/posts/default/6805334408821113093'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6419216617469968010/posts/default/6805334408821113093'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://health1081009.blogspot.com/2009/06/10_26.html' title='10 ขั้นสู่สวรรค์ออรัลเพื่อเธอ'/><author><name>WebMaster.</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6419216617469968010.post-3759015519558117771</id><published>2009-06-26T02:23:00.001-07:00</published><updated>2009-06-26T02:23:06.525-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ความรู้ทั่วไป'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='Sex ใครคิดว่าไม่สำคัญ'/><title type='text'>ควรมีเซ็กส์มากแค่ไหน เพื่อให้สุขภาพดีตลอดไป</title><content type='html'>&lt;div xmlns='http://www.w3.org/1999/xhtml'&gt;&lt;div style='text-align: justify;'&gt;&lt;span style='font-weight: bold;'&gt;เดือนละครั้ง :&lt;/span&gt; สามารถลดอันตรายจากการเป็นมะเร็งเต้านมได้ โดยนักวิจัยเข้าใจว่า เซ็กส์ช่วยทำให้ร่างกายผลิตฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนโดยตรง ดร.ชวาร์ทซ์ บอกว่า จากการศึกษาหลายต่อหลายครั้งบอกให้รู้ว่าโปรเจสเตอฌรนที่เพิ่มขึ้นมานั้น มีส่วนสัมพันธ์กับการลดลงของอันตรายจากมะเร็งเต้านม และยังมีอีกหลายกรณีที่บ่งบอกว่า ยิ่งมีเซ็กส์บ่อยขึ้น อันตรายจากการเป็นมะเร็งเต้านมก็ยิ่งลดน้อยลง&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;span style='font-weight: bold;'&gt;สัปดาห์ละครั้ง : &lt;/span&gt;ไม่เป็นหวัด ประจำเดือนมาสม่ำเสมอ เพราะจาการศึกษาวิจัยของมหาวิทยาลัยวิลด์ ในเพนซิลวาเนีย ระบุว่า ผู้ที่มีเพศสัมพันธ์ 1-2 ครั้ง ต่อสัปดาห์ จะมีระดับสารต้านทานโรคในร่างกายที่มากกว่าผู้ที่ไม่มีเพศสัมพันธ์เลย อีกทฤษฎีหนึ่งบอกว่า ที่เป็นเช่นนี้เพราะการมีเซ็กส์บ่อยจะเปิดช่องโหว่ให้กับพวกแบคทีเรีย จุลินทรีย์ทั้งหลาย ร่างกายของเราจึงต้องรีบสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นโดยธรรมชาติ แต่ข้อสำคัญ การมีเซ็กส์บ่อยครั้งนี้ ไม่ได้ช่วยให้ภูมิคุ่มกันมีมากขึ้นไปอีก ผู้ที่มีกิจกรรมทางเพศสัปดาห์ละ 3 ครั้ง หรือมากกว่านั้น ระดับสารต้านทานโรคกลับต่ำลง จึงทำให้รับเชื้อไวรัสต่าง ๆ เช่นหวัด ไข้หวัดใหญ่ ได้ง่ายขึ้น ยิ่งไปกว่านั้น ผู้หญิงที่มีเพศสัมพันธ์อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง ประจำเดือนจะมาสม่ำเสมอกว่าผู้ที่ไม่ค่อยได้มีเซ็กส์เลย&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;span style='font-weight: bold;'&gt;สัปดาห์ละ 3 ครั้ง :&lt;/span&gt; ทำให้ดูอ่อนวัยกว่าอายุจริง โดยในการศึกษาวิจัยครั้งหนึ่ง อาศัยชาย-หญิงชาวยุโรปและอเมริกัน กว่า 3,500 คน เป็นกลุ่มเป้าหมาย นักวิทยาศาสตร์ได้สอบถามอาสาสมัครในหลายประเด็น รวมทั้งจำนวนครั้งของการมีเพศสัมพันธ์กัน ผลคือ ผู้ที่ยอมรับว่ามีเพศสัมพันธ์มากกว่า 3 ครั้งต่อสัปดาห์ จะดูอ่อนวัยกว่าอายุจริง 7-12 ปี&lt;/div&gt;&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6419216617469968010-3759015519558117771?l=health1081009.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://health1081009.blogspot.com/feeds/3759015519558117771/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=6419216617469968010&amp;postID=3759015519558117771' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6419216617469968010/posts/default/3759015519558117771'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6419216617469968010/posts/default/3759015519558117771'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://health1081009.blogspot.com/2009/06/blog-post_26.html' title='ควรมีเซ็กส์มากแค่ไหน เพื่อให้สุขภาพดีตลอดไป'/><author><name>WebMaster.</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6419216617469968010.post-3909727481622239538</id><published>2009-06-26T02:19:00.001-07:00</published><updated>2009-06-26T02:19:53.527-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ความรู้ทั่วไป'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='Sex ใครคิดว่าไม่สำคัญ'/><title type='text'>ศิลปะบนเตียง 23 ประการ ของสุภาพบุรุษ</title><content type='html'>&lt;div xmlns='http://www.w3.org/1999/xhtml'&gt;&lt;div style='text-align: justify;'&gt;&lt;big&gt;เอาล่ะ ขณะนี้คุณอยู่บนเตียงกับเธอ... แต่กลับรู้สึกไม่มั่นใจ ว่า ควรทำอะไรต่องั้นหรือเปล่า? ไม่ต้องห่วง นี่คือ &lt;span style='font-weight: bold; color: rgb(0, 102, 0);'&gt;"ศิลปะ 23 ประการ"&lt;/span&gt; เพื่อให้สุภาพบุรุษแน่ใจว่า คุณจะเป็นสุภาพบุรุษเมื่ออยู่บนเตียงและเธอ....จะกลับมาอีกครั้ง&lt;/big&gt;&lt;br/&gt;&lt;ol&gt;&lt;li&gt; &lt;span style='font-weight: bold;'&gt;เริ่มด้วยการจูบ&lt;/span&gt; การเลี่ยงริมฝีปาก แต่กลับจู่โจมตรงดิ่งไปยังเรือนร่าง ส่วนที่ไวต่อความรู้สึกทางเพศของ เธอในทันที ผู้หญิงร้อยทั้งร้อยอดคิดไม่ได้ ชายผู้นี้คงรู้สึกว่าตัวเองเสียไปมากแล้ว ทั้งเวลาและเงินทอง ตอนนี้คงกำลังพยายามทวง ความคุ้มค่าคืนมาให้เร็วที่สุด โดยหารู้ไม่ การจูบด้วยความดื่มด่ำ เป็นพื้นฐานสำคัญของการเร้าอารมณ์&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;/li&gt;&lt;li&gt;&lt;span style='font-weight: bold;'&gt;อย่าเป่าลมเข้าหูเธอแรงนัก &lt;/span&gt;เชื่อเถอะการเป่าลมเพื่อสร้างความอีโรติก กับการเป่าลมเพื่อดับเทียนบนเค้ก ฉลองครบรอบ 50 ปีของคุณ นั้นต่างกัน การเป่าลมเข้าหูแรงๆ สร้างความเจ็บปวดได้&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;/li&gt;&lt;li&gt; &lt;span style='font-weight: bold;'&gt;โกนหนวดให้เรียบร้อย&lt;/span&gt; ผู้ชายมักลืมเสมอๆ เหนือริมฝีปากและบริเวณคางของตัวเอง เต็มไปด้วยสิ่งที่คล้ายขนเม่น และผู้ชายมักใช้ร่างกายส่วนนี้ซุกไซ้อยู่กับใบหน้า และทรวงอกของอีกฝ่าย ในยามที่เธอเอียงศีรษะไปซ้ายทีขวาที นั่นไม่ใช่ด้วยรู้สึกเสน่หา แต่เพราะพยายามหลีกเลี่ยงขนเม่นเหล่านั้นมากกว่า&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;/li&gt;&lt;li&gt; &lt;span style='font-weight: bold;'&gt;อย่าเปลื้องผ้าเธอให้อยู่ในสภาพน่าเกลียด&lt;/span&gt; ผู้หญิงไม่ชอบถูกมองดูเป็นยายเซ่อ ถ้าคุณถอดสเวตเตอร์เธอออกไว้แค่คอ นั่นแหละใช่เลย เปลื้องผ้าเธอให้เหมือนกับคุณกำลังแกะห่อของขวัญที่แสนจะมีค่า อย่าทำเหมือนเด็กแกะกล่องของเล่น&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;/li&gt;&lt;li&gt;&lt;span style='font-weight: bold;'&gt;ว่าด้วยการเคล้าคลึงทรวงอก&lt;/span&gt; ผู้ชายส่วนมากทำเหมือนกับเวลาที่คุณแม่บ้าน ทดสอบผลไม้จำพวกแตงว่าสุกหรือยัง พอหยิบได้ ก็เอาแต่ใช้อุ้งมือบีบ ลองเปลี่ยนเป็นใช้วิธีลูบคลำด้วยความนุ่มนวลดูบ้าง&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;/li&gt;&lt;li&gt; &lt;span style='font-weight: bold;'&gt;ว่าด้วยการขบกัด &lt;/span&gt;ผู้ชายมักทำเหมือนพยายามดึงจุกสำหรับเป่าลม ของลูกบอลพลาสติกออกด้วยปาก ความจริงแล้ว "ยอดอก"ของสตรีเป็นส่วนที่ไวต่อความรู้สึกมาก ทนกิริยาที่เหมือนขบเขี้ยวเคี้ยวฟันแบบนั้นไม่ไหว แค่เพียงสะบัดลิ้นผ่านก็เพียงพอ อย่าเห็นเป็นของเล่นสำหรับลูกหมาฟันเพิ่งขึ้นแบบนั้น&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;/li&gt;&lt;li&gt; &lt;span style='font-weight: bold;'&gt;อย่าทิ้งของขวัญไว้ให้เธอจัดการ&lt;/span&gt; การกำจัดถุงยางอนามัยใช้แล้ว เป็นหน้าที่ของเพศชาย คุณเป็นผู้สวม ก็ต้องเป็นผู้ทิ้งให้เป็นที่เป็นทาง&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;/li&gt;&lt;li&gt; &lt;span style='font-weight: bold;'&gt;อย่าเล่นงานคลิตอริสโดยตรง&lt;/span&gt; แรงกดโดยตรงสร้างความเจ็บปวดมากสำหรับผู้หญิง ใช้นิ้วมือหมุนวนเฉพาะด้านข้าง ด้วยความนุ่มนวล จะดีกว่า&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;/li&gt;&lt;li&gt;&lt;span style='font-weight: bold;'&gt; อย่าผลักไสสิ่งใดเข้าไประหว่างเล้าโลมขั้นต้น &lt;/span&gt;การไล้มือด้วยความแผ่วเบา ผ่านกางเกงชั้นใน ให้ความรู้สึกเซ็กซี่ได้มาก แต่การพยายามผลักสิ่งใดเข้าไป ในช่วงระยะเวลานี้ ไม่ควรทำอย่างยิ่ง&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;/li&gt;&lt;li&gt;&lt;span style='font-weight: bold;'&gt; อย่านวดให้รุนแรงนัก&lt;/span&gt; ถ้าตั้งใจจะใช้วิธีการนวดเพื่อเร้าอารมณ์และความรู้สึกทางเพศ ฝ่ามือและปลายนิ้วเป็นที่ยอมรับได้ ที่ห้ามใช้คือข้อศอกและหัวเข่า&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;/li&gt;&lt;li&gt;&lt;span style='font-weight: bold;'&gt; อย่าเปลื้องผ้าก่อนเวลาอันควร &lt;/span&gt;ห้ามเร่งรัดสถานการณ์ ด้วยการชิงเป็นฝ่ายแก้ผ้าก่อน ควรปล่อยให้เธอเป็นฝ่ายชี้นำ เช่น เมื่อเธอเริ่มแกะกระดุมคุณ&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;/li&gt;&lt;li&gt;&lt;span style='font-weight: bold;'&gt; อย่าถอดกางเกงออกเป็นชิ้นแรก&lt;/span&gt; ผู้ชายในสภาพที่ตัวเหลือแต่กางเกงในกับถุงเท้าทำงาน เป็นภาพที่แย่ที่สุดทางที่ดีควรปล่อยให้ถุงเท้าหลุดจากร่างกายไปก่อนเป็น อันดับแรก&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;/li&gt;&lt;li&gt;&lt;span style='font-weight: bold;'&gt; อย่าเร่งความเร็วเกินไป &lt;/span&gt;เมื่อบางส่วนของร่างกายคุณอยู่ในร่างกายเธอ สิ่งที่แย่ที่สุดที่ผู้ชายมักทำ คือ เร่งความเร็วเหมือนโยกคันปั๊มน้ำเหมือนการปั๊มน้ำขึ้นจากบ่อบาดาลในไม่ช้า ผู้หญิง ก็จะรู้สึกว่าตัวเองเป็นเพียงเครื่องจักรล้าสมัยที่คนงานจำเป็น ต้องออกแรงอย่างหนักที่ดีกว่าคือเริ่มด้วยจังหวะช้าๆ สม่ำเสมอไม่ต้องเร่งร้อนให้เป็นไปตามธรรมชาติ&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;/li&gt;&lt;li&gt;&lt;span style='font-weight: bold;'&gt; อย่าไปถึงจุดนั้นเร็วเกินไปนัก&lt;/span&gt; เป็นความกลัวของผู้ชายทุกคน ใครที่ไปถึงจุดสุขสุดยอดก่อนที่จะเห็นดวงตาของอีกฝ่ายกลอกกลิ้งจนแทบจะหาตา ดำไม่พบทำใจได้เลยคุณต้องเตรียมแผนสำรองสำหรับความสุขของเธอที่ยังมาไม่ถึง&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;/li&gt;&lt;li&gt;&lt;span style='font-weight: bold;'&gt; อย่าไปไม่ถึงสักที &lt;/span&gt;เป็นความเข้าใจของผู้ชายจำนวนไม่น้อยที่ว่า การร่วมรักเป็นชั่วโมงโดยไม่ไคลแมกซ์ เป็นสัญลักษณ์ของชายชาตรี แต่สำหรับผู้หญิงแล้ว เต็มไปด้วยความปวดระบม&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;/li&gt;&lt;li&gt;&lt;span style='font-weight: bold;'&gt; อย่าถามว่าเธอไปถึงแล้วใช่ไหม&lt;/span&gt; คำถามนี้มีความหมายเทียบเท่ากับที่เธอถามคุณว่า "อยู่ข้างในแล้วใช่ไหมคะ" ปกติแล้วผู้ชายจะรู้ถ้าผู้หญิงไปถึง ผู้หญิงส่วนใหญ่มักส่งเสียง แต่ถ้าไม่ทราบจริงๆ ก็อย่าถาม ณ ขณะนั้น ให้นำเรื่องนี้มา ถามภายหลัง ทำให้เหมือนเรื่องปกติที่สามี-ภรรยาพูดคุยกัน&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;/li&gt;&lt;li&gt;&lt;span style='font-weight: bold;'&gt;อย่าใช้ศอกดันศีรษะเธอลง&lt;/span&gt; ถ้าต้องการรับสัมผัสรักจากปากคู่รัก อย่าใช้มือกดหรือใช้ข้อศอกดันศีรษะเธอลงไป นอกจากไม่สุภาพแล้ว ผู้หญิงยังรู้สึกถูกบีบบังคับ และกดขี่ทางเพศหน่อยๆ ควรใช้วิธีกระซิบหว่านล้อมจะดีกว่า&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;/li&gt;&lt;li&gt;&lt;span style='font-weight: bold;'&gt; เตือนให้เธอรู้ว่าคุณจะไคลแมกซ์ &lt;/span&gt;รสชาติของเหลวจากการไคลแมกซ์ของเพศชาย เหมือนน้ำทะเลผสมไข่ขาว ไม่ใช่ทุกคนจะชอบรสนี้ เมื่อคู่รักทำออรัลเซ็กซ์ให้ เตือนให้เธอรู้ตัวสักหน่อย เผื่อเธอจะมีวิธีรับมือตามความถนัดของเธอ&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;/li&gt;&lt;li&gt;&lt;span style='font-weight: bold;'&gt; ว่าด้วยความสะอาด &lt;/span&gt;เด็กหนุ่มควรได้รับการชี้แนะให้ทำความสะอาดหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศเป็นประจำ ทุกวัน ไม่เช่นนั้น อวัยวะเพศอาจติดเชื้อ หรือมีกลิ่นไม่พึงประสงค์ ถ้าผู้ปกครองลืมชี้แนะ รีบเข้าไปในห้องน้ำแล้วทำตามขั้นตอนต่อไปนี้ : &lt;span style='font-style: italic;'&gt;ค่อยๆ ดึงหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศไปด้านหลัง ถูเบาๆ ด้วยสบู่อ่อน ชำระล้างด้วยน้ำอุ่น ถ้ามีคราบสกปรกติดอยู่ ใช้นิ้วค่อยๆ เช็ดออก แล้วปล่อยหนังหุ้มปลายกลับมาอยู่ที่เดิม&lt;/span&gt;&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;/li&gt;&lt;li&gt; &lt;span style='font-weight: bold;'&gt;อย่าปฏิบัติตามธรรมเนียมหนังเอ็กซ์ &lt;/span&gt;ในภาพยนตร์ประเภทนี้ ผู้หญิงดูเหมือนคลั่งไคล้เมื่อผู้ชายฉีดพ่นของเหลวในขณะไคลแมกซ์ไปทั่วร่าง กายเธอ แต่ในชีวิตจริง นั่นหมายถึงงานซักรีดที่ต้องเหนื่อยแรงมากขึ้น&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;/li&gt;&lt;li&gt;&lt;span style='font-weight: bold;'&gt; อย่าปล่อยให้เธออยู่ข้างบนนานเกินไป &lt;/span&gt;การขอให้เธอเป็นฝ่ายอยู่ข้างบนเป็นเรื่องที่ดี แต่เมื่อเธอขึ้นไปอยู่ด้านบนแล้ว คุณก็ไม่ควรนอนเฉยๆ จงลูบไล้เรือนร่างเธอด้วยความละมุนละมัยเธอจะได้ไม่รู้สึกโดดเดี่ยวเกินไป และปล่อยให้เธอลงมาพักบ้าง&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;/li&gt;&lt;li&gt;&lt;span style='font-weight: bold;'&gt; ว่าด้วยการขอถ่ายรูป &lt;/span&gt;เมื่อผู้ชายเอ่ยปาก "ผมขอถ่ายรูปคุณตอนนี้ได้ไหม" สิ่งที่เธอได้ยินต่อก็คือ "...เพื่อจะได้เอาไว้อวดเพื่อนๆ ของผมไง" ถ้าคุณประทับใจจริงๆ ครั้งนี้เก็บภาพเธอไว้ด้วยความทรงจำจะดีกว่า&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;/li&gt;&lt;li&gt;&lt;span style='font-weight: bold;'&gt; เป็นนักจินตนาการเข้าไว้ &lt;/span&gt;"การจินตนาการ" รวมความหมายได้ตั้งแต่ การใช้นิ้วลากเป็นตัวอักษร บนแผ่นหลังอันเปลือยเปล่า ของเจ้าหล่อน ราดน้ำผึ้งบนตัวหล่อนแล้วเลียออก หรืออะไรก็ตามที่หยิบฉวยได้ด้วยมือ เช่น ผลไม้ น้ำแข็ง ผ้าพันคอ การอาบน้ำหรือแช่ในอ่างอาบน้ำที่เต็มไปด้วยฟองสบู่หอมยกเว้น "น้ำตาเทียนร้อนๆ" อาจเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาเป็นรายๆ ไป &lt;/li&gt;&lt;/ol&gt;&lt;/div&gt;&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6419216617469968010-3909727481622239538?l=health1081009.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://health1081009.blogspot.com/feeds/3909727481622239538/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=6419216617469968010&amp;postID=3909727481622239538' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6419216617469968010/posts/default/3909727481622239538'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6419216617469968010/posts/default/3909727481622239538'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://health1081009.blogspot.com/2009/06/23.html' title='ศิลปะบนเตียง 23 ประการ ของสุภาพบุรุษ'/><author><name>WebMaster.</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6419216617469968010.post-4700269370690699147</id><published>2009-06-25T03:11:00.000-07:00</published><updated>2009-06-26T02:54:48.851-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ความรู้ทั่วไป'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='Sex ใครคิดว่าไม่สำคัญ'/><title type='text'>10 Steps of Oral Sex</title><content type='html'>&lt;div xmlns='http://www.w3.org/1999/xhtml'&gt;&lt;div style='text-align: justify;'&gt;    &lt;big&gt;ช่วงเวลาที่สุขที่สุดของการมีเซ็กซ์ คงหนีไม่พ้นจุดสุดยอดเป็นแน่ แต่ระหว่างทางก่อนที่จะถึงจุดนั้น มีวิธีหนึ่งที่ทำให้รู้สึกดีไม่แพ้กัน นั่นคือการ เล้าโลมด้วยปาก หรือว่าง่ายๆ ก็คือ Oral Sex แต่วิธีการนี้ก็ยังมีหลายคู่ หลายคน ไม่แน่ใจว่าจะต้องเริ่มต้นอย่างไร ต้องทำอย่างไรบ้าง เอาเป็นว่าผมจะไล่เรียงแต่ละขั้นแต่ละตอนให้เห็นภาพกันจะๆ ละกันครับ&lt;/big&gt;&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;บอกไว้ก่อนว่า วิธีการต่างๆ นั้น เป็นเพียงแค่คำแนะนำเท่านั้น หากคุณอยากจะให้รักของคุณออก มาพึงพอใจทั้งคู่ ลองมานั่งคุยกันว่าพอใจไหม ต้องปรับเปลี่ยนอย่างไร อย่าไปอายเลยครับ นึกเสียว่า ไม่รู้วันนี้ ดีกว่า เลิกกันไปแล้วมานั่งเสียดาย&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;span style='font-weight: bold;'&gt;Step1: เปิดใจก่อนเปิดปาก&lt;/span&gt;&lt;br/&gt;หลายๆ คน มองวิธีการทำรักด้วยปากเป็นเรื่องต่ำ น่ารังเกียจ ไม่สนุก ไม่ปลื้ม ฯลฯ เพราะฉะนั้น ก่อนอื่นคุณต้องเลิกความเชื่อเหล่านี้เสีย แล้วทดลองดูก่อน ผมเชื่อว่าคู่รักหลายๆ คู่ มีสิทธิ์ที่จะตกอยู่ในภวังค์ของกันและกันไปในทันที เริ่มต้นขั้นตอนแรกไม่ใช่เรื่องยากครับ ทำใจยอมรับให้ได้เสียก่อนว่าความสุขกำลังจะตามมา&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;span style='font-weight: bold;'&gt;Step2: ความสะอาดต้องมาก่อน&lt;/span&gt;&lt;br/&gt;ความสะอาดของคุณเป็นส่วนสำคัญที่สุดก่อนที่จะเริ่มกิจกรรมนี้ เพราะจุดสำคัญของคุณคงไม่ได้หอมดังกลิ่นกุหลาบหรือหวานปานน้ำผึ้งใช่มั้ยครับ ดังนั้น ก่อนที่จะเริ่มอะไรสนุกๆ คุณควรจะอาบน้ำทำความสะอาดเสียก่อน โดยเฉพาะตามซอก ตามหลีบที่เป็นจุดให้ความสนุก ยิ่งต้องเน้นเป็นพิเศษครับ&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;span style='font-weight: bold;'&gt;Step3: อบอุ่นร่างกายก่อนลงสนามจริง&lt;/span&gt;&lt;br/&gt;ก่อนที่คุณจะก้มลงไปที่หว่างขาของเธอนั้น คุณอาจจะใช้ลูกเล่นสักนิดหน่อย อมน้ำร้อนไว้ในปากสักนิด เพื่อให้ความอบอุ่นเกิดขึ้นที่ปลายลิ้น เพียงแค่นี้เนินน้อยๆ ของเธอก็จะได้รับสัมผัสที่อบอุ่นและนุ่มนวล&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;span style='font-weight: bold;'&gt;Step4: โหมโรงคลื่นกระทบฝั่ง&lt;/span&gt;&lt;br/&gt;ค่อยๆ บรรเลงบทเพลงรักไปเรื่อยๆ ช้าๆ เหมือนคลื่นที่ค่อยๆ ซัดเข้าหาฝั่ง การใช้มือและลิ้น ค่อยๆ สัมผัสกับร่างกายของฝ่ายหญิงอย่างนุ่มนวล ให้เหมือนเป็นจุดเริ่มของบทรักบทนี้อย่างอิ่มเอมใจ&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;span style='font-weight: bold;'&gt;Step5: ฝ่ามือกุมขมิบ&lt;/span&gt;&lt;br/&gt;ใช้ฝ่ามือของคุณ ค่อยๆ กุมไปที่น้องหนูเอาไว้ให้มิดชิด จากนั้นสอดมืออย่างช้าๆ ไปที่บริเวณด้านบนของเธอ ใช้การแตะ สัมผัสเบาๆ หรือจะบดบี้ ขยี้อย่างไร้ความปรานีก็ตามแต่ แต่ควรกำหนดทิศทางให้อย่างชัดเจนเพื่อไล่เรียงความเสียวไปด้วย เช่นเป็นวงกลม ขึ้นๆ ลงๆ ก็ได้เช่นกัน&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;span style='font-weight: bold;'&gt;Step6: ชิวหาพาเพลิน&lt;/span&gt;&lt;br/&gt;กระตุ้นอารมณ์ด้วยมือได้สักพัก แล้วหันมาใช้ลิ้นอุ่นๆ ค่อยๆ สัมผัสกับน้องหนูเบาๆ บริเวณซอกขา ไล่ไปที่จุดเสียว ระหว่างที่ใช้ลิ้นแตะ ก็ใช้มือลูบไล้จุดกระตุ้นอารมณ์ส่วนอื่นไปด้วยก็ได้&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;span style='font-weight: bold;'&gt;Step7: 69 ท่าไม้ตายสุดคลาสสิค&lt;/span&gt;&lt;br/&gt;ท่านี้เป็นท่าที่คนส่วนใหญ่แล้วนิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย ท่า 69 กลับหัวกลับหาง ทำรักให้กันและกัน วิธีนี้ไม่จำเป็นจะต้องนอนราบอย่างเดียวเท่านั้น จะนอนข้าง ตะแคง หรือจะหกคะเมนแค่ไหนก็ได้ ตามแต่ใจชอบเลยครับ&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;span style='font-weight: bold;'&gt;Step8: เปิดธารน้ำไหล&lt;/span&gt;&lt;br/&gt;การใช้ลิ้นจนเพลินเกินไป อาจจะทำให้บริเวณเนินน้องนั้นแห้งผาก ให้ใช้มือช่วยเปิดกระตุ้นให้น้ำไหลออกมาครับเท่านี้ก็จะเหมือนน้ำที่ทะลักออกมาจากซอกหินให้เราเพลินเพลินเจริญใจต่อ&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;span style='font-weight: bold;'&gt;Step9: เวลาจะช่วยอะไร&lt;/span&gt;&lt;br/&gt;หากใช้เวลาในการทำนานเกินไป อาจจะทำให้อีกฝ่ายหมดอารมณ์ไปเลยก็ได้นะครับ แนะนำว่าระยะเวลาที่พอเหมาะสำหรับการทำรักด้วยวิธีนี้ อยู่ที่ประมาณ 20 นาที จากนั้นก็เริ่มซุกซนไปที่อื่นได้แล้ว&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;span style='font-weight: bold;'&gt;Step10: ส่งท้ายเดินหน้าลุยหรือโบกมือลา&lt;/span&gt;&lt;br/&gt;จากเริ่มต้นมาถึงจุดนี้ อารมณ์ของทั้งคู่คงถึงที่สุดแล้ว คงไม่ต้องพูดอะไรกันมาก หากพร้อมแล้วที่จะไปต่อ คุณก็เดินหน้าลุยไปได้เลย แต่ถ้ายังไม่พร้อม ก็หลุดความสุขสันต์ไว้ที่แค่นี้ก็พอครับ &lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6419216617469968010-4700269370690699147?l=health1081009.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://health1081009.blogspot.com/feeds/4700269370690699147/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=6419216617469968010&amp;postID=4700269370690699147' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6419216617469968010/posts/default/4700269370690699147'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6419216617469968010/posts/default/4700269370690699147'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://health1081009.blogspot.com/2009/06/10-steps-of-oral-sex.html' title='10 Steps of Oral Sex'/><author><name>WebMaster.</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6419216617469968010.post-3637804660524578190</id><published>2009-06-24T02:11:00.000-07:00</published><updated>2009-06-26T02:49:35.842-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ความรู้ทั่วไป'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='Sex ใครคิดว่าไม่สำคัญ'/><title type='text'>คุณูปการของ SEX</title><content type='html'>&lt;div xmlns='http://www.w3.org/1999/xhtml'&gt;&lt;div style='text-align: justify;'&gt;&lt;big style='font-weight: bold;'&gt;SEX - ลดความอ้วน&lt;br/&gt;SEX - บำรุงความงาม&lt;br/&gt;SEX - แก้ปวดหัว และอาการแพ้&lt;br/&gt;SEX - ช่วยประหยัด… ไม่ต้องซื้อน้ำหอม&lt;br/&gt;SEX - ทำให้ผมนุ่มเป็นเงางาม&lt;br/&gt;SEX - ฯลฯ…ฯลฯ…ฯลฯ&lt;/big&gt;&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;คุณรู้หรือไม่ว่าผิวหนังสามารถบอกคุณได้ว่าคน ๆ นั้นกระตือรือร้นทางเพศหรือไม่ มีกิจกรรมทางเพศเฉื่อยชาหรือกระปี้กระเปร่าดีหรือไม่ ขอว่าเป็นข้อ ๆ&lt;br/&gt;&lt;ol&gt;&lt;li&gt; เซ็กส์คือการบำรุงความงาม การทดลองทางวิทยาศาสตร์ พบว่าขณะผู้หญิงมีเพศสัมพันธ์ เธอจะหลั่งฮอร์โมนเอสโตรเจนออกมาปริมาณมาก ซึ่งทำให้เส้นผมเป็นเงางามและผิวหนังนุ่มนวล&lt;br/&gt;&lt;/li&gt;&lt;li&gt; เพศสัมพันธ์ที่อ่อนโยนและผ่อนคลายช่วยลดการอักเสบทางผิวหนัง เช่น สิว และผื่นต่าง ๆ ได้ เหงื่อที่ไหลออกมาเป็นตัวชะล้างรูขุมขน ทำให้ผิวหนังผ่องใส&lt;br/&gt;&lt;/li&gt;&lt;li&gt; เพศสัมพันธ์ช่วยเผาผลาญแคลอรี่ที่คุณกินเข้าไปช่วงมื้อค่ำอันโรแมนติก&lt;br/&gt;&lt;/li&gt;&lt;li&gt; เซ็กส์คือการออกกำลังกายที่ปลอดภัยที่สุด มันทั้งช่วยยืดเส้นยืดสายและทำให้กล้ามเนื้อตึงในทุก ๆ ส่วน ของร่างกาย อีกทั้งน่าสนุกกว่าจ๊อกกิ้งหรือว่ายน้ำสัก 20 เที่ยว เป็นไหน ๆ แถมยังไม่ต้องใช้รองเท้ากีฬาแพง ๆ&lt;br/&gt;&lt;/li&gt;&lt;li&gt; เซ็กส์ช่วยลดความตึงเครียดได้ดียิ่งกิจกรรมทางเพศ ช่วยหลั่งสารเอนดอร์ฟินส์ในกระแสเลือดทำให้คุณรู้สึกดีขึ้น&lt;br/&gt;&lt;/li&gt;&lt;li&gt; มีเซ็กส์บ่อย ๆ คุณยิ่งได้รับสารเคมีที่ชื่อ “ฟีโรโมนส์” (Pheromones) มากยิ่งขึ้น&lt;br/&gt;&lt;/li&gt;&lt;li&gt; กลิ่นตัวที่ถูกขับออกมาขณะมีความต้องการทางเพศ เป็น “น้ำหอม” ที่ช่วยกระตุ้นให้เพศตรงข้ามคึกคักได้อย่างเหลือเชื่อ&lt;br/&gt;&lt;/li&gt;&lt;li&gt; จูบกันทุกกวันลดอาการฟันผุ การจูบกระตุ้นน้ำลายให้ขับน้ำลายออกมาจึงช่วยชะล้างฟันของคุณให้สะอาด&lt;br/&gt;&lt;/li&gt;&lt;li&gt; เซ็กส์แก้ปวดหัว ตลอดกระบวนการทางเพศจะช่วยผ่อนคลายความตึงเครียด ซึ่งไปปิดกั้นหลอดเลือดในสมองไว้&lt;br/&gt;&lt;/li&gt;&lt;li&gt; ร่วมเพศบ่อย ๆ ช่วยแก้อาการคัดจมูกเพราะเซ็กส์เป็นยาแอนตี้ฮิสตามีนจากธรรมชาติ แก้อาการแพ้ฝุ่นแพ้ละอองได้ดี&lt;br/&gt;&lt;/li&gt;&lt;li&gt; เซ็กส์จะเป็นยานอนหลับที่มีประสิทธิภาพดีกว่า Valium “แวเลี่ยม” หลายเท่า ถ้าคุณสามารถมีเซ็กส์เกิน 5 ครั้งในหนึ่งคืน &lt;/li&gt;&lt;/ol&gt;&lt;div style='text-align: center;'&gt;&lt;big style='color: rgb(255, 0, 0); font-weight: bold;'&gt;&lt;big&gt;&lt;big&gt;เพราะฉะนั้น วันนี้คุณมี SEX แล้วหรือยัง?&lt;/big&gt;&lt;/big&gt;&lt;/big&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6419216617469968010-3637804660524578190?l=health1081009.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://health1081009.blogspot.com/feeds/3637804660524578190/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=6419216617469968010&amp;postID=3637804660524578190' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6419216617469968010/posts/default/3637804660524578190'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6419216617469968010/posts/default/3637804660524578190'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://health1081009.blogspot.com/2009/06/sex_24.html' title='คุณูปการของ SEX'/><author><name>WebMaster.</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6419216617469968010.post-3874156423057829802</id><published>2009-06-22T00:11:00.000-07:00</published><updated>2009-06-26T02:43:32.808-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ความรู้ทั่วไป'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='Sex ใครคิดว่าไม่สำคัญ'/><title type='text'>Wake UP เซ็กซ์...เอ็กซ์กันแต่เช้า</title><content type='html'>&lt;div xmlns='http://www.w3.org/1999/xhtml'&gt;&lt;div style='text-align: justify;'&gt;การซุกตัวอิงแอบกัน ยามเช้าแล้วแปรเปลี่ยนไปเป็นเซ็กซ์ ร้อนแรงเหนือความคาดหมาย ถือเป็นความเซ็กซี่ที่พิเศษ สุดยอด ซึ่งกลายเป็นความชื่นมื่นคึกคักทำให้หน้าตา บานแฉ่งจนเพื่อนร่วมงานต้องร้อง ทักว่า วันนี้มีอะไรพิเศษ  หรือเปล่าหนอ สำหรับผู้ชายการมีเซ็กซ์ตอนเช้าเป็นสิ่งแรกถือเป็นการกระตุ้นร่างกายให้ตื่น ตัว และตอนเช้ายังเป็นช่วงดีที่สุดเหมาะแก่การมีเซ็กซ์ เนื่องจากระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน จะเพิ่มขึ้นสูงสุดในตอนเช้า นอกจากนั้น ทั้งเราและเขาควรพักผ่อนให้เต็มที่ ไม่เครียดไม่เซ็ง และพร้อมเตรียมลุยได้แบบไม่เกรงใจใคร ขอแนะนำให้ตั้งนาฬิกาปลุกเร็วขึ้นกว่าเดิมสัก 1 ชั่วโมงแล้วลองทำตามเคล็ดลับ  ซุกซนดังต่อไปนี้&lt;br/&gt;ปลุกให้ตื่น&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;ธรรมชาติ ของผู้ชายทุกคนคือแข็งตัวเมื่อตื่นนอนตอนเช้า โดยไม่มีอารมณ์เพศเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นเรื่องของระบบร่างกายมากกว่า เรื่องอย่างว่า คล้ายกับร่างกายต้องการทดสอบเครื่องเคราเมื่อเริ่มวันใหม่ นั่นแหละ ดังนั้น ผู้หญิงจึงควรฉวยโอกาสนี้จัดการกระตุ้นเร้าอารมณ์เซ็กซ์ ของเขาก่อนที่จะรุกเข้าสู่โหมดร้อนแรงยิ่งขึ้น ด้วยการบรรจงจูบเขาให้ตื่น จากหลับไหล โดยเริ่มที่บริเวณขมับ ริมฝีปาก แล้วไล่เรื่อยลงมาตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย โดยมีเป้าหมายสุดท้ายที่เจ้าหนู อย่าลืมใช้เวลาละเลียดอยู่แถวต้นขาด้านใน จากนั้นตบท้ายด้วยการอ้ำเจ้าหนูอย่างเอร็ดอร่อยจนเขาต้องครางฮือ &lt;br/&gt;&lt;span style='font-style: italic;'&gt;&lt;span style='font-weight: bold;'&gt;ข้อควรจำ : &lt;/span&gt;เขาสามารถใช้วิธีนี้ปลุกเราได้เช่นกัน&lt;/span&gt;&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;big&gt;&lt;span style='font-weight: bold;'&gt;เซ็กซ์จานด่วน&lt;/span&gt;&lt;/big&gt;&lt;br/&gt;ถ้า เป็นคนที่ต้องรีบร้อน เสมอในยามเช้า ลุกขึ้นจากเตียง ก็ต้องอาบน้ำแต่งตัวรีบไปทำงาน ลองหาเวลาทำเซ็กซ์จานร้อนแบบด่วนจี๋ซูเปอร์สปีดสิคะ เริ่มด้วยการผลักเขาลงนอน แล้วจัดการจูบแบบบดขยี้หนักหน่วงเพื่อให้เขารู้ว่าเราต้องการเขาเดี๋ยวนี้! จากนั้น กระโดดขึ้นคร่อมแบบสาวคาวเกิร์ลควบขี่ เอนตัวไปข้างหน้า จับแขนเขาไว้ในท่าขึงพืดการทำตัวเป็นผู้รุกราน จะช่วยเสริมสร้างความมั่นใจและทำให้รู้สึกว่าตัวเองมีอำนาจมากขึ้น แถมยังได้ทำตัวเป็นเจ้าแม่ไปตลอดวันนั้นเลยค่ะ&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;big&gt;&lt;span style='font-weight: bold;'&gt;อำนาจแห่งน้ำ&lt;/span&gt;&lt;/big&gt;&lt;br/&gt;แทน ที่จะทะเลาะกันแย่งห้องน้ำทุกเช้า ลองเข้าไปแจมใต้บัวอาบน้ำกับเขาดีกว่าค่ะ แล้วแตะเนื้อต้องตัวแลกเปลี่ยนสัมผัสที่เร้าอารมณ์ต่อกันจนกระทั่งทั้งเขา และเราตื่นเต็มตาและตื่นตัว ขอแนะนำให้ลองท่านี้ : ยืนขาเดียวโดยบาลานซ์ตัวให้ดี และยกขาอีกข้างเกี่ยวไว้เหนือสะโพกของเขาไว้ เพื่อเปิดทางให้สอดใส่ทางด้านหน้าได้เต็มที่ รับรองว่าห้องน้ำจะร้อนเร่าราวกับ ห้องซาวน่าเลยทีเดียว&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;big&gt;&lt;span style='font-weight: bold;'&gt;ปรนเปรอด้วยมื้อเช้า&lt;/span&gt;&lt;/big&gt;&lt;br/&gt;สร้าง อารมณ์หวามไหวด้วยการผลัดกันป้อนมื้อเช้าบนเตียงให้กันและกัน อาหารที่เหมาะกับการ ป้อนไปนัวเนียไปควรเป็นอาหารเบาๆ ที่เป็นชิ้นหรือขนาดพอคำ เช่น ผลไม้ ครัวซองต์ที่ฉีกเป็นชิ้นแล้วจิ้มกาแฟ หรือขนมปังปิ้งจิ้มไข่ดาวก็เวิร์กดี และถ้ามีอะไรหยดไหลเยิ้ม ไม่ต้องเช็ดออกค่ะขอแนะนำให้ใช้ปากให้เป็นประโยชน์ด้วยการบรรจงเลีย... เลีย... และเลียอาหารจากร่างกายกันและกัน (วิธีนี้เวิร์กมากหากยังอยู่ในชุดนอน หรือชุดอื่นที่ไม่ใช่ชุดทำงานเต็มยศ)&lt;/div&gt;&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6419216617469968010-3874156423057829802?l=health1081009.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://health1081009.blogspot.com/feeds/3874156423057829802/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=6419216617469968010&amp;postID=3874156423057829802' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6419216617469968010/posts/default/3874156423057829802'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6419216617469968010/posts/default/3874156423057829802'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://health1081009.blogspot.com/2009/06/wake-up.html' title='Wake UP เซ็กซ์...เอ็กซ์กันแต่เช้า'/><author><name>WebMaster.</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6419216617469968010.post-5791398455329337631</id><published>2009-06-05T17:51:00.001-07:00</published><updated>2009-06-05T17:51:31.875-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='Sex ใครคิดว่าไม่สำคัญ'/><title type='text'>ผู้ชายกับ 10 คำถามที่รอคำตอบ</title><content type='html'>&lt;div xmlns='http://www.w3.org/1999/xhtml'&gt;&lt;div align='justify'&gt;&lt;i&gt;&lt;big&gt;&lt;b&gt;เรื่อง เกี่ยวกับความรักและกามารมณ์นั้น &lt;/b&gt;เป็นเรื่องราวที่ยังคาอยู่ในความสนใจของคนเราทุกคน ไม่ว่ายุคสมัยจะเปลี่ยนไปอย่างไร กาลเวลาจะผันแปรไปจนเข้าสู่สหัสวรรษใหม่แล้ว เพื่อเป็นการเริ่มต้นเดือนแห่งความรัก เรามาคุยกันก่อนดีไหมครับว่าในรอบปีที่ผ่านไปนั้น มีปัญหาอะไรบ้างที่ผู้ชายอยากรู้มากที่สุด 10 คำถาม เอาเป็นว่าเป็นโพลล์ของผมเองก็แล้วกัน เป็นโพลล์อย่างไม่เป็นทางการ&lt;/big&gt;&lt;/i&gt;&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;    &lt;font color='#ff6600'&gt;&lt;b&gt;อันดับแรก ทำอย่างไรจึงจะมีสมรรถภาพทางเพศเต็มเปี่ยมไปนานแสนนาน&lt;/b&gt;&lt;/font&gt;&lt;br/&gt;    เคล็ดลับอยู่ที่&lt;br/&gt;&lt;ul&gt;&lt;li&gt; นอนแต่หัวค่ำ จะได้มีเวลาสร้างฮอร์โมนเพศชายได้นานขึ้น เพราะการสร้างฮอร์โมนเพศชายนั้น จะสร้างในตอนกลางคืนเป็นส่วนใหญ่&lt;/li&gt;&lt;li&gt; ช้งานอวัยะส่วนนั้นเป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็นการกระตุ้นตนเองหรือมีกิจกรรมแห่งความรักใคร่กับคนรัก เพราะของอะไรไม่ใช้ย่อมเสื่อมสลายไปเป็นธรรมดา&lt;/li&gt;&lt;li&gt; ออก กำลังกาย คลายเครียด เลือดไหลเวียนดีขึ้นแน่นอน คุณๆ ก็รู้ว่าจะให้ส่วนนั้นทำงานต้องมีเลือดไปคั่งได้ดีเวลาเกิดอารมณ์ ดังนั้น ต้องทำให้เลือดไหลเวียนดีจึงจะซู่ซ่า ซู่ซ่า...จริงไหมครับ &lt;br/&gt;&lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;    &lt;font color='#ff6600'&gt;&lt;b&gt;อันดับที่สอง ทำอย่างไรจึงจะไม่เป็นพวก นกกระจอกไม่ทันกินน้ำ&lt;/b&gt;&lt;/font&gt;&lt;br/&gt;    แค่ คุณๆ ให้เวลาเล้าโลมเธอนานๆ หน่อย จนเธอพร้อมแล้ว คุณค่อยเคลื่อนนาวาของคุณผ่านปากอ่าวไป ถึงจะล่มไปบ้าง เธอก็คงจะพอใจไปบ้างแล้ว แต่ถ้าคุณหมั่นฝึกฝนการขมิบกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานของคุณให้หมือนตอนจะกลั้น ถ่ายอุจจาระไว้บ่อยๆ แล้วจะทำให้กล้ามเนื้อนั้นแข็งแรงเวลาที่คุณรู้สึกเหมือนจะกลั่นไม่อยู่แล้ว ก็ให้ขมิบก้นโดยแรง จะหยุดยั้งได้ครับ&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;    ไม่ อย่างนั้นคงจะต้องถอนกายออกมา แล้วใช้นิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้คืบส่วนปลายคอคอดของเจ้าน้องชายตัวดีและ บีบอย่างแรงก็พอจะหยุดยั่งภูเขาไฟที่กำลังจะระเบิดลงได้บ้างถ้าคำนวณแรง บีบดีพอ&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;    &lt;font color='#ff6600'&gt;&lt;b&gt;อันดับสาม ทำอย่างไรจึงจะทำให้เป็นมังกรผงาด&lt;/b&gt;&lt;/font&gt;&lt;br/&gt;    เทคนิค สำคัญกว่าขนาด แน่นอนครับ แต่ขนาดก็ต้องมาตรฐานนะครับ ที่เล็กไปหน่อยก็มีปัญหาเหมือนกัน โดยเฉพาะหลังจากเธอคนนั้นคลอดลูกให้คุณไปหลายคนแล้ว หมั่นกระตุ้น น้องชาย ให้ตื่นเป็นประจำทุกครั้งที่มีเวลาส่วนตัวซิครับ จะช่วยให้เลือดไปคั่งได้ดี และอวัยวะขยายตัวได้ขนาด&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;    &lt;font color='#ff6600'&gt;&lt;b&gt;อันดับที่สี่ จะรู้ได้อย่างไรว่าเธอคนนี้บริสุทธิ์&lt;/b&gt;&lt;/font&gt;&lt;br/&gt;    นักศึกษาแพทย์ลูกศิษย์ผมคนหนึ่ง ช่วยตอบแทนผมได้สะใจมากกว่า "อยากจะได้บริสุทธิ์น่ะ บริสุทธิ์กาย หรือบริสุทธิ์ใจ" ผู้หญิง นั้นน่ะครับ ถ้าไม่ใช้สมบุกสมบันมากนักแล้วละก็ ไม่มีทางรู้หรอกว่าเธอเคยเสียสาวมาก่อน ...อยากให้เธอบอกเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจไหมครับ อยากเป็นคนแรกหรือคนสุดท้ายดี!!&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;    &lt;font color='#ff6600'&gt;&lt;b&gt;อันดับห้า ช่วยตัวเองบ่อยๆ กระสุนจะหมดไหม&lt;/b&gt;&lt;/font&gt;&lt;br/&gt;    ถ้า มีการใช้งานสม่ำเสมอ ก็จะมีการผลิตกระสุนออกมาอย่างสม่ำเสมอด้วย แต่อย่าใช้งานมากไปนัก เดี๋ยวจะฟ้าเหลือง ทำพอประมาณ พอดี ก็พอแล้วครับ และอย่าใช้อุปกรณ์ช่วยมากนัก เดี๋ยวจะเกิดอันตรายได้&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;    &lt;font color='#ff6600'&gt;&lt;b&gt;อันดับหก มียาเพิ่มพลังเพศอะไรบ้างที่ได้ผล&lt;/b&gt;&lt;/font&gt;&lt;br/&gt;    ยา บำรุงพลังเพศ ยาเสริมพลังเพศ ยาปลุกเซ็กซ์ ไม่ว่าจะเรียกขานชื่ออะไร เป็นอันรู้กันว่า เป็นยาหรือสารบำรุงที่สามารถทำให้มีอารมณ์เพศได้ดี มีความสามารถในการแสดงบทรัก มีน้ำอดน้ำทน พวกนี้อยู่ในกลุ่มที่ฝรั่งเขาเรียกว่า อะโฟรดิซิแอค : APHRODISIAC แน่ นอนครับ ทางการแพทย์ยังไม่มีการยืนยันว่าตัวใดจะได้ผลจริง แม้จะทราบบ้างว่า ฮอร์โมนเพศชายที่เรียกว่า เทสโทสเตอโรน นั้น เป็นตัวช่วยกระตุ้นให้เกิดอารมณ์เพศได้ แต่ถ้าคุณมีการสร้างฮอร์โมนเพศชายเป็นปกติอยู่แล้ว การได้รับเพิ่มเติมเข้าไปก็ไม่ได้มีประโยชน์ในการเพิ่มอารมณ์เพศแต่อย่างใด ดร.รูช ซึ่งเป็นนักเพศศาสตร์ที่มีชื่อเสียง กล่าวว่า อารมณ์เพศของคนเรานั้น สิ่งที่กระตุ้นได้ดีที่สุดอยู่ระหว่างหูสองข้างของคุณ...สมองของคุณนั่นไง&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;    &lt;font color='#ff6600'&gt;&lt;b&gt;อันดับเจ็ด มีเทคนิคอะไรบ้างที่จะทำให้เธอมีความสุข&lt;/b&gt;&lt;/font&gt;&lt;br/&gt;    เทคนิค นั้นละเอียดอ่อนมาก พอจะบอกกล่าวได้เป็นหลักการก่อนว่า เธอนั้นต้องการการเล้าโลม หรือที่เรียกว่า FOREPLAY ให้มากๆ ครับ คุณต้องการกระตุ้นเธอด้วยคำพูดและอวัยวะต่างๆ ของคุณจนกว่าเธอจะแสดงอาการว่าพร้อมแล้วที่จะเป็นของคุณแล้วจึงค่อยหลอมร่าง กายเป็นร่างเดียวกัน อย่าลืมนะครับ แสดงให้เธอเห็นทั้งจากสายตา การเคลื่อนไหว ว่าเป็นการแสดงความรัก เป็นสัมผัสรักทางภาษากายที่คุณมอบให้เธอ และเมื่อมีความสุขร่วมกันแล้ว อย่าลืมกระซิบคำว่า "ผมรักคุณ" แก่เธอด้วย&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;    &lt;font color='#ff6600'&gt;&lt;b&gt;อันดับแปด ทำอย่างไรจึงจะรู้ว่าเธอรักเรา&lt;/b&gt;&lt;/font&gt;&lt;br/&gt;    มี ทฤษฎีมากมายที่รอการพิสูจน์ และผู้เขียนก็ยังไม่สามารถที่จะพิสูจน์ได้ว่าทฤษฎีไหนเชื่อถือได้มากที่สุด เขาเห็นว่า คุณก็รักเธอ ให้สุดหัวใจคุณ แล้วถ้าเธอไม่รักคุณตอบก็คิดเสียว่าไม่ใช่เนื้อคู่ก็แล้วกัน เรื่องของความรักนี่บังคับกันไม่ได้ จริงไหมครับ ถ้าจะต้องอยู่เป็นโสด ก็ขอให้เป็นโสดอย่างมีความสุขก็แล้วกัน&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;    &lt;font color='#ff6600'&gt;&lt;b&gt;อันดับเก้า กลัวติดเอดส์..แต่อยากลอง&lt;/b&gt;&lt;/font&gt;&lt;br/&gt;    เรื่อง นี้ป้องกันดีกว่ารักษาแน่นอน เพราะโรคเอดส์นั้นถ้าติดมาแล้วเหมือนศาลพิพากษาประหารชีวิต ไม่มีการรอลงอาญา ไม่มีการอภัยโทษ สารภาพก็ไม่ลดครึ่งราคา เรียกว่าติดมาแล้ว...ตายลูกเดียว ผลการศึกษาของดูเร็กซ์โพลล์ที่ออกมาว่า หนุ่มไทยกลัวเอดส์มากที่สุดในโลก ใช้ถุงยางอนามัยน้อยที่สุดในโลก อย่าลองเลยครับ ถ้าไม่แน่ใจว่าปลอดภัย&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;    &lt;font color='#ff6600'&gt;&lt;b&gt;อันดับสิบ จะรู้ได้อย่างไรว่าเธอคนนั้นไม่ชอบเพศเดียวกัน&lt;/b&gt;&lt;/font&gt;&lt;br/&gt;    กลัว หรือครับว่า เธอจะเป็นพวก หญิงรักหญิง เธอก็กลัวเหมือนกันครับว่า คุณจะเป็นพวก ชายรักชาย หรือรักทั้งชายและหญิง ทำอย่างไรดีครับ...เพราะเรื่องนี้ไม่มีคำตอบ ขอไปศึกษาดูก่อน ได้ความอย่างไรจะมาเล่าให้ฟังในโอกาสหน้านะครับ&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6419216617469968010-5791398455329337631?l=health1081009.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://health1081009.blogspot.com/feeds/5791398455329337631/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=6419216617469968010&amp;postID=5791398455329337631' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6419216617469968010/posts/default/5791398455329337631'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6419216617469968010/posts/default/5791398455329337631'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://health1081009.blogspot.com/2009/06/10.html' title='ผู้ชายกับ 10 คำถามที่รอคำตอบ'/><author><name>WebMaster.</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6419216617469968010.post-1662523681121688878</id><published>2009-06-05T17:39:00.001-07:00</published><updated>2009-06-05T17:39:23.887-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='Beauty'/><title type='text'>นิสัยต้องห้ามสำหรับสาวรักสวย</title><content type='html'>&lt;div xmlns='http://www.w3.org/1999/xhtml'&gt;&lt;div align='justify'&gt;คุณผู้หญิงทั้งหลายทราบหรือไม่คะ ศัตรูตัวฉกาจของความงาม จริง ๆ แล้ว มันก็คือ นิสัยเสีย ๆ บางอย่างของคุณสาว ๆ นั้นเองแหละ มาดูกันเลยดีกว่า ว่านิสัยที่ว่าไม่ดีต่อความงามนั้น มีอะไรบ้าง แล้วคุณมีนิสัยแบบนี้อยู่สักกี่ข้อ&lt;br/&gt;&lt;ol&gt;&lt;li&gt; &lt;b&gt;ชอบขมวดคิ้วและชักสีหน้า :&lt;/b&gt; ก็ นี่น่ะ เป็นสาเหตุสำคัญของรอยเหี่ยวย่นเลยนะ ถ้าตอนยังเป็นวัยรุ่นทำน่ะ คงไม่รู้สึกเท่าไหร่ แต่ถ้าตอนนี้คุณถึงวัยปลายยี่สิบ หรือย่างเข้าเลยสามแล้วล่ะก็ ลองไปยืนชักสีหน้า หรือขมวดคิ้วหน้ากระจกดูสิ แล้วจะตกใจ&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;/li&gt;&lt;li&gt; &lt;b&gt;เลียปาก :&lt;/b&gt; นอกจากจะเป็นบุคคลิกที่ดูจะไม่ค่อยงาม แล้ว มันยังทำให้ปากเราแห้งด้วย เพราะหลังจากน้ำลายแห้งแล้ว มันจะดูดความชื้นจากริมฝีปาก ลิปมันที่ทาเพื่อปกป้องความชุ่มชื้นและแสงแดด ก็จะหมดไปแล้วน้ำลายยังไปสร้างสารบางอย่างที่ช่วยดูดแสงแดดเข้าไปมากขึ้นอีก ด้วย&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;/li&gt;&lt;li&gt; &lt;b&gt;ขยี้ตา :&lt;/b&gt; ก็ผิวรอบดวงตาน่ะบอบบางมาก การขยี้ตบ่อย ๆ จะทำให้ริ้วรอบก่อตัวขึ้นมาได้อย่างรวดเร็ว&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;/li&gt;&lt;li&gt; &lt;b&gt;ใช้มอยเจอร์ไรเซอร์บำรุงผิวหน้าขวดเดียว :&lt;/b&gt; ก็ ขวดเดียวมันจะไปพออะไรล่ะคะ ยิ่งถ้าวัน ๆ ต้องเจอมลพิษนานารูปแบบ อีกทั้งกลางวันกลางคืน ก็มีความแตกต่างกัน อย่างน้อยครีมสำหรับกลางวันและกลางคืนก็ไม่ควรจะใช้ขวดเดียวกัน&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;/li&gt;&lt;li&gt; &lt;b&gt;กัดเล็บ และปล่อยมือแห้ง :&lt;/b&gt; การ กัดเล็บ นอกจากจะบ่งบอกบุคคลิกภาพที่ไม่มีความมั่นใจแล้ว ยังสกปรก และทำให้เล็บอ่อนแอด้วย เล็บก็จะกุด ๆ ไม่สวย ซึ่งเราไม่ควรมองข้าม มือ เป็นสิ่งที่สังเกตเห็นกันได้ง่าย แล้วในแต่ละวัน เราก็โชว์มือบ่อยซะด้วย และใครที่มัวแต่ใช้ครีมบำรุงผิวหน้าจนลืมผิวมือน่ะ ก็ช่วยให้เวลากับมือสักหน่อย เพราะถ้าหน้าเด้งแต่มือเหี่ยวน่ะ มันก็ดูเหมือนแต่งตัวไม่เสร็จน่ะแหละ&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;/li&gt;&lt;li&gt; &lt;b&gt;แปรงผมตอนที่ผมเปียก :&lt;/b&gt; ถือว่าเป็นการทำร้ายผมอย่างรุนแรงเลยเชียวหละ ใครที่ชอบทำแบบนี้ ขอให้เข้าใจเสียใหม่ว่า ผมแห้งเปราะบางกว่าผมเปียก 30% เลยทีเดียว&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;/li&gt;&lt;li&gt; &lt;b&gt;ห่อไหล่ :&lt;/b&gt; การ ห่อไหล่ด้วยการนั่งทำงานอยู่กับโต๊ะทั้งวี่ทั้งวัน กล้ามเนื้อไหล่และคอจะเกร็งและตึงเครียด ซึ่งอาจจะด่อให้เกิดปัญหาสุขภาพเรื้อรังตามมา&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;/li&gt;&lt;li&gt; &lt;b&gt;บีบสิว :&lt;/b&gt; สาว ๆ หลาย ๆ คนเห็นเป็นทนไม่ได้ มันกวนใจจริง ๆ ใครต่อใครก็บอกกันมา ว่าอย่าบีบนะ แต่มือมันก็ช่างไม่ฟังเอาเสียเลย ใครมีปัญหานี้ ต้องตระหนักถึงข้อเท็จจริงก่อนว่า ถ้าคุณไปบีบมัน อายุของมันจะยืดยาวอยู่บนหน้าของคุณนานยิ่งขึ้นไปอีก และอาจจะทำให้เป็นแผลเป็นเลยก็ได้ ทางที่ดีเราต้องยับยั้งชั่งใจดีกว่า&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;/li&gt;&lt;li&gt; &lt;b&gt;เกาแผลยุงกัด :&lt;/b&gt; ยุ่ง กัด ก็มันคัน ยิ่งเกาก็ยิ่งมัน ยิ่งคันเข้าไปใหญ่ เกาไปเกามาเลือดซิบ และบางทีก็ติดเป็นแผลเป็นไปตลอดชีวิตเลย คิดดูเถอะว่า ถ้าบนตัวคุณมีแต่ลายแผลเกายุงกัดน่ะ มันจะเยินขยาดไหน&lt;/li&gt;&lt;/ol&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6419216617469968010-1662523681121688878?l=health1081009.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://health1081009.blogspot.com/feeds/1662523681121688878/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=6419216617469968010&amp;postID=1662523681121688878' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6419216617469968010/posts/default/1662523681121688878'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6419216617469968010/posts/default/1662523681121688878'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://health1081009.blogspot.com/2009/06/blog-post_6852.html' title='นิสัยต้องห้ามสำหรับสาวรักสวย'/><author><name>WebMaster.</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6419216617469968010.post-459644593491448355</id><published>2009-06-05T17:36:00.001-07:00</published><updated>2009-06-05T17:36:23.079-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='Sex ใครคิดว่าไม่สำคัญ'/><title type='text'>วิธีง่ายๆ ช่วยให้รักเร่าร้อน</title><content type='html'>&lt;div xmlns='http://www.w3.org/1999/xhtml'&gt;ตอน นี้คุณและเขาอาจแต่งงานหรืออยู่ด้วยกันมานานหลายปีแล้ว จำช่วงเวลาสวีทของคุณทั้งสองได้มั้ย? ช่วงเวลาที่คุณเพิ่งคบกันใหม่ๆ ช่วงนั้นอะไรๆก็ดูราบรื่นมีความสุขไปหมด แต่ ไม่ช้าทั้งคุณและเขาก็เริ่มชินกับการกระทำเดิมๆ ประโยคเดิมๆที่เขาพูด ร้านอาหารเดิมที่มาทานทุกอาทิตย์ หรือบางครั้งคุณเองก็แทบจะเดาได้เลยว่าเขาจะทำอะไรต่อไป หากคุณเองก็กำลังคิดว่าความสัมพันธ์นี้มันน่าเบื่อขึ้นเสียแล้ว (แต่ก็ยังมั่นใจในความรัก) ทำไมไม่ลองลุกขึ้นมาสร้างสีสันให้ความสัมพันธ์ของคุณและเขาอีกครั้งล่ะ&lt;br/&gt;&lt;ol&gt;&lt;li&gt; &lt;b&gt;ปลุกเขาให้ตื่นเบาๆ&lt;/b&gt;&lt;br/&gt;เปลี่ยน วิธีปลุกจากที่ต้องเคยฉุดกระชากลากดึง ลองปลุกเขาเบาๆและถ้าจะให้ดีให้เขาดื่มน้ำส้มคั้นเย็นๆสักแก้วดูสิ เผื่อมันจะช่วยทำให้เขาสดชื่นได้&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;/li&gt;&lt;li&gt; &lt;b&gt;หรี่ไฟ&lt;/b&gt;&lt;br/&gt;ไม่ ว่าคุณจะทำทานอาหารให้เขาทานที่บ้าน หรือซื้อกลับมาทานก็ตาม ลองสร้างบรรยากาศในการทานอาหารเย็นดูสิ หรี่ไฟลงสักนิดหรือจะจุดเทียนเพิ่มก็ดี จัดโต๊ะทานข้าวให้ดูน่าทานสักหน่อย (ถึงแม้ว่ามันจะเป็นการทานข้าวเหนียวส้มตำ แต่รับรองว่าเขาจะประทับใจในบรรยากาศทีเดียว)&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;/li&gt;&lt;li&gt; &lt;b&gt;อย่าเสียดาย&lt;/b&gt;&lt;br/&gt;การ ซื้อชุดชั้นในใหม่บ้างอาจจะไม่ใช่สิ่งจำเป็นก็จริง แต่ถ้าได้ซื้อชุดชั้นในสวยๆไว้ใส่ในโอกาสพิเศษบ้างก็น่าจะทำให้เขาตื่นเต้น ขึ้นได้บ้างนะ&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;/li&gt;&lt;li&gt; &lt;b&gt;เรียนพิเศษด้วยกัน&lt;/b&gt;&lt;br/&gt;หาก มีเวลาว่างในช่วงวันหยุด ลองหาอะไรใหม่ๆทำด้วยกันดูสิ คุณอาจช่วยเขาไปเรียนวาดภาพ หรือเรียนดำน้ำด้วยกัน ประสบการณ์ร่วมระหว่างคุณสองคนนี้ล่ะจะช่วยทำให้คุณทั้งสองสนิดชิดใกล้กัน มากขึ้น&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;/li&gt;&lt;li&gt; &lt;b&gt;ไวน์พิเศษเพื่อฉลอง&lt;/b&gt;&lt;br/&gt;ถึง แม้ว่าวันเกิดของคุณทั้งคู่จะผ่านมาแล้ว แต่การมีไวน์หรือแชมเปญไว้ในตู้เย็นก็ไม่เสียหายอะไร คุณไม่รู้หรอกว่าจะได้ใช้มันเพื่อฉลองอะไรเมื่อไหร่ (หรือบางทีคุณอาจแค่อยากดื่มในคืนโรแมนติกก็ได้)&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;/li&gt;&lt;li&gt; &lt;b&gt;เพลงพิเศษ&lt;/b&gt;&lt;br/&gt;วัน ไหนที่คุณหรือเขารู้สึกเหนื่อยจากการทำงาน การมีซีดีเพลงโปรดไว้เปิดเพื่อให้บรรยากาศผ่อนคลายลงจะช่วยทำให้คุณและเขา อารมณ์ดีขึ้นมาได้ง่ายๆ (คุณน่าจะอัดเพลงที่เปิดในวันแต่งงานหรือเพลงพิเศษต่างๆรวมกันเอาไว้ แต่ให้แน่ใจด้วยนะ ว่ามีเพลงโปรดของเขา ไม่ใช่เพลงโปรดของคุณคนเดียว)&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;/li&gt;&lt;li&gt; &lt;b&gt;ย้อนอดีต&lt;/b&gt;&lt;br/&gt;วัน ไหนว่างๆ คุณทั้งสองอาจลองทำตัวเหมือนสมัยที่เดทกันใหม่ๆอีกครั้งดูสิ ลองไปนั่งทานไอศกรีมในร้านที่พบกันสมัยมหาวิทยาลัย หรือคุณอาจจะชวนเพื่อนสนิทที่เคยช่วยทำให้รักของคุณสมหวังมานั่งทานอาหาร ร่วมกันอีกครั้ง&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;/li&gt;&lt;li&gt; &lt;b&gt;วันหยุดโรแมนติก&lt;/b&gt;&lt;br/&gt;ลอง ทำวันหยุดเสาร์อาทิตย์ของคุณทั้งสองให้ว่างและขับรถไปต่างจังหวัดด้วยกัน มีเวลาไปเล่นน้ำทะเล ไปตลาด ไปวัด ปล่อยปลาด้วยกันบ้าง นอกจากจะไม่ทำให้คุณเครียดเรื่องงานแล้ว มันยังทำให้คุณมีเวลาโรแมนติกกันมากขึ้นด้วย&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;/li&gt;&lt;li&gt; &lt;b&gt;อาหารมื้อเด็ด&lt;/b&gt;&lt;br/&gt;ลอง หาสูตรการทำอาหารมื้อเด็ดให้เขาทานดู อาจเป็นอาหารฝรั่งที่คุณไม่เคยทำ หรือสเต็กเนื้ออย่างดีที่คุณรู้ว่าเขาชอบ ถ้าคุณเคยทำอาหารให้เขาทานทุกวันอยู่แล้ว ลองหันมาทำขนมสูตรใหม่ๆดูก็ได้ แล้วเขาจะติดใจไปอีกนานทีเดียว&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;/li&gt;&lt;li&gt; &lt;b&gt;เอารีโมทไปซ่อน&lt;/b&gt;&lt;br/&gt;อาจ เป็นเรื่องน่าตกใจหากคุณจะประกาศให้คืนนั้นเป็นคืนห้ามดูโทรทัศน์ แต่หากคุณจัดเตรียมอาหารเครื่องดื่มหรือแม้แต่เกมสนุกๆโรแมนติกไว้เล่นด้วย กัน ช่วงเวลานี้ล่ะจะทำให้คุณทั้งสองใกล้ชิดเร่าร้อนได้ดีทีเดียว&lt;/li&gt;&lt;/ol&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6419216617469968010-459644593491448355?l=health1081009.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://health1081009.blogspot.com/feeds/459644593491448355/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=6419216617469968010&amp;postID=459644593491448355' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6419216617469968010/posts/default/459644593491448355'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6419216617469968010/posts/default/459644593491448355'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://health1081009.blogspot.com/2009/06/blog-post_781.html' title='วิธีง่ายๆ ช่วยให้รักเร่าร้อน'/><author><name>WebMaster.</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6419216617469968010.post-5980273197881760433</id><published>2009-06-05T10:03:00.001-07:00</published><updated>2009-06-05T10:03:23.405-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='เรื่องต้องรู้'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='เรื่องจริงเตือนภัย'/><title type='text'>พบอีก 22 ยี่ห้อ เครื่องสำอางอันตรายถึงขั้นหน้าพัง</title><content type='html'>&lt;div xmlns='http://www.w3.org/1999/xhtml'&gt;&lt;div align='justify'&gt;&lt;b&gt;&lt;big&gt;พบอีก 22 ยี่ห้อ เครื่องสำอางอันตรายถึงขั้นหน้าพัง (ไทยรัฐ)&lt;/big&gt;&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;           ห้ามซื้อใช้เด็ดขาด อาจทำให้หน้าพัง ระบบทางเดินปัสสาวะ-ไตอักเสบ ขอความร่วมมืออย่านำมาขาย หากพบมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ  . . .&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;           วันนี้ (2 มิ.ย.) ภญ.วีรวรรณ แตงแก้ว รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ประกาศรายชื่อเครื่องสำอางมีสารอันตรายเพิ่มเติมอีก 22 รายชื่อ ได้แก่&lt;/b&gt;&lt;br/&gt;&lt;ol&gt;&lt;li&gt;           โลชั่นกันแดด กันฝ้า เมลาแคร์&lt;br/&gt;           &lt;/li&gt;&lt;li&gt; มิสเดย์ ครีมแก้ฝ้าใช้กลางคืน ทั้งสองผลิตภัณฑ์ตรวจพบสารไฮโดรควิโนน&lt;br/&gt;&lt;/li&gt;&lt;li&gt; ครีมฝ้าเมลาแคร์&lt;br/&gt;&lt;/li&gt;&lt;li&gt; SG เอสจี โลชั่นปรับสภาพผิวหน้า&lt;br/&gt;&lt;/li&gt;&lt;li&gt; พอลล่า ครีมทาฝ้า (ครีมทากลางคืน)&lt;br/&gt;&lt;/li&gt;&lt;li&gt; พอลล่า ครีมทาฝ้า (ครีมทากลางคืน) ลำดับที่ 3-6 ตรวจพบสารไฮโดรควิโนน และกรดเรทิโนอิก&lt;br/&gt;&lt;/li&gt;&lt;li&gt; POLLA  MELASMA SUNSCREEN LOTION&lt;br/&gt;&lt;/li&gt;&lt;li&gt; โลชั่น PREAME&lt;br/&gt;&lt;/li&gt;&lt;li&gt; ครีม CHAIN (NIGHT CREAM)&lt;br/&gt;&lt;/li&gt;&lt;li&gt; WEiJiAO Whitening Night Cream  ลำดับที่ 7-10 ตรวจพบกรดเรทิโนอิก&lt;br/&gt;&lt;/li&gt;&lt;li&gt; POLLA WHITENING CREAM&lt;br/&gt;&lt;/li&gt;&lt;li&gt; MUI LEE HIANG&lt;br/&gt;&lt;/li&gt;&lt;li&gt; ครีม PREAME&lt;br/&gt;&lt;/li&gt;&lt;li&gt; PUFA ภูฟ้า สูตรชาเขียว มะเฟือง&lt;br/&gt;&lt;/li&gt;&lt;li&gt; พอลล่า ครีมทาสิว (ครีมทากลางวัน)&lt;br/&gt;&lt;/li&gt;&lt;li&gt; พอลล่า ครีมทาสิว (ครีมทากลางวัน)&lt;br/&gt;&lt;/li&gt;&lt;li&gt; พอลล่า ครีมทาสิว (ครีมทากลางวัน)&lt;br/&gt;&lt;/li&gt;&lt;li&gt; WEiJiAO  Fade-Out Day  Cream&lt;br/&gt;&lt;/li&gt;&lt;li&gt;เพียว ไวท์ ครีมโสมไข่มุกผสมบัวหิมะ&lt;br/&gt;&lt;/li&gt;&lt;li&gt; Mind  Skin  Baby Face Cream&lt;br/&gt;&lt;/li&gt;&lt;li&gt; FAYLACIS  Night Cream และ&lt;br/&gt;&lt;/li&gt;&lt;li&gt; D9L ไม่ระบุรายละเอียดที่ฉลาก  ลำดับที่ 11-21 ตรวจพบสารประกอบของปรอท&lt;/li&gt;&lt;/ol&gt;           ภญ.วีรวรรณ กล่าวต่อว่า อย่า ซื้อผลิตภัณฑ์ทั้ง 22 รายการนี้มาใช้อย่างเด็ดขาด เพราะอาจได้รับอันตรายจากสารห้ามใช้ เช่น ไฮโดรควิโนน จะทำให้เกิดจุดด่างขาวที่หน้า ผิวหน้าดำ เป็นฝ้าถาวรรักษาไม่หาย กรดเรทิโนอิก ทำให้แสบร้อนรุนแรงผิวหน้าลอก และเป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์ ในขณะที่สารประกอบของปรอท มีอันตรายร้ายแรงมาก ทำให้ผิวหน้าดำ ผิวบางลง และเมื่อสารปรอทสะสมในร่างกาย จะทำให้ทางเดินปัสสาวะอักเสบ และไตอักเสบได้อีกด้วย&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;           ภญ.วีรวรรณ กล่าวเพิ่มว่า ขอให้ผู้ขายเครื่องสำอางให้ความร่วมมือ อย่านำเครื่องสำอางทั้งหมดนี้มาขายโดยเด็ดขาด หากตรวจพบ อย.จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเข้มงวดให้ถึงที่สุด โดยจะมีโทษเหมือนกับผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าเครื่องสำอางที่ไม่ปลอดภัย คือ จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เพราะผู้ขายเป็นแหล่งสำคัญที่จะกระจายผลิตภัณฑ์สู่มือผู้บริโภค หากผู้ขายไม่มีความรับผิดชอบ นำผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีคุณภาพหรือมีอันตรายมาขาย ผู้บริโภคจะมีความเสี่ยงสูงในการได้รับอันตราย&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/6419216617469968010-5980273197881760433?l=health1081009.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://health1081009.blogspot.com/feeds/5980273197881760433/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=6419216617469968010&amp;postID=5980273197881760433' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6419216617469968010/posts/default/5980273197881760433'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/6419216617469968010/posts/default/5980273197881760433'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://health1081009.blogspot.com/2009/06/22.html' title='พบอีก 22 ยี่ห้อ เครื่องสำอางอันตรายถึงขั้นหน้าพัง'/><author><name>WebMaster.</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-6419216617469968010.post-1820963043376933960</id><published>2009-06-05T09:01:00.001-07:00</published><updated>2009-06-05T09:01:26.359-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='Sex ใครคิดว่าไม่สำคัญ'/><title type='text'>SEX ผู้หญิงต้องการ ... แบบไหน?</title><content type='html'>&lt;div xmlns='http://www.w3.org/1999/xhtml'&gt;&lt;div align='justify'&gt;    กล่าวกันว่า กามารมณ์เป็นสีสันของความรัก เป็นการบอกรักซึ่งกันและกันอย่างเรียบง่าย โดยที่ไม่ต้องอาศัยคำพูด เป็นการเคลื่อนไหวทางกายที่สอดประสานซึ่งกันและกัน ด้วยอารมณ์พิศวาส เป็นเสน่หาที่มีต่อกัน        เป็นการลงนาวารักลำเดียวกัน ช่วยกันโล้ช่วยกันพาย เพื่อที่จะข้ามมหานทีแห่งความปรารถนาไปยังฝั่งฝันร่วมกัน และเมื่อถึงจุดหมายปลายทางด้วยความสุขสมแล้ว ก็จะเกิดความผูกพันความเข้าใจ อันเป็นสายใยแห่งความรักที่มั่นคง เป็นการลงรากฐานแห่งความรักในรูปแบบหนึ่ง... ที่สามารถทำได้ ถ้าเข้าใจกัน      การร่วมรักที่มีความสุขสมหวัง จึงต้องอยู่บนพื้นฐานของความเข้าใจ     รู้เขารู้เรา... รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้ง      แม้ว่าการจะเม็คเลิฟกัน ไม่ใช่การรบราฆ่าฟัน แต่ก็เป็นการพันตูกันในสนามรักอีกรูปแบบหนึ่ง&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;&lt;font color='#ff0000'&gt;&lt;i&gt;ผู้ชายที่เข้าใจในความต้องการของผู้หญิงจะสามารถให้ความสุขแก่เธอ และเมื่อเธอมีความสุขแล้ว เธอย่อมสนองตอบชายคนรักของเธอให้มีความสุขสม เป็นเท่าทวีคูณ&lt;/i&gt;&lt;/font&gt;&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;   &lt;font color='#cc33cc'&gt;&lt;big&gt;&lt;b&gt;มาดูกันซิว่า เธออยากจะให้ทำรักกับเธออย่างไร ??&lt;/b&gt;&lt;/big&gt;&lt;/font&gt;&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;       ..." ดิฉันชอบมีแบบนั้นกับเขาบนเตียงในห้องนอนที่ปิดไฟมืดสนิท มันเป็นเรื่องของเราสองคน และดิฉันก็อายที่จะเห็นภาพอะไรที่เรากำลังทำกันอยู่ แต่ชอบการเคลื่อนไหวในที่มืดๆ นะคะ เพราะมันให้อารมณ์และการคาดเดาไปต่างๆ นาๆ " ...&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;       ..." ดิฉันจะมีอารมณ์เฉพาะกับสามีเท่านั้นละคะ และอารมณ์จะเกิดขึ้นเวลาที่เขามีอารมณ์ พอเขาเดินเข้ามาในบ้านและดิฉันเห็นส่วนกลางลำตัวของเขาแข็งขันขึ้นมานะคะ ดิฉันจะมีอารมณ์จนอยากจะวิ่งเข้าไปฉุดเขาขึ้นเตียงทีเดียวละค่ะ เวลาผู้ชายมีอารมณ์กับภรรยานี่น่ารักนะคะ แค่คิดก็มีความสุขแล้ว "...&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;       ..." อยากให้เขากอดรัดเราให้แน่นๆ ประเล้าประโลมเราให้มากกว่านี้ ไม่ใช่เจอกันทีไรก็จ้องแต่จะฟันส่วนนั้นเท่านั้น แต่มีแฟนมาหลายคนแล้วนะคะ ไม่เข้าท่าเข้าทางสักคนเลยค่ะ จ้องแต่จะจัดการส่วนนั้นอย่างเดียว และก็ทำแปล๊บเดียวจอดแล้ว ช่วยตัวเองเสียยังมีความสุขกว่า นี่ต้องช่วยตัวเองทุกทีนะคะ เวลามีอะไรกับแฟน "...&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;      " ทำไมแฟนๆ ของหนูชอบอยู่ข้างบนอย่างเดียวเลย แล้วแฟนหนูนะคะตัวหนักจริงๆ ถ้าไม่บอกให้เปลี่ยนท่าทางบ้างก็จะทำแบบเดิมทุกที แถมเวลาสำเร็จเสร็จสมอารมณ์หมายแล้ว ก็นอนกรนครอกๆ น่ารำคาญจะตาย อยากให้เขาทำอย่างอื่นบ้างจะได้ไม่น่าเบื่อ "&lt;br/&gt;&lt;br/&gt;       ..." เขาก็พยายามจะเล้าโลมนะคะ คิดหาเทคนิคใหม่ๆ มาเรื่อยๆ พอดูหนังหรือวิดีโอมา ก็หาทางมาใช้กับแฟน ดีเหมือนกันล่ะ แปลกใหม่ดี แต่ที่ชอบมากก็เวลาที่เขาจูบค่ะ คือเขาจูบได้ดูดดื่มจริงๆ เวลามองตาเขาตอนที่จูบกันนั้น เหมือนขึ้นสวรรค์เลยค่ะ ส่วนเรื่องนั้นก็งั้นๆ ละคะ เพราะเขาแก่กว่าดิฉันมาก ทำไม่นานก็เรียบร้อยแล้ว ที่จริงไม่เคยรู้หรอกค่ะ ว่าที่เขาว่าจุดสุดยอดน่ะเป็นอย่างไร เพราะตอนสาวๆ ก็ไม่เคยช่วยตัวเอง และก็ไม่ได้สนใจจะถึงจุดสุดยอดด้วย ขอแค่เขารักเราและเราสามารถทำให้เขามีความสุขก็พอแ
